เนื้อหาวันที่ : 2012-12-14 11:04:14 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1642 views

ธปท.แนะ5กลยุทธ์ลงทุนปี'56 ช่วยเพิ่มมูลค่าเม็ดเงินในกระเป๋า

การปรับเพิ่มต้นทุนค่าแรงเป็น 300 บาท ระลอกสองซึ่งอาจส่งผลมากกว่าการปรับครั้งแรก ในช่วงปีที่ผ่านมา รวมทั้งผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ยังเติบโตฟื้นตัวได้ช้าด้วย

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงเรื่อง "การเตรียมความพร้อมของภาคธุรกิจและประชาชนในการลงทุน ปี 2013 "งาน Thailand Smart Money" จัดโดย บริษัทดอกเบี้ย จำกัด และบริษัท พี.เอ พรินท์ติ้งเฮ้าส์ จำกัดว่าบรรยากาศการลงทุนในปีหน้าจะยังดีต่อเนื่องโดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตในอัตรา 4.6% จากปีนี้โดยอาศัยแรงขับเคลื่อนจากการจับจ่ายใช้สอยและการลงทุนของภาคเอกชนในประเทศ อีกทั้งการใช้จ่ายของภาครัฐภายใต้มาตรการกระตุ้นต่างๆ
         
แต่อาจยังต้องระมัดระวัง และจับตามองการ ปรับตัวของภาคธุรกิจจากการปรับเพิ่มต้นทุนค่าแรงเป็น 300 บาท ระลอกสองซึ่งอาจส่งผลมากกว่าการปรับครั้งแรก ในช่วงปีที่ผ่านมา รวมทั้งผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ยังเติบโตฟื้นตัวได้ช้าด้วย อย่างไรก็ดี พื้นฐานการเติบโต ที่ดีและเสถียรภาพเศรษฐกิจที่ยังแข็งแกร่งถือเป็นปัจจัย สำคัญที่เอื้อต่อบรรยากาศการลงทุนในประเทศ
        
สิ่งที่อยากฝากสำหรับผู้ที่พร้อมจะลงทุนและ กำลังมองหาช่องทางการบริหารเงินที่ให้เกิดประโยชน์ สูงสุดก็คือ 1.S คือ Saving หรือการออมเพราะความสำคัญ ของเงินออมมิได้เป็นประโยชน์แต่เพียงเฉพาะกับ ผู้เก็บออมแต่ถือเป็นเรื่องระดับชาติเพราะเงินออม คือ แหล่งเงินทุนที่สำคัญของธุรกิจและเราจึงควรสร้างวินัย "ออมก่อนใช้" และการจัดสรรรายได้และออมอย่างพอดี ทั้งเพื่อการใช้จ่ายในยามฉุกเฉินและการลงทุนสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว
       
2.M คือ Me, My self เมื่อมีเงินออมแล้ว ต้องรู้จักตัวเอง ที่เป็นเจ้าของเงินนั้น ต้องตั้งคำถามและทำความเข้าใจเป้าหมายของการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นไปเพื่อการลงทุนแสวงหาผลตอบแทน หรือเพื่อการลดหย่อนภาษีในช่วงท้ายปี รวมทั้งรสนิยมของตนเองในการลงทุน เช่น ประเภทหรือผลิตภัณฑ์ในการลงทุน (หุ้น พันธบัตร หรือ การลงทุนผ่านกองทุนต่างๆ) ความเสี่ยงที่ยอมรับได้และระยะเวลาในการลงทุนว่าแบบไหนจึงจะทำให้ตนเองมั่นใจและสบายใจ เพื่อที่จะจัดสรรเงินออมเพื่อการลงทุนได้เหมาะกับตนเอง
       
3.A คือAssets Allocation ต้องเตรียมพร้อมในการศึกษาหาความรู้ในทางเลือกต่างๆ ของการลงทุน เพราะสินทรัพย์แต่ละชนิดให้ผลตอบแทนรวมทั้งมีระดับความเสี่ยงไม่เหมือนกัน จึงอาจบริหารเงินหรือจัดสรรการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยง โดยคำนึงถึงเป้าหมายการลงทุนและข้อจำกัดการลงทุนของตนเองเป็นหลัก
       
4.R คือ Risk and Return management การจัดสรรการลงทุนที่ดี จะรวมถึงการรับรู้ผลตอบแทนการลงทุนเทียบกับความเสี่ยงที่เผชิญอยู่แน่นอนว่าสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงย่อมมีความเสี่ยงสูงตามไปด้วย แม้มีการกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์ต่างๆ แล้ว ความเสี่ยงในภาพรวมก็อาจยังสูงเกินกำลังของผู้ลงทุน การรู้จัก บริหารความเสี่ยงผ่านการใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อให้ความเสี่ยง อยู่ในระดับที่รับได้ ถือเป็นแนวทางที่จำเป็นในการจัดสรรการลงทุนให้มีประสิทธิภาพ
       
5.T คือ Timing กล่าวคือการรู้จักเลือกที่จะลงทุนในช่วงเวลาที่เหมาะสม ผ่านการเกาะติดข้อมูลข่าวสารภาวะเศรษฐกิจและตลาดการเงิน รวมทั้งต้องมองไปข้างหน้าเพื่อดูแนวโน้มในอนาคตและสัญญาณฟองสบู่ ปกติราคาของสินทรัพย์จะมีวัฏจักรขึ้นลงแล้วแต่ปัจจัยพื้นฐาน