เนื้อหาวันที่ : 2012-11-26 10:13:28 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 538 views

สนพ.ชูเป้าราคาแอลพีจี36บ.ขยับครัวเรือน2ปี50สต./ด.

เปิดโครงสร้างราคาแอลพีจีเป้าหมาย 36 บาท/กก. ขีดเส้นขยับครัวเรือนเดือนละ 50 ส.ต. 2 ปี เร่งทำความเข้าใจชาวบ้าน เอกชนจี้ระดมความเห็นกลัวช่วยไม่ตรงจุด

 เปิดโครงสร้างราคาแอลพีจีเป้าหมาย 36 บาท/กก. ขีดเส้นขยับครัวเรือนเดือนละ 50 ส.ต. 2 ปี เร่งทำความเข้าใจชาวบ้าน เอกชนจี้ระดมความเห็นกลัวช่วยไม่ตรงจุด

แหล่งข่าวจากสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า สนพ.ได้จัดทำข้อสรุปแนวทางการปรับโครงสร้างราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) สำหรับทุกภาคส่วนเรียบร้อยแล้ว โดยใช้ประมาณการราคาตลาดโลก (ซีพี) ปี 2556-2557 เฉลี่ยที่ 900 เหรียญต่อตัน มากำหนดราคา ทำให้ราคาแอลพีจีที่แท้จริงทุกส่วนจะต้องปรับขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 36 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) แต่จะลดการอุดหนุนจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่เก็บรายได้หลักจากผู้ใช้น้ำมัน และทำให้ราคาใกล้เคียงกับประเทศเพื่อนบ้าน ลดการไหลออก โดยเฉพาะเมื่อก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ปี 2558

แหล่งข่าวกล่าวว่า แนวทางการปรับภาคขนส่งจะขึ้นเฉลี่ยเดือนละ 1.20 บาทต่อ กก. และภาคอุตสาหกรรมขึ้นเดือนละ 50 สตางค์ต่อ กก. จนไปอยู่ที่ 36 บาท ในเดือนธันวาคม 2556 ซึ่งขณะนี้แอลพีจีขนส่งอยู่ที่ 21.38 บาทต่อ กก. อุตสาหกรรมอยู่ที่ 30.13 บาทต่อ กก. ส่วนภาคครัวเรือนขึ้นเดือนละ 50 สตางค์ต่อ กก. ซึ่งปี 2556 ยึดราคาสะท้อนต้นทุนโรงแยกก๊าซธรรมชาติที่ 550 เหรียญต่อตัน หรือ 24.82 บาทต่อ กก. จากนั้นในเดือนธันวาคม 2557 จะปรับให้สะท้อนราคาตลาดโลกที่ 36 บาทต่อ กก. โดยต้องใช้เวลาทยอยปรับแต่ละเดือนให้ครบ 2 ปี จากขณะนี้ราคา อยู่ที่ 18.13 บาทต่อ กก.


แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้มอบหมายให้ทำความเข้าใจกับประชาชน เมื่อต้องปรับขึ้นแอลพีจีภาคครัวเรือน โดยเน้นผู้ มีรายได้ต่ำกับร้านค้า หาบเร่ แผงลอย รวมถึงแนวทางการดำเนินงานว่าจะเป็นบัตรเครดิตหรือส่วนลดอย่างไรเพื่อถึงมือประชาชนจริงและเกิดประโยชน์สูงสุด


ปัจจุบันยึดฐานข้อมูลผู้มีรายได้ต่ำจากการใช้ไฟฟ้าและร้านค้า หาบเร่ แผงลอย ร้านอาหารขนาดเล็กจากกระทรวงสาธารณสุข โดยข้อมูลใช้ไฟฟรีเขตเมืองรวมกับรายได้ครัวเรือนในชนบท พบว่าสูงสุดกลุ่มนี้จะมี 6 ล้านครัวเรือน ส่วนร้านหาบเร่ แผงลอยรวมจะมีประมาณ 2 แสนกว่าราย" แหล่งข่าวกล่าว

นายชิษณุพงศ์ รุ่งโรจน์งามเจริญ นายกสมาคมผู้ค้าแอลพีจี กล่าวว่า ควรเปิดให้คนที่ต้องการความช่วยเหลือจริงมาลงทะเบียน หากรัฐทำเป็นบัตรส่วนลดร้านค้าต้องลงทุนไปทำเครื่องรูดบัตรอีก ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่สั่งก๊าซโดยให้ร้านไปส่งไม่ได้ซื้อตรง รัฐจึงควรมีเวทีระดมความเห็นเรื่องนี้เพื่อให้การปฏิบัติออกมา ได้ผลดีต่อทุกฝ่าย
          นายมนูญ ศิริวรรณ นักวิชาการด้านพลังงาน กล่าวว่า ถ้าทุกอย่างสะท้อนกลไกตลาดจะไม่มีปัญหา แต่รัฐจะต้องหามาตรการช่วย เพราะอาจเป็นประเด็นการเมืองโจมตีกัน ทั้งที่การขยับ ราคาแอลพีจีครัวเรือนมีผลต่อต้นทุนน้อยมาก ดังนั้น อาจมีมาตรการบัตรส่วนลดแอลพีจีเหมือนเอ็นจีวี หรือจ่ายเงินเข้าบัญชีเหมือนกับเงินช่วยเหลือคนชรา