เนื้อหาวันที่ : 2007-05-22 10:18:54 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1559 views

รัฐ เร่งสรุปมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เรียกเชื่อมั่นนักลงทุนกลับ

รัฐบาลขมิ้นอ่อน เดินหน้าเร่งสรุปมารตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เรียกความเชื่อมั่นนักลงทุน การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและกระตุ้นการลงทุนของทางภาครัฐโดยใช้นโยบายทั้งการลดอัตราดอกเบี้ยและการลดภาษีนั้นจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจและเรียกความเชื่อมั่นของประชาชนได้ในระดับหนึ่ง ขณะที่ตัวแปรขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญยังเป็นเรื่องการเมืองหากมีการเลือกตั้งคาดทุกอย่างเดินหน้า

รัฐเดินหน้าเร่งสรุปมารตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เรียกความเชื่อมั่นนักลงทุน ด้านโบรกมองมารตรการลดดอกเบี้ย ภาษียังสำคัญแม้ต้องใช้ระยะเวลา ขณะที่ตัวแปรขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญยังเป็นเรื่องการเมืองหากมีการเลือกตั้งคาดทุกอย่างเดินหน้า ส่วนผลประชุม กนง.งวดนี้มองรัฐลดดอกเบี้ยอีก 0.50% ส่งสัญญาณฟื้นตัวหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ชู LPN SPALI และLH ยังโดดเด่น

.

นายโฆสิต ปั่นเปี่ยมรัษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจส่วนรวมวานนี้ (21 พ.ค.2550) ได้สรุปมาตรการในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและกระตุ้นการลงทุน โดยเห็นควรให้ทุกธุรกิจได้รับอานิสงส์จากทุกนโยบายของรัฐบาล อาทิ การลดอัตรดอกเบี้ย และการลดภาษี

.

วันที่ (22 พ.ค.2550) มีการประชุมระหว่างหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจในแต่ละกลุ่ม เพื่อสรุปมาตราการในการให้ความช่วยเหลือเป็นรายกลุ่ม เพราะธุรกิจแต่ละประเภทมีความต้องการที่แตกต่างกัน และธุรกิจบางประเภทสามารถขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง

.

นอกจากนี้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ยังกล่าวถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทยว่า เชื่อว่าจะสามารถดูแลให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้ และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในแต่ละครั้งเห็นว่าจะเห็นผลในระยะเวลา 3-6 เดือน

.

นางสาวมยุรี โชวิกรานต์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ นครหลวงไทย จำกัด เปิดเผยว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและกระตุ้นการลงทุนของทางภาครัฐโดยใช้นโยบายทั้งการลดอัตราดอกเบี้ยและการลดภาษีนั้นจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจและเรียกความเชื่อมั่นของประชาชนได้ในระดับหนึ่ง

.

"เรื่องการลดภาษีนั้นคงเป็นประเภทบุคคลมากกว่าภาษีกระตุ้นอสังหา ซึ่งถ้ามีการลดภาษีบุคคลจริงและดอกเบี้ยนโยบายก็ลดลงตามด้วย จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและดึงความเชื่อมั่นกลับมาได้ในระดับหนึ่ง แต่การกระตุ้นเศรษฐกิจโดยใช้นโยบายการคลังนั้นคงต้องใช้ระยะเวลาถึงจะเห็นผล" นางสาวมยุรีกล่าว

.

สำหรับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงและคาดว่าจะปรับตัวลดลง 0.5% ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารแห่งประเทศไทย (กนง.) ในวันที่ 23 พ.ค.2550 นี้จะเป็นผลดีกับหุ้นในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะจะเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวในไตรมาส 3/2550 เป็นต้นไป

.

อย่างไรก็ตามถึงแม้คาดว่าภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 2/2550 ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะมีรายได้อ่อนตัวลงจากยอดขายระดับต่ำในไตรมาสแรกที่ผ่านมาแต่ผู้ประกอบการที่มีการกระจายความเสี่ยงของรายได้และธุรกิจในระดับสูงจะสามารถเติบโตท่ามกลางปัจจัยลบได้

.

ทั้งนี้แนะนำเลือกหุ้นในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่างานในมือแข็งแกร่ง โดยระยะสั้นแนะนำซื้อ LPN ซึ่งคาดว่าไตรมาส 2-3/2550จะมีรายได้โตก้าวกระโดดจากการรับรู้รายได้ในโครงการขนาดใหญ่คือ ลุมพินี นราธิวาส-เจ้าพระยา ขณะที่ทั้งปีคาดว่าจะมีการเติบโตไม่ต่ำกว่า 30% จากปีก่อน โดยให้ราคาเหมาะสมี่ 7.10 บาท

.

ขณะที่ระยะยาวแนะนำ SPALI โดยคาดว่าในปีนี้บริษัทจะมีรายได้ 5.1 พันล้านบาทเติบโต 11% จากปีก่อน กำไรสุทธิ 928 ล้านบาท โดยให้ราคาเหมาะสมที่ 4.50 บาท และ LH ที่คาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวในไตรมาส 3-4/2550 จากการเปิดขายโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2550 ที่ผ่านมาจะเป็นไตรมาสที่ต่ำที่สุดของปีนี้ โดยรายได้ทั้งปีคาดว่าจะเติบโตประมาณ 8% ขณะที่กำไรสุทธิจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% ให้ราคาเหมาะสมที่ 7.85 บาท

.

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เรื่องนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐถือเป็นเรื่องที่จำเป็นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาวะที่ยังมีปัจจัยลบแวดล้อมทั้งมาตรการเร่งการเบิกจ่ายงบประมาณ มาตราการเรื่องอัตราดอกเบี้ยรวมถึงมาตรการทางภาษี

.

"การกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งการเร่งเบิกจ่าย มาตรการเรื่องภาษีและดอกเบี้ยถือเป็นเรื่องที่จำเป็นซึ่งจะมาแทนที่การส่งออกที่ชะลอตัวลงแต่เรื่องดังกล่าวจะส่งผลในระยะกลางถึงยาว รวมถึงมองว่าการเมืองซึ่งหมายถึงการเลือกตั้งน่าจะเป็นตัวแปรสำคัญที่มีน้ำหนักมากที่สุดที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างแท้จริง" นักวิเคราะห์กล่าว

.

อย่างไรก็ตามสำหรับนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเฉพาะการปรับลดลงของอัตราดอกเบี้ยคาดว่าภายหลังการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายในวันที่ 23 พ.ค.2550 อาจจะมีการทยอยปรับลดอีกประมาณ 0.5% ทำให้คาดว่าอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปีจะอยู่ที่ระดับ 3.0% ซี่งอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงจะส่งผลดีต่อบริษัทที่มีหนี้สูง โดยฝ่ายวิจัยแนะนำซื้อหุ้น ROJANA ,SF และERAWAN

.

ที่มา : ทันหุ้น