เนื้อหาวันที่ : 2013-08-13 10:25:44 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 717 views

CEO ปตท. ลงสำรวจพื้นที่เสม็ด ให้นโยบายดูแลผลกระทบด้วยมาตรการพิเศษ

CEO ปตท. ลงสำรวจพื้นที่เสม็ดเพิ่มเติม หลังบอร์ดให้นโยบายดูแลผลกระทบด้วยมาตรการพิเศษ

ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นำคณะผู้บริหาร ปตท. และสื่อมวลชน ลงพื้นที่เกาะเสม็ด ทันทีหลังจากที่คณะกรรมการ ปตท. ประชุมวาระพิเศษเมื่อ 5 ส.ค. 56 ได้ให้นโยบาย ปตท. และ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ร่วมกันดูแลผู้ประกอบการและชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างเต็มที่ โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อติดตามความเรียบร้อยในการเคลียร์พื้นที่บริเวณอ่าวพร้าว เกาะเสม็ด พร้อมทั้งพบปะพูดคุยกับชุมชนและผู้ประกอบการ พร้อมสร้างความมั่นใจและยืนยันความจริงใจในการดูแลฟื้นฟูเยียวยาอย่างต่อเนื่อง

ดร.ไพรินทร์ กล่าวว่า เพื่อให้ได้รับข้อมูลผลกระทบโดยตรงจากภาคประชาชนและผู้ประกอบการ มาประกอบการจัดทำมาตรการฟื้นฟูเยียวยาทั้งระยะสั้นและระยะยาว กลุ่ม ปตท. ได้สนับสนุนจังหวัดระยองในการบริหารจัดการศูนย์รับแจ้งเหตุเพื่อเยียวยาผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วไหล ระยอง ตลอด 24 ชั่วโมง ณ เลอวิมาน รีสอร์ท อ่าวพร้าว เพื่อเป็นช่องทางให้ผู้ได้รับผลกระทบทั้ง 4 กลุ่ม คือ 1. ผู้ประกอบการโรงแรม ร้านค้าและที่พัก 2. กลุ่มประมง 3. ผู้ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพ และ 4. ผู้ได้รับผลกระทบอื่นๆ มาแจ้งความจำนงขอความช่วยเหลือได้ด้วยตนเอง แม้ว่าก่อนหน้านี้ทีมงานชุมชนสัมพันธ์จะได้เริ่มลงพื้นที่สำรวจผลกระทบเพื่อเตรียมวางแผนการฟื้นฟูเยียวยาให้ตรงจุดไปบ้างแล้วก็ตาม

นอกจากนั้น เพื่อให้แผนฟื้นฟูมีการดำเนินการอย่างบูรณาการ กลุ่ม ปตท. ได้ให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการไตรภาคีเพื่อการเยียวยา ซึ่งทางจังหวัดระยองได้จัดตั้งขึ้น อันประกอบด้วย ภาครัฐ เอกชน และ ผู้ได้รับผลกระทบ ครอบคลุมทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ กลุ่ม ปตท. ขอยืนยันที่จะทำให้ เกาะเสม็ดกลับมาสมบูรณ์ เป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำของภาคตะวันออกอย่างยั่งยืนตลอดไป ดร.ไพรินทร์ กล่าว ทิ้งท้ายว่า “ผมต้องกล่าวขอโทษอีกครั้งหนึ่งและขอขอบคุณทุกภาคส่วน ประกอบด้วย กระทรวงพลังงาน กระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่วนราชการจังหวัดระยอง กองทัพเรือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชนอาสาสมัคร และจิตอาสาทุกท่าน สำหรับการระดมสรรพกำลังความช่วยเหลือตลอดเวลาที่ผ่านมา รวมถึงความช่วยเหลือที่ยังคงจะมีต่อเนื่องอีกต่อไปในอนาคต”