เนื้อหาวันที่ : 2013-02-13 12:59:32 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1467 views

รัฐ เตรียมออกมาตรการอุ้ม SMEs หลังจ้างวันละ 300 บาท

คณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หามาตรการช่วยเหลือ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท

คณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หามาตรการช่วยเหลือ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท

จากนโยบายของรัฐบาล การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศ ตั้งแต่ต้นปีนี้( 2556) เพื่อส่งเสริมให้ผู้ใช้แรงงานมีรายได้เพิ่ม ทำให้มีความสามารถในการจับจ่ายใช้สอยหรือกำลังซื้อเพิ่ม เกิดการปรับตัวในการใช้ความเชี่ยวชาญส่วนบุคคล สู่การพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน

โดยภาคธุรกิจต้องให้ความสำคัญกับการจ้างแรงงานที่มีความรู้และประสบการณ์มากขึ้น เพื่อให้คุ้มค่ากับต้นทุนค่าใช้จ่าย แต่ในทางกลับกันการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท ส่งผลให้ต้นทุนภาคธุรกิจสูงขึ้น โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมมีค่าใช้จ่ายของแรงงานเฉลี่ยร้อยละ 22.6 ภาคการค้าและบริการ ร้อยละ 15.6 ราคาสินค้าและบริการอาจสูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนการผลิตสินค้าและบริการเพิ่ม ทำให้ผู้ประกอบการSMEs ได้รับผลกระทบจนต้องปิดกิจการเพราะแบกรับภาระต้นทุนไม่ไหว รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ศึกษาระดมความคิดเห็นเพื่อหาแนวทางแก้ไขลดผลกระทบ

นายประเสริฐ บุญชัยสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหามาตรการ เยียวยาเพื่อลดผลกระทบตามนโยบายการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท ให้กับผู้ประกอบการ SMEs โดยล่าสุดนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เรียกประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาย่อม เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือแล้ว

โดยจัดสรรเงินกองทุนของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. เพื่อช่วยเหลือ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท โดยอนุมัติจัดสรรเงินกองทุน สสว. ปี 2556 จำนวน 310 ล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการช่วยเหลือ SMEs โดยเฉพาะที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด จำนวน 200 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนดอกเบี้ยแก่เอสเอมอี จำนวน 6,300 ราย ในรายละไม่เกิน1,000,000 บาท

อย่างไรก็ตาม จากมาตรการดังกล่าวสามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งสิ่งสำคัญของผู้ประกอบการSMEs ต้องมีวิธีการปรับตัว เพิ่มขีดความสามารถ ทั้งทางด้านเพิ่มผลิตภัณฑ์ และการบริการเพื่อให้อยู่รอดกับสถานการณ์ปัจจุบันได้


ที่มา : เว็บไซต์สำนักข่าวแห่งชาติ / ภาพ : www.dailytelegraph.com.au