เนื้อหาวันที่ : 2013-02-11 12:05:48 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 921 views

ราชบุรีโฮลดิ้ง เตรียมก่อสร้างจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ปี 2561

ราชบุรีโฮลดิ้ง ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโครงการเซเปียน-เซน้ำน้อย กับ กฟผ. เตรียมก่อสร้างไตรมาส 1 ปีนี้ และจะจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ปี 2561

บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) รายงานว่า บริษัท ไฟฟ้า เซเปียน เซน้ำน้อย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุน ได้บรรลุข้อตกลงสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเซเปียน เซน้ำน้อย กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นระยะเวลา 27 ปี โดยทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในสัญญาดังกล่าวเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2556 ณ กรุงเวียงจันทน์ สปป. ลาว

นายนพพล มิลินทางกูร กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า สัญญาซื้อขายไฟฟ้าถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในการพัฒนาโครงการ เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการก่อสร้างโครงการ ซึ่งจะใช้ระยะเวลาการก่อสร้างประมาณ 60 เดือน กำหนดแล้วเสร็จและเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในปี 2561 โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำเซเปียน-เซน้ำน้อย จะจำหน่ายกระแสไฟฟ้าให้กับ กฟผ. ประมาณร้อยละ 90 ของกำลังผลิตทั้งหมด คิดเป็นจำนวน 370 เมกะวัตต์ หรือ 1,574 กิกะวัตต์-ชั่วโมง (GWH) ต่อปี ส่วนที่เหลือจะจำหน่ายให้กับการไฟฟ้าลาว เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าของทั้งสองประเทศ

“โครงการนี้มีกำลังการผลิตติดตั้ง 410 เมกะวัตต์ มีมูลค่าโครงการประมาณ 32,000 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในไตรมาสแรกของปีนี้ พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จากโครงการจะส่งเข้าระบบสายส่ง 500 กิโลโวลต์ ไปยังสถานีไฟฟ้าย่อยอุบลราชธานี บริษัทฯ เชื่อมั่นว่า โครงการนี้จะสามารถดำเนินการแล้วสร็จตามกำหนดเวลา ซึ่งจะช่วยเสริมกระแสเงินสดและรายได้ของบริษัทฯ ให้มีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น” นายนพพล กล่าว

โครงการพลังน้ำเซเปียน เซน้ำน้อย ตั้งอยู่แขวงอัตตะปือ และแขวงจำปาศักดิ์ สปป. ลาว ดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือของบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) และพันธมิตรอีก 3 ราย คือ SK Engineering and Construction (SK E&C), Korea Western Power (KOWEPO) และ Lao Holding State Enterprise (LHSE) ในนามบริษัท ไฟฟ้า เซเปียน เซน้ำน้อย จำกัด ซึ่งได้รับสัญญาสัมปทานระยะเวลา 27 ปี จากรัฐบาล สปป. ลาว ให้เป็นผู้ดำเนินการพัฒนา ก่อสร้าง และดำเนินงานโครงการอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนตุลาคม 2555

ปัจจุบัน บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) มีกำลังการผลิตที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้วและอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการทั้งสิ้น 6,303 เมกะวัตต์ เป็นกำลังการผลิตภายในประเทศรวม 4,586.5 เมกะวัตต์ และกำลังการผลิตในต่างประเทศ ได้แก่ สปป.ลาว และออสเตรเลีย รวม 1,716.5 เมกะวัตต์