เนื้อหาวันที่ : 2013-01-07 10:33:05 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1440 views

PTG ยื่นไฟลิ่งขายไอพีโอ 420 ล้านหุ้น ตั้งเป้าหุ้นเข้าเทรดภายในปีนี้

ขยายสถานีบริการน้ำมันพีที เฉลี่ยปีละ 100 สถานีภายใน 5 ปีข้างหน้า

 บมจ.พีทีจี เอ็นเนอยี ยื่นไฟลิ่งต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน (IPO) จำนวน 420 ล้านหุ้น คิดเป็น 25.15% ของทุนจดทะเบียนที่ราคาพาร์ 1 บาท เตรียมนำเงินขยายสถานีบริการน้ำมันพีที เฉลี่ยปีละ 100 สถานีภายใน 5 ปีข้างหน้า รวมถึงขยายธุรกิจร้านสะดวกซื้อและร้านกาแฟพันธุ์ไทยเพิ่มสัดส่วนธุรกิจไม่ใช่น้ำมันลดความผันผวนทางธุรกิจ

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)หรือ PTG ผู้ให้บริการสถานีบริการน้ำมันพีที เปิดเผยว่า บริษัทฯได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) กับทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2555 ที่ผ่านมา เพื่อแสดงความจำนงที่จะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชนจำนวน 420 ล้านหุ้น โดยมีมูลค่าที่ตราไว้ (ราคาพาร์ 1 บาท) คิดเป็น 25.15% ของทุนจดทะเบียน ปัจจุบันบริษัทฯมีทุนจดทะเบียน 1,670 ล้านบาท และทุนที่ออกและเรียกชำระแล้ว 1,250 ล้านบาท ทั้งนี้ภายหลังจากการขายหุ้นเพิ่มทุนจะส่งผลให้ทุนที่ออกและเรียกชำระแล้วของบริษัทฯเพิ่มขึ้นเป็น 1,670 ล้านบาท

โดยจำนวนหุ้นที่จำหน่ายแบ่งเป็นการเสนอขายให้ประชาชนทั่วไปจำนวน 386.60 ล้านหุ้น คิดเป็น 23.15% ของทุนจดทะเบียนและเสนอขายต่อกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท จำนวน 33.40 ล้านหุ้น คิดเป็น 2.00% ของทุนจดทะเบียนโดยมีบริษัท เซจแคปปิตอล จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และบริษัทหลักทรัพย์โนมูระ พัฒนสิน เป็นผู้จำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

สำหรับเงินที่ได้จากการขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน บริษัทฯจะนำไปใช้เพื่อขยายธุรกิจจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจจำหน่ายน้ำมัน การลงทุนเพื่อปรับปรุงภาพลักษณ์สถานีบริการน้ำมันพีที และลงทุนปรับปรุงและพัฒนาซอฟท์แวร์ และระบบสารสนเทศที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ

“เรามีเป้าหมายที่จะขยายสถานีให้บริการน้ำมันพีทีโดยรูปแบบ COCO ซึ่งบริษัทฯเป็นผู้บริหารจัดการเองเป็นหลัก มีเป้าหมายที่จะเปิดเพิ่มขึ้นอีก 130 สถานีภายในปี 2556 และเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 100 สถานีภายใน 5 ปีข้างหน้า ส่วนสถานีประเภท DODO เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 25 สถานีภายใน 5 ปีข้างหน้า รวมถึงแผนการเพิ่มรถขนส่งและขนถ่ายน้ำมันอีกปีละ 30 และ 50 คันตามลำดับภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า” นายพิทักษ์กล่าว

นอกจากนี้ยังต้องปรับเพิ่มสัดส่วนรายได้ในส่วนที่ที่ไม่ใช่ธุรกิจน้ำมัน (Non-Oil Business) ให้เพิ่มมากขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงทางธุรกิจ รวมถึงมีแผนที่จะปรับปรุงภาพลักษณ์ของสถานีบริการน้ำมันพีที และระบบซอฟท์แวร์ โดยมีแผนเปิดร้านกาแฟ “พันธุ์ไทย” อีกประมาณ 20 สาขา และปรับปรุงร้านสะดวกซื้อภายในสถานีบริการน้ำมันในชื่อ “แมกซ์มาร์ท” เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าและคนทั่วไปเข้ามาใช้บริการในสถานีบริการน้ำมันพีทีเพิ่มมากขึ้น

นายพิทักษ์ กล่าวถึงผลการดำเนินงานของบริษัทฯในปี 2552 ถึงปี 2554 และใน 9 เดือนแรกปี 2555 ว่า บริษัทฯมีกำไรสุทธิเท่ากับ 90.45 ล้านบาท เท่ากับ 89.15 ล้านบาท เท่ากับ 226.42 ล้านบาท และเท่ากับ 249.11 ล้านบาท โดยแนวโน้มรายได้และกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากการเติบโตของธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งส่งผลให้ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่บริษัทฯจำหน่ายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในแต่ละปี ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันในระยะที่ผ่านมาก็ส่งผลให้รายได้จากการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

อนึ่ง บริษัทพีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2531 ในนาม บริษัท ภาคใต้เชื้อเพลิง จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 1 ล้านบาท บริษัทฯจดทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 ปัจจุบันบริษัทฯดำเนินธุรกิจค้าปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงผ่านสถานีบริการน้ำมันพีที ที่บริษัทฯเป็นผู้บริหารงาน

และค้าส่งน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับ 1) ตัวแทนบริษัทจำหน่ายน้ำมันของบริษัท 2) ผู้ค้าน้ำมันรายอื่น และ 3) ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่ต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในการดำเนินธุรกิจ และบริษัทฯยังจดทะเบียนเป็นผู้ขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 เพื่อให้บริการขนส่งและขนถ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับบริษัทย่อยของบริษัทและลูกค้าในกลุ่มธุรกิจค้าส่งน้ำมันเชื้อเพลิง รวมทั้งบริษัทฯยังให้บริการรับฝากน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับผู้ค้าน้ำมันรายอื่นอีกด้วย