เนื้อหาวันที่ : 2012-11-14 15:52:52 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1121 views

มาลี เล็งตั้งโรงงานในต่างประเทศรับAEC โฟกัสธุรกิจเครื่องดื่ม

มาลี ปรับตัวครั้งใหญ่โฟกัสกลุ่มเครื่องดื่ม พร้อมปั้นแบรนด์รุกตลาดในประเทศ

"มาลี" ปรับตัวครั้งใหญ่หลังออกจากแผนฟื้นฟูกลางปี'54 หันบาลานซ์ธุรกิจปั้นกำไร เพิ่มโฟกัสกลุ่มเครื่องดื่ม พร้อมปั้นแบรนด์รุกตลาดในประเทศ ลดสัดส่วนโออีเอ็ม-ผลไม้แปรรูป เหตุแข่งขันสูง ปัจจัยผันผวนมาก เล็งตั้งโรงงานผลิตในอาเซียนรับเปิดเออีซีเร็ว ๆ นี้ หวังช่วยลดต้นทุนป้อนตลาดต่างประเทศ มั่นใจปีนี้โตอีก 100%

นายฉัตรชัย บุญรัตน์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาลีสามพราน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาในการตั้งโรงงานในต่างประเทศ เพื่อรับกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซีในอีก 3 ปีข้างหน้า ซึ่งได้มีการศึกษามาประมาณ 2-3 ปีแล้ว ซึ่งคาดว่าจะสามารถเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ โดยเล็งประเทศที่มีขนาดจำนวนประชากรสูง ค่าแรงถูก มีลูกค้า และวัตถุดิบเพียงพอ โดยจะเป็นฐานผลิตเพื่อป้อนตลาดของมาลีในต่างประเทศรวมถึงประเทศไทยด้วย

ส่วนโรงงานผลิตในไทยที่ผ่านมา เพิ่มการทุ่มงบประมาณ 400 ล้านบาทในการขยายกำลังผลิตเพิ่มขึ้น 200% ซึ่งจะก่อสร้างเสร็จในสิ้นปีนี้ เพื่อรับกับการขยายตัวของบริษัท ซึ่งช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีผลประกอบการที่ดีขึ้นชัดเจน และทำให้บริษัทสามารถหลุดจากแผนฟื้นฟูกิจการเมื่อกลางปี 2554 ที่ผ่านมา และทำให้ปีนี้มีการเติบโตด้านรายได้เท่าตัวจาก 3,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 6,000 ล้านบาท มาจากกลุ่มเครื่องดื่มเป็นหลัก ทั้งในและต่างประเทศ จากจำนวนลูกค้าและการขยายตลาดส่งออกเพิ่มขึ้น โดย ปีนี้ตั้งเป้าเติบโตอีก 100%

ทั้งนี้ บริษัทได้มีการปรับแผนธุรกิจในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หันมาให้ความสำคัญกับกลุ่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ และทำตลาดในประเทศมากขึ้น จากเทรนด์ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่หันมาใส่ใจตัวเอง ขณะเดียวกัน ก็ลดสัดส่วนสินค้าเกษตรส่งออก และกลุ่มผลไม้แปรรูป หรือผลไม้กระป๋อง เพื่อลดความเสี่ยงทางธุรกิจ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ต้องพึ่งพาฤดูกาล ดินฟ้าอากาศ มีความไม่แน่นอนสูง โดยเป้าหมายของบริษัทจากนี้จะเน้นบาลานซ์สัดส่วนระหว่างส่งออกและในประเทศอยู่ที่ประมาณ 50 : 50 เช่นเดียวกับการหันมาให้ความสำคัญกับแบรนด์ของตัวเองมากขึ้น และลดสัดส่วนรับจ้างผลิต หรือ OEM ลง

 "วิชั่นของบริษัทคือการเป็นบริษัทเครื่องดื่มและอาหารที่ผลิตสินค้าเพื่อสุขภาพ ซึ่งโอกาสทางธุรกิจยังมีอีกหลายอย่าง แน่นอนว่าแอลกอฮอล์เราจะไม่ทำ มากที่สุดที่จะทำก็คือชา กาแฟ" นายฉัตรชัยกล่าว

ด้านนางสาวรุ่งฉัตร บุญรัตน์ ผู้อำนวยการใหญ่สายธุรกิจ ตราผลิตภัณฑ์ บริษัท มาลี เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า ล่าสุดได้ปรับภาพลักษณ์ของแบรนด์มาลี เพื่อขยายฐานผู้บริโภคไปสุ่กลุ่มวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่วัยเริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไปมากขึ้น ขณะเดียวกัน ก็ได้ปรับสโลแกนจาก "fruit expert" เป็น "fruit with care" พร้อมกับเปิดตัวแคมเปญ Why Care ? โดยใช้กลยุทธ์โคครีเอชั่นมาร์เก็ตติ้งให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมกับความเชื่อของแบรนด์ผ่านประสบการณ์ตรง พร้อมให้ น้ำหนักกับโซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้น

ปัจจุบันบริษัทมีส่วนแบ่งตลาด 25% ของตลาดน้ำผลไม้ 100% มูลค่า 4,000 ล้านบาท ปีที่แล้วภายใต้แบรนด์มาลีเติบโต 24% และมีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้น 4% เทียบจากปีที่แล้ว และปีนี้ก็คาดหวังส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 4%