เนื้อหาวันที่ : 2012-12-14 10:37:30 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 827 views

อุตฯ ดันแผนผลิตรถกรีนคาร์ ซีพีเทหมื่นล้านผุดรถเอ็มจี

ขยายธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ในครั้งนี้ เพราะเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยที่เป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ของเอเชีย หรือ ดีทรอยซ์แห่งเอเชีย

นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการสถาบันยานยนต์ เปิดเผยถึงแผนแม่บทอุตสาหกรรมยานยนต์ ฉบับที่ 3 (ปี55-59)ว่า กระทรวงอุตสาหกรรมจะให้ความสำคัญในการผลิตรถยนต์กรีนคาร์หลังจากในแผนฯที่ 1 และ แผนฯที่ 2 ประสบความสำเร็จอย่างมากในการส่งเสริมโปรดักส์แชมเปี้ยนอย่างรถปิกอัพ และรถยนต์อีโคคาร์ โดยรถยนต์กรีนคาร์จะเน้นการใช้พลังงานทางเลือก, เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม, ตัวรถมีน้ำหนักเบาแต่มีมาตรฐาน เพื่อประหยัดรายจ่ายจากการใช้พลังงาน รวมถึงรถยนต์ที่มีความปลอดภัยสูง และสามารถขับขี่ได้สะดวก ซึ่งจะครอบคลุมยานพาหนะทุกประเภท ทั้งรถยนต์นั่ง รถจักรยานยนต์ รถขนส่ง

"แนวคิดดังกล่าวถือเป็นคอนเซปต์แชมเปี้ยนของแผนแม่บทฯฉบับปัจจุบัน ต่างจากฉบับอื่น ๆ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตัวใดตัวหนึ่ง โดยแนวคิดในครั้งนี้ครอบคลุมการใช้พลังงานทุกรูปแบบทั้งเอทานอล ไบโอดีเซล รถยนต์ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นแนวโน้มการผลิตรถยนต์ของโลกในอนาคต โดยในส่วนของรถยนต์ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้าจะเห็นว่าเริ่มมีการใช้มากขึ้น แต่ยังไม่แพร่หลาย ซึ่งจากการคาดการณ์ รถยนต์ทั้ง 2 ประเภทจะเป็นที่นิยมในช่วงปี 63"

ขณะเดียวกันภายใต้แผนกำหนดให้มีการจัดตั้งศูนย์ทดสอบมาตรฐานยานยนต์ในเมืองไทย ซึ่งจะเป็นศูนย์ทดสอบของอาเซียน เพื่อให้สอดคล้องกับการที่ไทยได้ไปลงนามข้อตกลงร่วมกับประเทศในอาเซียนว่าไทยจะพัฒนาศูนย์ทดสอบและศูนย์วิจัยพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ขึ้นในประเทศ  โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เพื่อผลักดันให้ตั้งศูนย์ทดสอบได้ภายในปี 58 โดยมีมูลค่าลงทุน 8,100 ล้านบาท

นายนพดล  เจียรวนนท์ รองประธานกรรมการ กลุ่มธุรกิจยานยนต์ และอุตสาหกรรม (จีน) เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ เครือ ซี.พี.กล่าวว่า เครือซี.พี. ได้ร่วมทุนกับ บริษัท เซี่ยงไฮ้ ออโต้โมทีฟ อินดัสทรี คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในจีนและใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลก จัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายรถยนต์ภายใต้แบรนด์ เอ็มจี พร้อมกับสร้างโรงงานในไทย เป็นฐานในการผลิตและส่งออกรถยนต์พวงมาลัยขวาเพียงแห่งเดียว ส่งออกไปยังทุกประเทศทั่วโลก ใช้งบลงทุนในระยะแรก (เฟสแรก) มากกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างพิจารณาเลือกที่ตั้งโรงงานให้อยู่ใกล้ท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อสะดวกส่งออกไปต่างประเทศ  สัดส่วนร่วมทุน แบ่งเป็น บริษัท เซี่ยงไฮ้ฯ ถือหุ้นสัดส่วน 51% ซีพี ถือหุ้นในสัดส่วน 49% โดยได้จัดตั้ง บริษัท ซีพี มอเตอร์ โฮลดิ้ง จำกัด เพื่อทำธุรกิจยานยนต์ในไทยแล้ว

สำหรับการขยายธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ในครั้งนี้ เพราะเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยที่เป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ของเอเชีย หรือ ดีทรอยซ์แห่งเอเชีย ทำให้เกิดการจ้างงานจำนวนมาก และเศรษฐกิจไทยกำลังเติบโตเป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียน ขณะเดียวกัน มั่นใจว่ารถยนต์ เอ็มจี ที่ผลิตในไทยและส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลก จะได้รับความนิยม เนื่องจากเป็นรถยนต์มาตรฐานยุโรป มีคุณภาพระดับโลก  ซึ่งผู้บริโภคไทยรู้จักและยอมรับมาตรฐาน ทั้งนี้มีแผนทำการตลาดในปี  57 โดยรถยนต์ เอ็มจี รุ่นแรกที่จะจำหน่ายในไทยนั้นจะเป็น เอ็มจี 6, เอ็มจี 3 และเอ็มจี 5 ขณะที่แผนลงทุนในช่วงแรก จะเริ่มต้นนำชิ้นส่วนเข้ามาประกอบในไทย ตั้งเป้าหมายผลิตในช่วงแรกที่ 50,000 คันต่อปี และมีแผนขยายการผลิตเป็น 200,000 คันต่อปี ในอนาคต.