เนื้อหาวันที่ : 2014-03-17 14:48:03 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 588 views

DIMET มั่นใจผลประกอบการปี 56/57 มีลุ้นพลิกทำกำไร

พร้อมเดินหน้าบุกตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ดันยอดขายโตตามเป้า 15%

DIMET มั่นใจผลประกอบการปี 56/57 มีลุ้นพลิกทำกำไร พร้อมปรับกลยุทธ์เร่งพัฒนาบุคลากรฝ่ายขาย อัดโปรโมชั่น พร้อมเดินหน้าบุกตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ดันยอดขายโตตามเป้า 15% ขณะที่ผลประกอบการงวด 6 เดือน (ก.ค.56 – ธ.ค.56) มีรายได้รวม 206.94 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 14.27% และพลิกทำกำไร 1.64 ล้านบาท ขณะที่แผนการตลาดเน้นสร้างคาแร็คเตอร์แบรนด์สีพรีเมี่ยม ทำกิจกรรมออนไลน์กับผู้ใช้เฉพาะกลุ่ม

นายสุรพล รุจิกาญจนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไดเมท (สยาม) จำกัด (มหาชน)(DIMET) ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สีคุณภาพสูงสำหรับใช้ทาในงานอุตสาหกรรม งานโครงเหล็ก รวมทั้งสีทาภายใน-ภายนอกอาคาร สีเคลือบไม้ สีทาเฟอร์นิเจอร์ เปิดเผยว่าในปีนี้ทางบริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ (ผลประกอบการปี 56/57) ไว้ประมาณ 15% และได้มีนโยบายที่จะเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการภายในองค์กร โดยเน้นไปที่การพัฒนาบุคลากรในด้านการบริการ ณ จุดขาย รวมทั้งการจัดโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขาย เพื่อเพิ่มยอดขายของสาขาเดิมให้มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น

โดยสีทาอาคารและสีอุตสาหกรรมในโครงการขนาดใหญ่ จะเป็นผลิตภัณฑ์หลักในการผลักดันการเติบโต ขณะที่ผลิตภัณฑ์อื่นๆบริษัทยังคงมีการทำตลาดกับกลุ่มลูกค้าอย่างต่อเนื่อง สัดส่วนรายได้แบ่งออกเป็นสีกันสนิม 45% สีเคลือบไม้และสีอุตสาหกรรม 25% สีทาอาคารและอื่นๆ 30% และคาดว่าในปีนี้สีทาอาคารจะมีแนวโน้มการเติบโตอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากบริษัทจะมุ่งเน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์สีทาภายในและตกแต่งเป็นหลัก เนื่องจากการสำรวจตลาดพบว่า กลุ่มผู้ใช้มองหาสีที่คุณภาพดี สวยงามให้ความแตกต่าง ใช้งานง่าย ทนทาน ปลอดภัยต่อสุขภาพ-สิ่งแวดล้อม ซึ่งสี DIMET สามารถตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวได้เป็นอย่างดี

อีกทั้งบริษัทมีนโยบายเริ่มเจาะตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ อินโดนีเซีย เวียดนาม ลาว พม่า ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้ทำการศึกษาตลาด และช่องทางการจัดจำหน่าย และเริ่มมีการดำเนินการเข้าไปติดต่อเสนอขายผลิตภัณฑ์บ้างแล้ว โดยทางบริษัทได้ตั้งเป้าขยายสัดส่วนจาก 15 % ในปัจจุบัน เป็น 30 % ในปี 2557/2558

สำหรับผลประกอบการงวด 6 เดือน (ก.ค.-ธ.ค.56) มีรายได้รวมอยู่ที่ 206.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.27% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 181.09 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1.64 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีขาดทุนสุทธิจำนวน 7.60 ล้านบาท ซึ่งสามารถพลิกกลับมามีกำไรได้ในรอบ 2 ปี เมื่อเปรียบเทียบไตรมาสต่อไตรมาส

โดยเป็นผลมาจากการเติบโตของยอดขายสีเกือบทุกประเภทที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของสีกันสนิม สีอุตสาหกรรม ที่ได้เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ ขณะที่สีทาอาคารได้มีการขยายช่องทางการเพิ่มมากขึ้น โดยในปัจจุบันมีการขยายช่องทางการจำหน่ายผ่านโฮมโปร 10 สาขา เมกาโฮม 2 สาขา โกลบอลเฮ้าส์ 4 สาขา ณ ปัจจุบันบริษัทได้ขยายช่องทางการจำหน่ายทั้งในส่วนของโมเดิร์นเทรดและตัวแทนจำหน่ายรวม 50 แห่งทั่วประเทศ ประกอบกับปัจจัยการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับแผนการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปี ในส่วนของสีกันสนิมบริษัทจะเน้นการเจาะลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ต่อเนื่อง และแผนการตลาดสีทาอาคาร DIMET จะยังคงเน้นการสร้างคาแร็คเตอร์ให้กับผลิตภัณฑ์ โดยจะมุ่งเน้นการเป็นผลิตภัณฑ์สีระดับพรีเมี่ยมที่มีความโดดเด่นด้านการตกแต่ง ปลอดภัยกับผู้ใช้ ผู้อยู่อาศัย ซึ่งจะมีการทำกิจกรรมการตลาดผ่านทางช่องทางออนไลน์กับกลุ่มผู้ใช้แบบเฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคดิจิตอล นอกจากนี้จะมีการสร้างแบรนด์สี DIMET ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นอย่างต่อเนื่องผ่านกิจกรรมการตลาดหลากหลายรูปแบบ อาทิ การจัดโปรโมชั่นพิเศษ กิจกรรมแนะนำผลิตภัณฑ์ ณ จุดขาย การใช้สื่อโฆษณา การเข้าร่วมงาน EXPO รูปแบบต่างๆ รวมทั้งจะมีการขยายฐานลูกค้าทั่วไปและโครงการออกไปสู่หัวเมืองในส่วนภูมิภาคด้วยเช่นกัน