เนื้อหาวันที่ : 2014-01-15 14:45:01 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1009 views

อสังหาริมทรัพย์และชนกลุ่มน้อยในจีน

ประเทศจีน มีชนกลุ่มน้อยอยู่ถึง 55 เผ่าพันธุ์กระจายอยู่ทั่วประเทศ การที่จะทำให้ชนกลุ่มน้อยอยู่ด้วยกันได้ ก็ต้องพัฒนาเศรษฐกิจให้ดี

ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย ผมในฐานะประธานก่อตั้งมูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย ได้พาคณะผู้สนใจด้านอสังหาริมทรัพย์จากประเทศไทยไปสำรวจเส้นทาง R3A โดยขึ้นเครื่องบินไปลงเชียงราย แล้วข้ามสะพานมิตรภาพแห่งที่ 4 หมาด ๆ ที่เชียงรุ้ง ไปตามถนนถึงบ่อเต็นซึ่งเป็นเมืองชายแดนลาวและข้ามฝั่งไปเมืองบ่อหานของจีน จากนั้นก็นั่งรถต่อไปถึงสิบสองปันนา ดูงานเสร็จก็ขึ้นรถแวะตามทางไปถึงคุนหมิง และเมื่อดูงานเสร็จก็บินกลับสู่กรุงเทพมหานคร

อย่างที่ทราบกันดีว่าในประเทศจีน มีชนกลุ่มน้อยอยู่ถึง 55 เผ่าพันธุ์กระจายอยู่ทั่วประเทศ การที่จะทำให้ชนกลุ่มน้อยอยู่ด้วยกันได้ ก็ต้องพัฒนาเศรษฐกิจให้ดี โดยที่ประเทศจีนมีเศรษฐกิจที่ดี จึงมัดใจชาวชนเผ่าต่าง ๆ ให้สามารถอยู่ร่วมกันอย่างภาคภูมิใจ (ในระดับหนึ่ง) ใต้ร่มธงจีน

แต่หากประเทศประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ เช่น ในกรณีรัสเซีย หรือประสบปัญหาทางการเมือง เช่น การอสัญกรรมของอดีตเผด็จการนายพลตีโต้ของยูโกสลาเวีย ประเทศก็จะแตกเป็นเสี่ยง ๆ ดังนั้นหนทางสำคัญในการผูกใจและรักษาชนกลุ่มน้อยก็คือการพัฒนาเศรษฐกิจให้เข้มแข็ง และชาวบ้านได้ถือครองทรัพย์ โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ยังมีการเพิ่มขึ้นของราคาอย่างต่อเนื่องนั่นเอง

ในกรณีอสังหาริมทรัพย์ของเมืองสิบสองปันนาซึ่งมีประชากร 1.4 ล้านคน แม้ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ราคาจะชลอตัวลง แต่ก็ยังไม่ถึงขนาดตกต่ำลงมา ยังทรงตัวอยู่ และยังมีผู้ซื้อเข้ามาต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นบริเวณเขตที่อบอุ่นกว่าทางด้านเหนือของประเทศ จึงกลายเป็นเมืองตากอากาศ มีชาวจีนจากทั่วประเทศมาเที่ยวและมาซื้ออสังหาริมทรัพย์ ทำให้ชนกลุ่มน้อยในเมืองสิบสองปันนาและมณฑลยูนนานโดยรวมมีภาวะเศรษฐกิจที่ดีกว่าหลายๆ แห่งของประเทศ

รัฐบาลจีนกำหนดไว้ในนโยบายชัดเจนว่าจะต้องพัฒนาระบบสาธารณูปโภค เช่น ทางหลวง G5 สายสำคัญคือสายปักกิ่ง-คุนหมิง ยาว 2,380 กิโลเมตร สาย G85 สายฉงชิ่ง-คุนหมิง ยาว 838 กิโลเมตร สาย G78 ชานโถว-คุนหมิง ยาว 1,710 กิโลเมตร และสาย G80 สายกวางโจว-คุนหมิง ยาว 1,610 กิโลเมตร ในนครคุนหมิงเองก็มีระบบทางด่วนเป็นลักษณะถนนวงแหวนโดยมีรอบที่ 1, 2, 2.5 และ 3 ตามลำดับ ยุทธศาสตร์การพัฒนาทางหลวงเชื่อมต่อนครหลวงของจังหวัดต่าง ๆ ทำให้ระบบการขนส่งมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น และทำให้การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และเมืองมีความเกื้อหนุนกันยิ่งขึ้น

สำหรับการพัฒนารถไฟความเร็วสูง เส้นทางที่กำล้งจะแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2558 ก็คือ เส้นทางสายเซี่ยงไฮ้-คุนหมิง ซึ่งมีความยาว 2,066 กิโลเมตร มีความเร็วประมาณ 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การนี้จะทำให้มณฑลยูนนานที่เป็นมณฑลชายแดนห่างไกลไร้ทางออกทางทะเล กลายเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งทางรางของเอเชียและยุโรป ส่งผลให้คุนหมิงมีความเจริญเติบโตต่อไปอย่างยาวนานในฐานะศูนย์กลางของการเชื่อมต่อกับยุโรปและเอเซีย

ส่วนการพัฒนาระบบรถไฟฟ้าใต้ดินคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2557-2559 โดยมีระยะทางยาวรวมประมาณ 162 กิโลเมตร รวม 51 สถานี โดยแบ่งเป็น 3 เส้นทาง เส้นทางที่กำลังก่อสร้างคือทางไปท่าอากาศยานนานาชาติแห่งใหม่ของนครคุนหมิง พื้นที่ต่าง ๆ ตามสถานีรถไฟฟ้า กำลังก่อสร้างอาคารชุดพักอาศัยใหม่ ๆ ขึ้นเป็นหย่อม ๆ โดยมีขึ้นเป็นจำนวนมาก

การที่คุนหมิงและยูนนานโดยรวมมีอนาคตที่ดี ปัญหาชนกลุ่มน้อยจึงแทบไม่มีปรากฏ ซึ่งการนี้แตกต่างจากมณฑลห่างไกลทางทิศตะวันตก ซึ่งมีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจจำกัด ทำให้ชนกลุ่มน้อยเองก็คงไม่อยากอยู่ใต้การปกครองของจีน จีนพยายามจัดให้มีชุมชนของชนกลุ่มน้อยเพื่อการรักษาศิลปวัฒนธรรม และเพื่อการท่องเที่ยวไปในตัว อย่างไรก็ตาม บางครั้งก็ยังมีปัญหาบางประการในการโยกย้ายชนกลุ่มน้อยโดยจัดหาที่อยู่อาศัยในเขตนอกเมือง ทำให้ชนกลุ่มน้อยได้รับความเดือดร้อน และค่าเวนคืนยังได้รับไม่เพียงพอ

 การจัดหาที่อยู่อาศัยและการดูแลชนกลุ่มน้อยที่ดี จะทำให้ประเทศมีความมั่นคง ประชาชนมีความมั่งคั่ง ด้วยการปฏิบัติที่เท่าเทียมและการให้โอกาสที่ดีกับชนกลุ่มน้อยเพื่อความสมานฉันท์ของคนในชาติ