เนื้อหาวันที่ : 2014-01-21 10:20:04 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 713 views

ราชบุรีโฮลดิ้ง เผยโครงการราชบุรีเวอลด์โคเจนเนอเรชั่นพร้อมเดินเครื่องปลายปีนี้

การพัฒนาโครงการราชบุรีเวอลด์โคเจนเนอเรชั่น ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมราชบุรี ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงกำลังผลิตรวม 210 เมกะวัตต์ และกำลังผลิตไอน้ำรวม 40 ตันต่อชั่วโมง

บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) แถลงวันนี้ว่า การพัฒนาโครงการราชบุรีเวอลด์โคเจนเนอเรชั่น ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมราชบุรี ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงกำลังผลิตรวม 210 เมกะวัตต์ และกำลังผลิตไอน้ำรวม 40 ตันต่อชั่วโมง โดยมีบริษัท ราชบุรีเวอลด์ โคเจนเนอเรชั่น จำกัด ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 40 เป็นผู้พัฒนาโครงการ มีความก้าวหน้าตามแผนงาน โดยการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชุดที่ 1 แล้วเสร็จกว่าร้อยละ 85 และพร้อมเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในเดือนพฤศจิกายน ศกนี้

นายพงษ์ดิษฐ พจนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงการผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กประเภทโคเจนเนอเรชั่นที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นระยะเวลา 25 ปี โครงการนี้จะผลิตไฟฟ้าเข้าระบบสายส่งของกฟผ. 180 เมกะวัตต์ ส่วนไฟฟ้าที่เหลือและไอน้ำจะขายให้กับผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม ปัจจุบันการพัฒนาโรงไฟฟ้าชุดที่ 1 ได้ดำเนินการวางระบบสาธารณูปโภค ระบบเชื้อเพลิง และงานด้านวิศวกรรมและการติดตั้งเครื่องจักร เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

นายพงษ์ดิษฐ กล่าวเพิ่มเติม ว่า “ราชบุรีเวอล์ดโคเจนเนอเรชั่น เป็นโครงการที่ตอบสนองนโยบายรัฐบาลที่ส่งเสริมการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพราะนอกจากพลังงานไฟฟ้าที่ช่วยเสริมระบบไฟฟ้าของประเทศให้มั่นคงยิ่งขึ้นแล้ว กำลังผลิตที่เหลือสามารถจำหน่ายให้กับโรงงานอุตสาหกรรมโดยตรง เช่นเดียวกับไอน้ำส่วนเกิน ขณะนี้โรงไฟฟ้าชุดที่ 1 อยู่ในขั้นตอนทดสอบการทำงานของอุปกรณ์ระบบเครื่องจักร และจะทดสอบประสิทธิภาพการเดินเครื่องในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ เพื่อเริ่มเดินเครื่องจำหน่ายกระแสไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในเดือนพฤศจิกายน 2557 ส่วนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชุดที่ 2 มีความก้าวหน้าร้อยละ 70 และมีกำหนดการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ ประมาณเดือนมีนาคม 2558”

เมื่อวันที่ 16 มกราคม ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้จำหน่ายหุ้นที่ถืออยู่ทั้งหมดในบริษัท ราชบุรีเวอลด์ โคเจนเนอเรชั่น จำกัด ให้บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี จำกัด (REGCO) ในราคาหุ้นละ 10 บาท ตามราคาทุนที่ชำระแล้ว รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 500 ล้านบาท การดำเนินการดังกล่าวเป็นการบริหารจัดการโครงสร้างการลงทุนใหม่ของบริษัทฯ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสินทรัพย์และมูลค่าสินทรัพย์ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทฯ ประกอบด้วยกลุ่มลงทุน 4 กลุ่ม คือ กลุ่มโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลักทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กในประเทศ กลุ่มโรงไฟฟ้าประเภทพลังงานทดแทนในประเทศ กลุ่มโครงการในต่างประเทศ และกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง

ปัจจุบัน บริษัทฯ มีกำลังผลิตติดตั้งตามสัดส่วนการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้วและอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการ รวม 6,453 เมกะวัตต์ ซึ่งแบ่งตามกลุ่มโครงสร้างการลงทุนใหม่ คือ เป็นโครงการโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลักในประเทศขนาดใหญ่และขนาดเล็ก กำลังผลิตติดตั้งรวม 4,484เมกะวัตต์ โครงการพลังงานทดแทนในประเทศ กำลังผลิตรวม 102.5 เมกะวัตต์ และโครงการในต่างประเทศ กำลังผลิตรวม 1,866.5 เมกะวัตต์