เนื้อหาวันที่ : 2012-11-26 10:28:11 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 925 views

คนไทยจุกรัฐจ่อขึ้นราคาก๊าซยกแผงชนเพดานโลละ 36 บ.ใน 2 ปี

คนไทยจุกรัฐจ่อขึ้นราคาก๊าซยกแผงขึ้นชนเพดานโลละ 36 บ.ใน 2 ปี-เพ้งเล็งอุ้มแม่บ้าน

รายงานข่าวจากสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้สนพ.ได้จัดทำข้อสรุปแนวทางการปรับโครงสร้างราคาแอลพีจีสำหรับทุกภาคส่วนเรียบร้อยแล้ว โดยใช้ประมาณการราคาตลาดโลกปี 2556-2557 เฉลี่ยที่ 900 เหรียญต่อตันทำให้ราคาแอลพีจีที่แท้จริงทุกส่วนจะต้องปรับขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 36 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อลดการอุดหนุนจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและลดการไหลออกโดยเฉพาะเมื่อก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558

สำหรับแนวทางการปรับภาคขนส่งจะขึ้นเฉลี่ยเดือนละ 1.20 บาทต่อกิโลกรัม และภาคอุตสาหกรรมขึ้นเดือนละ 0.50 บาทต่อกิโลกรัมจนไปอยู่ที่ 36 บาทในเดือนธ.ค.2556 ซึ่งขณะนี้แอลพีจีขนส่งอยู่ที่ 21.38 บาทต่อกิโลกรัม อุตสาหกรรมอยู่ที่ 30.13 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนภาคครัวเรือนจะยึดราคาสะท้อนต้นทุนโรงแยกก๊าซธรรมชาติที่ 550 เหรียญต่อตัน หรือ 24.82 บาทต่อกิโลกรัมแต่มีเป้าหมายที่จะให้สะท้อนราคาตลาดโลกที่ 36 บาทต่อกิโลกรัมในธ.ค. 2557

ทั้งนี้ การปรับขึ้นราคาภาคครัวเรือน จะใช้เวลาทยอยปรับแต่ละเดือนจนครบ 2 ปี หรือเฉลี่ยปรับขึ้นเดือนละประมาณ 0.50 บาทต่อกิโลกรัมจากขณะนี้ราคาอยู่ที่ 18.13 บาทต่อกิโลกรัม

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดได้รายงานแนวทางต่อนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงานคนใหม่ซึ่งได้มอบหมายให้ไปทำความเข้าใจกับประชาชนและทำรายละเอียดและข้อมูลที่ชัดเจนถึงกลุ่มผู้ที่สมควรได้รับความช่วยเหลือเมื่อต้องปรับขึ้นแอลพีจีภาคครัวเรือนโดยเน้นผู้มีรายได้ต่ำกับร้านค้า หาบเร่ แผงลอย รวมถึงแนวทางการดำเนินงานว่าจะเป็นบัตรเครดิตหรือส่วนลดอย่างไรแน่ที่จะทำให้การช่วยเหลือถึงมือประชาชนจริงและเกิดประโยชน์สูงสุด

"ขณะนี้ยึดจากฐานข้อมูลผู้มีรายได้ต่ำจากการใช้ไฟฟ้าและร้านค้า หาบเร่ แผงลอย ร้านอาหารขนาดเล็กจากกระทรวงสาธารณสุข โดยข้อมูลใช้ไฟฟรีเขตเมืองรวมกับรายได้ครัวเรือนในชนบทพบว่าสูงสุดกลุ่มนี้จะมี 6 ล้านครัวเรือน ส่วนร้านหาบเร่ แผงลอยรวมจะมีประมาณ 2 แสนราย ทั้งหมดนี้คงจะต้องนำมาพิจารณาว่าจะช่วยอย่างไร" รายงานข่าวกล่าว

นายชิษณุพงศ์ รุ่งโรจน์งามเจริญ นายกสมาคมผู้ค้าแอลพีจี กล่าวว่า เห็นด้วยกับมาตรการที่จะช่วยเหลือคนมีรายได้ต่ำแต่ยอมรับว่าขั้นตอนไม่ง่ายควรจะเปิดให้คนที่ต้องการความช่วยเหลือจริงๆ มาลงทะเบียนและหากรัฐจะทำเป็นบัตรส่วนลดยอมรับว่าร้านค้าก็จะต้องลงทุนไปทำเครื่องรูดบัตรอีก

นายมนูญ ศิริวรรณ นักวิชาการด้านพลังงาน กล่าวว่า รัฐต้องหามาตรการช่วยประชาชน เพราะการเมืองอาจนำมาโจมตีกัน ทั้งที่แอลพีจีภาคครัวเรือนขึ้นมีผลต่อต้นทุนน้อยมาก ซึ่งเห็นว่ามาตรการบัตรส่วนลดแอลพีจีถ้าจะทำเหมือนบัตรพลังงานเอ็นจีวีก็ทำได้เพราะระบบมีอยู่แล้ว หรืออาจจะจ่ายเงินเข้าบัญชีเหมือนกับเงินช่วยเหลือคนชราก็ได้