เนื้อหาวันที่ : 2014-01-15 14:28:42 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 287 views

ไนท์แฟรงค์ เผยการชุมนุมในกทม.กระเทือนตลาดคอนโดกรุงเทพและเมืองตากอากาศ

ไนท์แฟรงค์เผยการชุมนุมในกทม.กระเทือนตลาดคอนโดกรุงเทพและเมืองตากอากาศ

ในขณะที่กรุงเทพมหานครกำลังวุ่นวายด้วยการประท้วงต่างๆ แต่ตลาดคอนโดมิเนียมหัวหินซึ่งมีอุปทานมากเกินอยู่แล้วและตลาดคอนโดกรุงเทพก็ได้รับผลกระทบไปด้วยเนื่องจากผู้ซื้อเลือกที่รอดูเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายเสียก่อน

คุณพนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าตลาดหัวหินนี้ขับเคลื่อนโดยชาวไทยเป็นหลักอยู่แล้ว แต่ในช่วงสองปีที่ผ่านมามีคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นจำนวนมากเกินไปจนทำให้เกิดการชะลอตัว

“บางโครงการมียูนิตจำนวนมากทำให้ภาพรวมไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก การแข่งขันอาจจะรุนแรงขึ้นแต่นั่นก็ทำให้ผู้ซื้อมีตัวเลือกมากขึ้นด้วยเช่นกัน ทั้งหัวหินและชะอำได้รับผลกระทบจากโครงการอย่างเช่น The Energy ซึ่งมีจำนวนยูนิตมากถึง 6,000 ยูนิต และนี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้อุปทานพุ่งสูงกว่าอุปสงค์ ทั้งนี้ผู้พัฒนาโครงการรายอื่นๆจะสร้างโครงการที่มีขนาดเพียง 200-300 ยูนิตเท่านั้น”

แม้ว่าสถานการณ์จะไม่เอื้ออำนวยเช่นนี้ แต่ระดับราคาก็ไม่ได้ตกลงมากเนื่องจากคอนโดมิเนียมเหล่านี้เป็นโครงการใหม่ ไม่ใช่ยูนิตที่นำมาขายต่อ และผู้พัฒนาโครงการเองก็ไม่สามารถสร้างโดยทำราคาต่ำกว่านี้ได้อีกแล้วเช่นกัน อย่างไรก็ตามผู้พัฒนาโครงการส่วนมากเลือกที่จะไม่ทำสงครามราคากันเพื่อกระตุ้นตลาด”

ด้วยสถานการณ์ทางด้านการเมืองที่ยังคงไม่แน่นอนอยู่ในขณะนี้ การเปิดตัวโครงการใหม่ต่างๆจึงไม่น่าจะมีมากนัก คุณพนม กล่าวเพิ่มเติมว่าผู้ประกอบการที่กำลังคิดวางแผนสร้างโครงการอสังหาริมทรัพย์อยู่นั้นบ้างก็ไม่สามารถซื้อที่ดินติดหาดได้หรือไม่สามารถจ่ายราคาค่าที่ดินแปลงที่มีขายได้ เนื่องจากราคาที่ดินมีราคาสูงมาก ผู้พัฒนาโครงการจึงมองเล็งหาทำเลไปทางเขาเต่า แต่พื้นที่ในบริเวณดังกล่าวเองก็ขาดสาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวกและร้านอาหารต่างๆ

ในขณะนี้ตลาดผู้ซื้อชาวต่างชาติของหัวหินและชะอำที่มีขนาดเล็กนั้นไม่ได้รับผลกระทบใดๆ แต่ตลาดพัทยาและภูเก็ตกลับมีสถานะตรงกันข้ามเนื่องจากได้รับผลกระทบจากการชุมนุมในกรุงเทพมหานครอย่างแน่นอน สำหรับผู้ซื้อชาวต่างชาติในตลาดพัทยาเป็นชาวรัสเซีย นอกจากนั้นจะเป็นกลุ่มตะวันออกกลางและชาวอินเดีย ชาวต่างชาติที่ซื้อคอนโดมิเนียมที่ภูเก็ตอย่างเช่นในบริเวณหาดป่าตองไม่ได้ใช้จ่ายเงินมากนัก โดยมีสนนราคาเฉลี่ยประมาณ 5-10 ล้านบาท ลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ใช่กลุ่มไฮเอ็นด์แต่เป็นคนที่ต้องการมีบ้านพักตากอากาศในช่วงฤดูหนาว และหวังจะได้รับค่าเช่าจากเงินลงทุนบ้างในช่วงเดือนอื่นๆของปี

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากพัทยาและหัวหินมีโครงการคอนโดมิเนียมจำนวนมากแล้ว ผู้ประกอบการบางรายจึงเริ่มหันไปทางเขาใหญ่ หากผู้ประกอบหารรายแรกๆที่ไปปักหมุดมีแนวโน้มประสบความสำเร็จ ผู้ประกอบการรายอื่นๆก็จะแห่กันมา หากไม่ประสบความสำเร็จก็ยังสามารถทำโรงแรมภายในโครงการขึ้นมาได้ ดังนั้นเราจึงต้องคอยเฝ้าดูว่าตลาดจะไปในทิศทางใด จำนวนโครงการจะเพิ่มมากขึ้นหรือน้อยลง

ทั้งนี้คงไม่น่าแปลกใจหากจะกล่าวว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพมหานครได้รับผลกระทบจากการประท้วง เพราะทั้งชาวกรุงเทพเองและชาวต่างชาติล้วนแล้วแต่พับแผนการซื้อไปก่อนแล้วทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม คุณพนม เปิดเผยว่าผู้ซื้อว่าควรใช้ความระมัดระวังในการลงทุนในคอนโดมิเนียมระดับราคาประหยัดในย่านชานเมืองโดยเฉพาะทางด้านสุขุมวิทตอนปลายและบางใหญ่ โดยกล่าวด้วยว่าโซนซีบีดีชั้นนอกสองโซนอย่างเช่นรัชดาภิเษกและพหลโยธินนั้นดูจะมีความเสถียรมากกว่าในเวลานี้