เนื้อหาวันที่ : 2014-03-03 10:57:17 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 573 views

9 เดือน ปรับแผนใช้พลังงานไฟฟ้าแทนน้ำมัน

9 เดือน ปรับแผนใช้พลังงานไฟฟ้าแทนน้ำมัน ลดค่าเชื้อเพลิงกว่า 3 ล้าน

 บริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด ติดตั้งปั้นจั่นหน้าท่า (Mobile Harbour Crane) ยี่ห้อ Gottwald รุ่น GHMK 6407B ขนาด 100 ตัน จำนวน 2 ตัว เพื่อเพิ่มศักยภาพและมุ่งเน้นการบริการให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่องรวมถึงรองรับการขนถ่ายวัตถุดิบซึ่งเป็นเหล็กแท่งแบนจาก SSI UK ที่ขนสินค้ามากับเรือขนาดใหญ่ โดยเป็นเรือที่ไม่มีเครนในตัว ดังนั้นจำเป็นต้องใช้เครื่องมือขนถ่ายยกเหล็กแท่งแบนโดย Mobile Harbour Crane หรือที่เรียกกันว่า “PPC Shore Crane” ซึ่งเป็นเครนที่สามารถใช้ในการขนถ่ายสินค้าที่มีน้ำหนักมากจากเรือขนาดใหญ่ได้

หลังจากท่าเรือประจวบได้เปลี่ยนรูปแบบการใช้พลังงานจากน้ำมันดีเซล เป็นพลังงานจากไฟฟ้าของ “PPC Shore Crane” ซึ่งการทำงานของเครนหน้าท่านี้ ไม่เพียงใส่ใจกับคุณภาพของการบริการเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการลดการใช้น้ำมันให้น้อยลง และร่วมรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งสถิติการขนถ่ายเหล็กแท่งแบนสะสมตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2555 ที่ผ่านมาจนปัจจุบันเกือบ 1.3 ล้านตัน จากเรือ SLAB 20 ลำ ซึ่งคิดเป็นปริมาณการใช้น้ำมันเกือบ 5 ล้านบาท

นายชนยุธ นิลพานิช ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการท่าเรือ กล่าวว่า PPC. ได้ดำเนินการโครงการดังกล่าว โดยใช้ชื่อว่า External Power Supply for PPC Shore Crane Project ใช้งบลงทุนกว่า 7,000,000 บาท และเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2556 ที่ผ่านเราได้เริ่มใช้งานระบบพลังงานไฟฟ้ากับ “PPC Shore Crane” เป็นครั้งแรก จนกระทั่งปัจจุบัน ผลลัพธ์ที่ได้จากโครงการฯ ตลอดระยะเวลา 9 เดือน และเริ่มเห็นผลดีเป็นที่น่าพอใจเพราะสามารถลดค่าใช้จ่ายในการใช้พลังงานเชื้อเพลิง (น้ำมันดีเซล) ได้ถึง 3 ล้านบาท และสามารถลด CO2 ได้ 2.3 แสน Kgco2e อีกทั้งยังสามารถยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ให้ยาวนานขึ้น ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ได้ตันละ 0.2 บาท ที่สำคัญยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ ซึ่งปัจจุบันหลังการเปลี่ยนระบบมาใช้พลังงานไฟฟ้าสามารถลด CO2 เทียบเท่ารถปิคอัพจำนวนถึง 71,000 คัน ติดเครื่องพร้อมกันเป็นเวลา 1 ชั่วโมงเลยทีเดียว

“ชนยุธ” กล่าวทิ้งท้ายว่าการดำเนินการในโครงการดังกล่าวนี้ก็ถือว่าประสบผลสำเร็จซึ่งสามารถลด ทำให้ท่าเรือประจวบเป็นท่าเรือที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งยังส่งผลดีต่อชุมชนและสภาพแวดล้อมอีกด้วย