เนื้อหาวันที่ : 2013-03-05 10:25:00 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 717 views

ศรีริต้า จับมือ โฬม ร่วมเปิดตัวโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

งานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เผยอยากให้โลกใบนี้สวยงามและอยู่กับเราไปนานๆ

นับเป็นคู่พระนาง ที่ทั้งสวยหล่อและยังใส่ใจสิ่งแวดล้อมสำหรับ นางเอกสาว ศรีริต้า เจนเซ่น และพระเอกหนุ่ม โฬม พัชฏะ ที่ควงคู่กันมาร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเกิดขึ้นจากการเซ็นสัญญาร่วมกับสนับสนุนเงินทุนของบริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด หรือ ทีเอสอี (TSE) และธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เพื่อสร้างพลังงานทดแทนภายในประเทศและเป็นการลดผลกระทบที่เกิดขึ้นจากภาวะโลกร้อน

ดร. แคทลีน มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ และคณะผู้บริหาร บริษัท ไทยโซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (ทีเอสอี) หรือ Thai Solar Energy Co., Ltd (TSE) ผู้ผลิตไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีพลังงานความร้อนจากแสงอาทิตย์ กล่าวว่า “บริษัท ไทยโซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ก่อตั้งขึ้นในปี 2551 โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ โดยเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมกับทางบริษัทฯได้ร่วมมือกับสถาบันพลังงานที่มีชื่อเสียงหลายประเทศทั่วโลก และผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานเพื่อพัฒนาการและสร้างพลังงานสะอาดให้สามารถรองรับความต้องการในการใช้พลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นภายในประเทศและไม่กระทบต่อภาวะโลกร้อนที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ โดยได้จัดตั้ง โรงงานผลิตไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีพลังงานความร้อนจากแสงอาทิตย์ เพื่อผลิตไฟฟ้าให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค”

ทางด้าน นางเอกสาวแสนสวย ศรีริต้า เจนเซ่น จากละคร “มณีสวาท” ที่กำลังออนแอร์อยู่ในขณะนี้ ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับงานครั้งนี้ว่า “ตอนนี้ประเทศไทยเราก็มีพลังงานสะอาดๆมาให้ใช้กันแล้วนะค่ะ นั้นก็คือพลังงานจากแสงอาทิตย์ค่ะ ก็ไม่ต้องมาผลิตพลังงานจากน้ำมัน หรือถ่านหินให้โลกร้อนแล้วนะค่ะ เพราะเรามีพลังงานแสงอาทิตย์ที่สามารถนำมาหมุนเวียนใช้กันได้ด้วยค่ะ ถือเป็นความภูมิใจของเมืองไทยมีนำเอาพลังงานแสงอาทิตย์มาผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้าค่ะ”

โครงการโรงงานไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์นี้เป็นโครงการหลักภายใต้นโยบายพลังงานที่จะเพิ่มกำลังการผลิตในด้านพลังงานทดแทน ที่ได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐในทุกรูปแบบจนถูกกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ อีกทั้งยังเป็นโครงการที่มีความสำคัญกับความยั่งยืนของประเทศจากการเพิ่มความหลากหลายในการใช้เชื้อเพลิงเพื่อผลิตไฟฟ้าในระยะยาวและเป็นการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้แก่ประเทศไทยต่อไปในภายภาคหน้า