เนื้อหาวันที่ : 2013-12-17 15:08:19 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 324 views

กลุ่มธารารมณ์ตั้งเป้าปีหน้าโต 20 เปอร์เซ็นต์ ฟันธงไม่ฟองสบู่แน่นอน

ตั้งเป้าโต 20 เปอร์เซ็นต์ในปี 2557 ให้น้ำหนักที่อยู่อาศัยแนวราบ พร้อมฟันธง ไม่ฟองสบู่แน่นอน

กลุ่มธารารมณ์แถลงตั้งเป้าโต 20 เปอร์เซ็นต์ในปี 2557 ให้น้ำหนักที่อยู่อาศัยแนวราบ จัดสินค้าและทางเลือกแผนการซื้อหลากหลายให้ลูกค้าเป็นเจ้าของได้ตามความต้องการแท้จริง พร้อมฟันธง “ไม่ฟองสบู่แน่นอน”


นายวสันต์ เคียงศิริ พร้อมทีมผู้บริหารกลุ่มบริษัทธารารมณ์ แถลงเป้าหมายและแผนงานปี 2557 ว่า จากการคาดการผลกระทบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมาจนถึงปีหน้าแล้ว ธารารมณ์ได้ตั้งเป้ายอดขายโต 20 เปอร์เซ็นต์ จากโครงการที่เปิดขายปัจจุบัน 8 โครงการ และโครงการใหม่ 2 โครงการบนทำเลรามคำแหงที่เรามีชื่อเสียงมานาน ซึ่งได้เลื่อนเปิดมาและจะเปิดขายแน่นอนในปีหน้า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาเพื่อให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด พร้อมประเมินตลาดอสังหา “ไม่ฟองสบู่แน่นอน”


สำหรับโครงการที่กลุ่มธารารมณ์เปิดขายอยู่ในปัจจุบัน มีสัดส่วนโครงการแนวราบ 90 ต่อแนวสูง 10 โดยสินค้ามีให้ลูกค้าเลือกคือ บ้านสร้างเสร็จและบ้านดาวน์ (70 : 30) และยังคงการแบ่งประเภทสินค้าตามเซ้กเมนต์ลูกค้า คือ First Home และ Move Up


ปี 2556 กลุ่มธารารมณ์สร้างยอดขายได้ 1,000 ล้านบาท คิดเป็น 90 เปอร์เซ็นต์ของเป้า และสามารถปิดการขาย 100 เปอร์เซ็นต์ 2 โครงการ คือ โครงการการ์เด้น สวีท ดิ อินดี้ โฮม และ โครงการ The Link 50 โดยมีการทำกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีรวม 12 แคมเปญ รวมถึงการออกบูธ ทั้งบูธใหญ่ บูธย่อย และเดินสาย (Troop) ตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน ถนนสายธุรกิจทุกสาย กิจกรรมผ่านทางโซเชียลมีเดีย เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้กว้างขึ้น


นอกจากนี้ เรายังได้จัดแผนทางการเงินในการช่วยลูกค้าได้ผ่านสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ได้แก่ วางแผนการดาวน์ ส่งเสริมการออม ช่วย Pre-Screen ก่อนการกู้ ทำให้ Post-Finance Rejection Rate ลดลงจาก 15 เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียง 11 เปอร์เซ็นต์


นายคณิต ฉายรัตนอภิรมย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาด กลุ่ม First Home กล่าวถึงแนวโน้มสินค้าในตลาดอสังหาฯ ทั้งกรุงเทพ-ปริมณฑล พบว่า บ้านเดี่ยว มีสภาวะสมดุลแล้วในปีนี้ เนื่องจากความต้องการในตลาดใกล้เคียงกับผู้ประกอบการได้เปิดโครงการใหม่มารองรับ คอนโด มีการเปิดใหม่มากในปีนี้ ถึงกว่า 84,000 ยูนิต ซึ่งมากกว่าความต้องการเกือบเท่าตัว ทำให้ในปีนี้มีภาวะโอเวอร์ซัพพลายในบางทำเล คาดว่าปีหน้าคงมีการเปิดโครงการใหม่น้อยลง ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดคอนโดฯ จะกลับสู่สภาวะสมดุล ในส่วนของทาวน์เฮาส์ พบว่า ซัพพลายใหม่มีปริมาณที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าความต้องการในตลาด แต่หาทำเลที่ดินในราคาที่เหมาะสมในการพัฒนาโครงการยากขึ้น เนื่องจากสีผังเมืองที่เปลี่ยนไป จึงเป็นตลาดที่น่าสนใจและยังคงมาแรงในปีหน้า


นายณัฐพล มัททวกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานการตลาด กลุ่ม Move Up กล่าวถึงเทรนด์ของลูกค้าในปัจจุบันถึงปีหน้ามี 3 ประเด็น ประเด็นแรกคือ “แชร์ (Share)” สืบเนื่องจากเทคโนโลยีการสื่อสารที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาก ทำให้การแชร์เป็นกระแสที่แรงและจะยังคงแรงต่อเนื่องต่อไป ซึ่งการแชร์ทั้งเรื่องในทางบวกและทางลบ ทำให้การทำตลาดตั้งแต่สินค้าจนถึงการบริการขั้นสุดท้ายต้องเอาใจใส่อย่างแท้จริง ประเด็นที่สองคือ “ช้อยส์ (Choices)” ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น เพราะโครงข่ายการคมนาคมที่ขยายไปกว้างขึ้น เข้าถึงพื้นที่รอบเมืองมากขึ้น

โครงการบ้านเดี่ยวที่เกิดขึ้นรอบนอกจึงมีโอกาสและเป็นทางเลือกของลูกค้า ซึ่งตรงกับความต้องการของลูกค้าในทุกกลุ่ม ประเด็นที่สามคือ “เช้นจ์ (Change)” หมายถึงกลุ่มลูกค้าที่ต้องการบ้านเดี่ยวกับคอนโดจะเปลี่ยนไป คือ จากเดิมกลุ่ม First Home คือกลุ่มของ Gen-X จะปรับไปเป็น Gen-Y ซึ่งจะเน้นเรื่องความสะดวกสบายในการเดินทาง ทำเลจึงเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจ ส่วนกลุ่มของตลาด Move Up ที่เป็นกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ จะเปลี่ยนเป็น Gen-X ซึ่งมีประสบการณ์การซื้อที่อยู่อาศัยมาแล้ว กลุ่มนี้ต้องการมีบ้านที่สามารถเลือกปรับเปลี่ยนเองได้ มีความเป็นเอกลักษณ์และเป็นส่วนตัว


นายวสันต์ เคียงศิริ กล่าวในตอนท้ายว่าจากแนวโน้วต่าง ๆ นี้ ทำให้ธารารมณ์ยิ่งมั่นใจว่าการทำงานที่อยู่บนความตั้งใจที่จะส่งมอบสินค้าที่ดี บริการอย่างเอาใจใส่ ตระหนักถึงความรับผิดชอบที่มีต่อลูกค้า คือสิ่งที่จะทำให้ผู้ประกอบการยืนอยู่ได้ด้วยความมั่นคงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในทุก ๆ วัน และธารารมณ์ก็มุ่งมั่นตั้งใจที่จะส่งมอบสิ่งต่าง ๆ ดังกล่าวให้ลูกค้าทุกรายของธารารมณ์ตามนโยบาย “ทุกคุณภาพเกิดจากความเข้าใจจริง” ที่ยึดถือปฏิบัติมาโดยตลอด