เนื้อหาวันที่ : 2013-04-02 14:43:13 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 372 views

แสนสิริทะยานปิดยอดขายไตรมาสแรกสูงถึงกว่า 21,000 ล้านบาท บันทึกสถิติใหม่

แสนสิริทะยานปิดยอดขายไตรมาสแรกสูงถึงกว่า 21,000 ล้านบาท บันทึกสถิติใหม่ หลังประสบความสำเร็จตามแผนธุรกิจ 6 กุญแจสำคัญ โดยเฉพาะการเปิดตัว dcondo campus series

แสนสิริทะยานปิดยอดขายไตรมาสแรกสูงถึงกว่า 21,000 ล้านบาท บันทึกสถิติใหม่ หลังประสบความสำเร็จตามแผนธุรกิจ 6 กุญแจสำคัญ โดยเฉพาะการเปิดตัว ‘dcondo campus series’ ล่าสุดประกาศปิดการขาย ดีคอนโด แคมปัส รีสอร์ท รังสิต จำนวนถึง 837 ยูนิต ต่อจากดีคอนโด แคมปัส รีสอร์ท ราชพฤกษ์ - จรัญฯ 13

แสนสิริ โชว์ผลงานไตรมาสแรกปี 2556 ผ่านยอดขายได้สูงถึง 21,000 ล้านบาท สูงเป็นประวัติการณ์และทุบสถิติการสร้างยอดขายรายไตรมาสที่สูงที่สุดอีกครั้ง หลังประสบความสำเร็จตามแผนการดำเนินธุรกิจตามเป้าหมายใน 6 กุญแจสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรุกต่อยอดพัฒนาโครงการในตลาดต่างจังหวัดต่อเนื่อง และการจับตลาด niche market ล่าสุดประสบความสำเร็จกับการพัฒนา ‘dcondo campus series’ ประกาศปิดการขาย ดีคอนโด แคมปัส รีสอร์ท รังสิต จำนวนถึง 837 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,313 ล้านบาทหลังจากเพิ่งปิดการขายดีคอนโด แคมปัส รีสอร์ท ราชพฤกษ์ - จรัญฯ 13 ไปเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยถึงผลการดำเนินธุรกิจในช่วงไตรมาสแรกของปี 2556 บริษัทสามารถทุบสถิติใหม่ โดยปิดยอดขายล่าสุดได้สูงถึง 21,000 ล้านบาท ซึ่งนับว่าเป็นบันทึกประวัติการณ์การสร้างยอดขายที่สูงที่สุดที่บริษัทสามารถทำได้ภายในไตรมาสเดียวได้ใหม่อีกครั้ง โดยสูงเกินกว่าไตรมาส 4 ของปีที่ผ่านมาซึ่งเคยสร้างยอดขายสูงสุด 16,245ล้านบาทในทั้งไตรมาส

ความสำเร็จของยอดขายที่เติบโตพุ่งสูงขึ้นมากในไตรมาสแรก มาจากการดำเนินธุรกิจตามเป้าหมายใน 6 กุญแจสำคัญที่เคยได้ประกาศไว้ในช่วงต้นปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการขยายการลงทุนในการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ตอบรับทุกความต้องการที่อยู่อาศัย ครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้า รวมทั้งขยายการพัฒนาโครงการเพื่อตอบรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าในตลาดต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น โดยเห็นได้จากความสำเร็จจากการปิดการขายโครงการใหม่ในตลาดต่างจังหวัด ซึ่งมีการเปิดตัวโครงการเป็นครั้งแรก อาทิ โครงการดีคอนโด เนินพระ จังหวัดระยอง มูลค่าโครงการรวม 600 ล้านบาท ได้ทันทีใน 40 นาทีของวันแรกที่เปิดพรีเซลล์ (9 ก.พ.) รวมทั้งการปิดการขายโครงการต่อเนื่องในพัทยา เดอะ เบส พัทยากลาง (THE BASE Central Pattaya) คอนโดมิเนียมใจกลางเมืองพัทยา มูลค่าโครงการรวมกว่า 3,100 ล้านบาท (23 - 24 ก.พ.)

