เนื้อหาวันที่ : 2012-12-03 09:43:31 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 2451 views

พงษ์ศักดิ์ กำหนด20 ธันวาคม นี้เปิดขายเอกสารประมูล IPP

รมว.พลังงาน ลั่นเปิดขายเอกสารประมูล IPP ตั้งแต่ 20 ธ.ค.นี้ จำนวน 5,400 เมกะวัตต์ ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง

รมว.พลังงาน ลั่นเปิดขายเอกสารประมูล IPP ตั้งแต่ 20 ธ.ค.นี้ จำนวน 5,400 เมกะวัตต์ ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง คัดเลือกผู้ชนะประมูลภายในช่วงปี 2556

นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวภายหลังเดินทางมาตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้แก่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. ว่า การเปิดขายเอกสารประมูลโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ หรือ IPP จำนวน 5,400 เมกะวัตต์ (MW) จะเริ่มในวันที่ 20 ธ.ค. 2555 และจะพิจารณาคัดเลือกในช่วงเดือนมี.ค.-มิ.ย. 2556

สำหรับการประมูล IPP รอบใหม่ทั้งหมด 5,400 เมกะวัตต์ จะใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง และตามแผนงานเบื้องต้น วันที่ 4 ธ.ค.นี้ จะมีการออกประกาศเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมประมูล IPP รอบใหม่ และเปิดขายเอกสารประมูลในวันที่ 20 ธ.ค. 55

หลังจากนั้นจะมีการประชุมชี้แจงในวันที่ 13 ก.พ. 2556

โดยผู้ที่สนใจจะเข้ายื่นเอกสารประมูลในวันที่ 12 มี.ค. 2556 ต่อจากนั้น จะมีการพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะประมูลในช่วงเดือนมี.ค.-มิ.ย. งวดปีหน้า ส่วนการประมูล IPP ครั้งใหม่นี้ รัฐบาลจะเปิดรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชนจำนวน 5,400 MW โดยใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง

ดังนั้น ถือว่าเป็นไปตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า พ.ศ. 2553-2573 (PDP 2010) ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 3 ที่ไทยจะมีกำลังผลิตไฟฟ้ารวมทั้งสิ้นเมื่อถึงปี 73 ประมาณ 70,686 เมกะวัตต์ โดยประเทศไทยจัดประมูล IPP มาแล้ว 2 ครั้ง ในปี 2537 และในปี 2550 โดยการประมูล IPP ครั้งที่ผ่านมา มีจำนวน 4.4 พันเมกะวัตต์ เพื่อจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในช่วงปี 2555-2557

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า ภายในอนาคตจะมีการปรับแผน PDP ใหม่ โดยจะให้มีการเพิ่มสัดส่วนถ่านหิน เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้ามากขึ้น เพื่อความมั่นคงด้านไฟฟ้ารวมถึงจะพิจารณารับซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศมากขึ้น เช่น การจะรับซื้อไฟฟ้าจากพม่าเพิ่มเป็น 1 หมื่นเมกะวัตต์

นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้ กกพ. พิจารณาเรื่องการให้บุคคลที่ 3 (Third Party) มาใช้ท่อส่งก๊าซธรรมชาติ และสายส่งไฟฟ้ามากขึ้น เพื่อให้เกิดความมั่นคงด้านพลังงาน รวมถึงให้พิจารณาถึงแผนเพิ่มปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติให้มากขึ้น จากปัจจุบันที่บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP ที่เข้าลงทุนในต่างประเทศ และมีบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ดำเนินการสร้างคลังก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เฟส 2 ซึ่งจะเพิ่มความสามารถในการผลิตและจัดเก็บ LNG เป็น 10 ล้านตันต่อปี

ด้านกรณี เชค คาหลิด บิน อาเหม็ด บิน โมฮัมเหม็ด อัล คอลิฟะห์ รัฐมนตรีต่างประเทศบาห์เรน เข้าเยี่ยมคารวะ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องที่จะเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์

โดยเฉพาะด้านความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน ซึ่งรัฐมนตรีต่างประเทศบาห์เรน ระบุว่า จะนำเรื่องนี้เข้าสู่วาระการประชุมอาเซียนและคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (ASEAN-GCC Summit) ในช่วงปีหน้า และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาของทั้ง 2 ภูมิภาค

นอกจากนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของบาห์เรน ยังกล่าวอีกว่า ราชอาณาจักรบาห์เรนพร้อมสนับสนุนและให้ความร่วมมือด้านความมั่นคงทางพลังงานกับไทย ส่วนฝั่งนายกรัฐมนตรีของไทยแสดงความเห็นว่า ประเทศไทยพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางและผู้กระจายสินค้าในด้านอาหาร อีกทั้งไทยยังพร้อมเป็นแหล่งคลังสินค้า