เนื้อหาวันที่ : 2012-11-09 10:30:41 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1136 views

สามมิตรฯ ประกาศขึ้นแท่นผู้นำ ผนึกกำลังพันธมิตรระดับโลกรุก AEC 2015

จับมือเฮนดริกสัน นำเข้าระบบช่วงล่างแบบถุงลมชั้นนำระดับโลก พร้อมให้บริการหลังการขายครบวงจรครอบคลุมเครือข่ายตลาด AEC รายแรกของไทย

(จากซ้าย) นายตฤณ ศิริจารุวร ผู้จัดการทั่วไปผ่ายการตลาด-ขาย และบริการลูกค้า บริษัท สามมิตรมอเตอร์สแมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด (มหาชน), นายสุริยา โพธิ์ศิริสุข กรรมการรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท สามมิตรมอเตอร์สแมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด (มหาชน),มร. แอนดรูว์ มาร์ติน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฮนดริกสัน เอเชียแปซิฟิก จำกัด, มร. มาร์ค บุน ผู้จัดการบริหารฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เฮนดริกสัน  เอเชียแปซิฟิก จำกัด, มร. คีธ วอร์ด กรรมการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เฮนดริกสัน เอเชียแปซิฟิก จำกัด

 

บริษัท สามมิตรมอเตอร์สแมนูแฟคเจอริ่งจำกัด (มหาชน) หรือ SMM ผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์และขนส่งครบวงจร ประกาศความพร้อมขึ้นแท่นผู้นำ รับการขยายตัวความต้องการด้านขนส่งและลอจิสติกส์ที่กำลังเพิ่มมากขึ้นเพื่อพร้อมรับตลาด AEC ในปี 2558 เร่งเจรจาและขยายพันธมิตรระดับโลก เตรียมรับดีมานด์ตลาดขนส่งพุ่ง พร้อมจับมือ บริษัท เฮนดริกสัน อินเตอร์เนชันแนล คอร์ปอเรชั่น นำเข้าระบบช่วงล่างแบบถุงลมชั้นนำระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา พร้อมให้บริการหลังการขายครบวงจรรายแรกของไทย

นายสุริยา โพธิ์ศิริสุข กรรมการรองกรรมการผู้จัดการ บริษัทสามมิตรมอเตอร์สแมนูแฟคเจอริ่งจำกัด (มหาชน) ผู้รับผิดชอบการดำเนินธุรกิจของบริษัทและสายธุรกิจยานยนต์เพื่อการพาณิชย์และลอจิสติกส์ เปิดเผยว่า  ประเทศไทยมีต้นทุนลอจิสติกส์ประมาณ 20-25% ของ GDP  การลดต้นทุนด้านลอจิสติกส์ของไทยให้แข่งขันได้ถือเป็นเป้าหมายสำคัญของธุรกิจ SMM

ปัจจุบันการขนส่งทางบกโดยเฉพาะการใช้รถเพื่อการพาณิชย์มีการเติบโตขึ้นอย่างมาก และคาดว่าในปีนี้ ยอดการผลิตรถเพื่อ การพาณิชย์ในประเทศจะมีตลาดยอดขายรวมกว่า 40,000 คัน SMM เราเป็น Transportation Logistics Provider ที่ให้บริการแบบครบวงจร โดย SMM เป็นผู้ผลิตตัวถังรถเพื่อการพาณิชย์รวมถึงรถพ่วงและรถกึ่งพ่วงเพื่อการพาณิชย์อันดับหนึ่งทั้งในตลาดในประเทศและตลาด AEC

การเข้าสู่ตลาด AEC นั้น SMM ได้ขยายเครือข่ายทั้งการขายและการบริการหลังการขายครอบคลุมพื้นที่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยปัจจุบันมีเครือข่ายการบริการหลังการขายในประเทศแล้วกว่า 72 แห่งและในต่างประเทศโดยเฉพาะ AEC แล้วใน 8 ประเทศโดยคาดว่าจะขายให้ครบทุกประเทศใน AEC ให้ได้ภายในต้นปีหน้า ส่วนในปีนี้คาดว่ามีรายได้ถึง 6,000  ล้านบาท หรือ เติบโตร้อยละ 60  เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

นอกจากนี้ได้มีการเจรจาร่วมกับพันธมิตรในระดับโลกในการพัฒนาสินค้าให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าในการใช้รถเพื่อการพาณิชย์ในแต่ละกลุ่มให้มากขึ้นเพราะในอนาคตอันใกล้นี้ทั้งการคมนาคมขนส่งในภูมิภาคเราจะมีทั้งทางรถยนต์ รถไฟ และทางเรือ ซึ่งการคมนาคมจะต้องมีการเชื่อมโยงกันมากขึ้น SMM จึงต้องหาพันธมิตรในการร่วมพัฒนาสินค้าให้เหมาะสมกับการใช้งานของลูกค้าให้เกิดความคุ้มค่าในการลงทุนและที่สำคัญต้องมีความปลอดภัย

การเลือก Hendrickson เข้ามาเป็นพันธมิตรในเรื่องการพัฒนารถพ่วงและกึ่งพ่วงที่ใช้ระบบถุงลม เนื่องจากมองว่าทั้ง SMM และ Hendrickson ต่างมีแนวคิดทางธุรกิจที่ใกล้เคียงกัน คือเรามองว่าไม่ใช่แค่มีระบบช่วงล่างดีแล้วรถจะดี แต่เรามองรถพ่วงและรถกึ่งพ่วงของเราทั้งคันว่าต้องมีระบบช่วงล่างดี โครงสร้างดี และตัวถังที่ดี เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่มได้ โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่ต้องใช้รถพ่วงที่มีระบบถุงลม อาทิ  กลุ่ม  Food & Drink, Fruit & Vegetable, Electronic, Oil & Gas เป็นต้น ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้จะใช้ระบบช่วงล่างที่เป็นถุงลมมากขึ้นเพื่อที่จะรักษาคุณภาพของสินค้าที่บรรทุกให้ได้คุณภาพ

นอกจากนี้ SMM เรายังย้ำเรื่องความปลอดภัยและความคุ้มค่าในการลงทุนดังนั้นสินค้าที่ผลิดโดย SMM จะมีการรับประกันจนถึงการบริการหลังการขายและความพร้อมของอะไหล่ให้ลูกค้ามีความมั่นใจอีกด้วย