นอกจากนี้บริษัทยังประสบความสำเร็จตามแผนการดำเนินธุรกิจใน 6 กุญแจสำคัญ ในด้านการจับตลาด niche market ซึ่งเป็นเซกเมนต์ที่มีความเฉพาะตัวเพิ่มมากขึ้น เพื่อฉีกหนีจากการแข่งขันในตลาดเดิมๆ โดยล่าสุดบริษัทสามารถปิดการขายคอนโดมิเนียมแบรนด์ ดีคอนโด ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘dcondo campus series’ ได้เพิ่มเติมอีก 1 โครงการ ได้แก่โครงการ ดีคอนโด แคมปัส รีสอร์ท รังสิต ซึ่งมีจำนวนถึง 837 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,313 ล้านบาท ลงอย่างรวดเร็ว หลังจากบริษัทเพิ่งประกาศปิดการขาย ดีคอนโด แคมปัส รีสอร์ท ราชพฤกษ์ - จรัญฯ 13 ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งในโปรเจ็กต์ตามแผนการพัฒนา dcondo campus series ในปีนี้ไปในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นับเป็นสิ่งยืนยันความสำเร็จตามแผนการดำเนินธุรกิจและพัฒนาโครงการที่ได้ประกาศไว้ในปีนี้เป็นอย่างดี รวมทั้งการประสบความสำเร็จดังกล่าวยังเป็นผลความสำเร็จจากการที่ลูกค้าให้การตอบรับและไว้วางใจในแบรนด์ “แสนสิริ” รวมทั้งแบรนด์ที่อยู่อาศัยต่างๆ ของแสนสิริทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ส่งผลให้สามารถสร้างยอดขายรายไตรมาสได้สูงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์” นายเศรษฐา กล่าว

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ บริษัทยังคงมุ่งมั่นต่อเนื่องในการพัฒนาธุรกิจตามแผน 6 กุญแจสำคัญ โดยเฉพาะในด้านการวางเป้าหมายในการเพิ่มสัดส่วนการตลาดในกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติเพิ่มมากขึ้นจากสัดส่วนที่มีอยู่ในปัจจุบัน - การกลับมารุกพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวระดับไฮน์เอนด์ซึ่งมีสัดส่วนการตลาดที่มีความน่าสนใจ ในแบรนด์ “นาราสิริ” - การขยายตลาดให้ครอบคลุมทุกเซกเมนต์มากขึ้นอีก ด้วยแผนการพัฒนาบ้านเดี่ยวในระดับราคา3 ล้านบาทและทาวน์เฮาส์ในระดับราคา 1.5 ล้านบาท ในทำเลที่ใกล้แหล่งงาน เช่น นิคมอุตสาหกรรมในทำเลปทุมธานี และวงแหวนกาญจนาภิเษก หรืออยู่ใกล้แหล่งเมืองเก่า เช่น ประชาอุทิศหรือสำโรงเป็นต้น โดยคาดว่าจะเปิดตัวการขาย รวมถึงเปิดตัวแบรนด์ใหม่ในช่วงประมาณไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ รวมทั้ง การเพิ่มสัดส่วนการพัฒนาโครงการด้วยระบบพรีคาสให้มากยิ่งขึ้น โดยในช่วงกลางปีนี้ บริษัทมีแผนที่จะเพิ่มกำลังการผลิตสำหรับการพัฒนาโครงการแนวสูง โดยเฉพาะแบรนด์ ดีคอนโด ภายใต้กำลังการผลิตที่ 42,000 ตารางเมตร/ปี หรือคิดเป็นประมาณ 10 ตึก/ปี รวมถึงโครงการทาวน์เฮาส์ภายใต้แบรนด์ใหม่ที่จะเกิดขึ้นในปีนี้อีกด้วย เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายยอดขายที่ตั้งไว้ในปีนี้ 48,000 ล้านบาท