เนื้อหาวันที่ : 2013-07-18 10:48:31 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 562 views

UAC เดินหน้ารับรายได้ครึ่งปีหลัง ยังคงเดินหน้าตอกย้ำ ธุรกิจพลังงานทดแทน

UAC เตรียมเดินเครื่อง โครงการ PPP เร็วนี้ มั่นใจดันรายได้เข้ากระเป๋าปี 56 กว่า120 ล้านบาท

บมจ.ยูนิเวอร์แซล แอดซอร์บเบ้นท์ แอนด์ เคมิคัลส์ (UAC) เตรียมทดสอบเดินเครื่องจักรในโครงการผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม (PPP) ภายในเดือนกรกฎาคม พร้อมส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้ บมจ.ปตท (PPT) ต่อไป ชี้โครงการดังกล่าวมีกำลังการผลิต รวมประมาณ 20,000 ตันต่อปี ด้านประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ “ กิตติ ชีวะเกตุ ” ระบุ ครึ่งปีหลังประมาณการรับรู้รายได้เข้ามากกว่า 120 ล้านบาท และคาดจะรับรู้เต็มกำลังการผลิตภายในปี2557 ส่งผลให้รายได้เข้าเฉลี่ยประมาณ 300 – 350 ล้านบาทต่อปี

นายกิตติ ชีวะเกตุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิเวอร์แซล แอดซอร์บเบ้นท์ แอนด์ เคมิคัลส์ จำกัด(มหาชน) หรือ UAC ผู้ประกอบธุรกิจนำเข้าและจำหน่ายสารเคมีที่ใช้ในอุตสาหกรรมน้ำมัน โรงกลั่น และปิโตรเคมี เปิดเผยว่า โครงการผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม(Petroleum Production Project หรือ PPP จ.สุโขทัย ในการผลิตก๊าซธรรมชาติอัด (Compressed natural gas : CNG) จะสามารถทดสอบเดินเครื่องจักรในเดือนนี้ และจะทยอยส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้า บมจ.ปตท(PTT) โดยคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในช่วงไตรมาส 3/2556 เป็นต้นไป

โดยในปีนี้บริษัทฯจะเริ่มทยอยรับรู้รายได้จากโครงการดังกล่าว ประมาณ 120 -150 ล้านบาท หรือเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาทต่อไตรมาส และคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้เข้ามาเต็มที่ในปี 2557 เฉลี่ยประมาณ 300 – 350 ล้านบาทต่อปี โดยโครงการดังกล่าว มีกำลังการผลิต รวมประมาณ 20,000 ตันต่อปี แบ่งเป็น CNG 65%, LPG 30% และ NGL 5%

ทั้งนี้ จากโครงการ PPP ที่จะเริ่มทยอยรับรู้รายได้เข้ามาในปีนี้ ส่งผลให้บริษัทฯ ประมาณการอัตราการเติบโตของรายได้ ในปีนี้ เพิ่มขึ้น 20 - 30% เมื่อเทียบกับปี 2555 โดยจะแบ่งเป็นสัดส่วนรายได้ จากธุรกิจเทรดดิ้ง (ธุรกิจหลัก) ประมาณ 75% ขณะที่รายได้จากธุรกิจพลังงาน จะอยู่ที่ 25% ซึ่งมาจาก การรับรู้รายได้จากโครงการ PPP ที่จ.สุโขทัย ประมาณ 120 - 150 ล้านบาท และรายได้จากโรงงานผลิตก๊าซชีวภาพอัดความดันสูง(Compressed Bio-Methane Gas หรือ CBG) ประมาณ 30-50 ล้านบาท

นอกจากนี้ นายกิตติ ยังได้กล่าวถึงแนวโน้มอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนว่า ยังคงมีอัตราการขยายตัวได้ต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งภาครัฐบาลให้กับสนับสนุน ในเรื่องของพลังงานทดแทน หลังจากที่เล็งเห็นว่าดีมานความต้องการใช้ด้านพลังงานทดแทน มีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเพราะต้นทุนการผลิตที่ต่ำ เมื่อเทียบกับราคาพลังงานจากปิโตรเลียมในปัจจุบัน

จากปัจจัยดังกล่าวทำให้ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรม แล้วหันมาให้พลังงานทดแทน มากขึ้น จึงส่งผลให้ ผู้ประกอบการเล็งเห็นการขยายตลาดในอุตสาหกรรมดังกล่าว และจากแผนการขยายไปยังธุรกิจพลังงาน อาทิ โครงการ CBG , โครงการ PPP หรือแม้แต่โครงร่วมทุน บางจากไบโอฟูเอล จำกัด (BBF) และ UAC Hydrotek ก็เพื่อเป้าหมายการขยายธุรกิจ ไปยังอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน และกิจการสาธารณูปโภค ตามนโยบายการส่งเสริมของภาครัฐในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน