เนื้อหาวันที่ : 2012-11-06 09:39:03 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 951 views

คอมแพ็ค โชว์นวัตกรรม ผ้าเบรกไร้ใยหิน ชูจุดเด่นผลิตภัณฑ์เพื่อรถบรรทุกและรถบัส

ผ้าเบรกไร้ใยหิน ชูจุดเด่นผลิตภัณฑ์คุณภาพเพื่อมนุษยชาติ พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อรถบรรทุกและรถบัส

คอมแพ็ค” โชว์ศักยภาพผู้นำตลาดอีกครั้ง เผยนวัตกรรมใหม่ของวงการผ้าเบรกฝีมือคนไทย “ผ้าเบรกไร้ใยหิน” ผลิตภัณฑ์รักษ์โลกเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของมนุษยชาติ พร้อมเปิดตัว “ผ้าเบรกไร้ใยหิน” รุ่นใหม่สัญชาติไทย เพื่อรถบรรทุกและรถบัสขนาดใหญ่ ครอบคลุมเกือบทุกรุ่นทุกยี่ห้อขึ้นเป็นรายแรก ภายใต้เทคโนโลยี NAO (Non Asbestos Organics)

ในงาน “BUS&TRUCK’12” ที่ไบเทค บางนา ระหว่าง 1-3 พฤศจิกายนนี้ มั่นใจด้วยนวัตกรรมอันล้ำสมัยและมีคุณสมบัติพิเศษอันโดดเด่น ทั้งแข็งแกร่ง มีความยืดหยุ่นสูง ให้ประสิทธิภาพการเบรกสม่ำเสมอ ใช้งานได้ยาวนานขึ้น ไม่ทำอันตรายต่อผิวจานเบรก คุณภาพเหนือชั้นในราคาเดิม จะได้รับความนิยมอย่างสูงจากผู้ใช้ ตั้งเป้ากวาดยอดขาย 150 ล้านบาทภายในปี 2556

นายพัฒนะ อิสระพิทักษ์กุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาธุรกิจและภาพลักษณ์ บริษัท คอมแพ็ค อินเตอร์เนชั่นแนล (1994) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าเบรกคุณภาพสูงระดับพรีเมียม ภายใต้แบรนด์ COMPACT, DIAMOND และ MUSASHI กล่าวถึงการเข้าร่วมงานแสดงรถเพื่อการพาณิชย์ ครั้งที่ 9 “BUS&TRUCK’12” ระหว่างวันที่ 1-3 พฤศจิกายน 2555 ณ ศูนย์ประชุมฯ ไบเทค บางนา ว่า เป็นการนำเสนอข้อมูลการวิจัยและพัฒนาให้ตัวแทนจำหน่ายได้เห็นพัฒนาการของบริษัท พร้อมทั้งแนะนำเทคโนโลยี “ผ้าเบรกไร้ใยหิน” ชนิด NAO (Non Asbestos Organics) ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด เพื่อรถบรรทุกและรถบัสโดยสารขนาดใหญ่สู่สาธารณชนอย่างเป็นทางการ

ภายใต้นวัตกรรมอันล้ำสมัยที่นำมาใช้ผลิต “ผ้าเบรกไร้ใยหิน” นี้ นับเป็นส่วนหนึ่งในนโยบายหลัก “คอมแพ็ค” ที่มีสำนึกดีต่อสังคมและมวลมนุษยชาติ เพื่อมุ่งหวังให้ผู้บริโภคและคนไทยทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเป็นการตอบรับกระแสอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หลังจากที่หลายประเทศมีมาตรการห้ามใช้หรือนำเข้าชิ้นส่วน และผลิตภัณฑ์ที่มีแร่ใยหินเป็นส่วนประกอบทุกชนิด เนื่องจากเป็นสารที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถก่อให้เกิดโรคมะเร็งเมื่อสูดดมเข้าไปในปริมาณมาก

ด้วยเหตุนี้ “คอมแพ็ค” จึงมีแนวคิดที่จะหาวัสดุอื่นมาทดแทนแร่ใยหินและโลหะหนัก ที่ใช้เป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตผ้าเบรก แม้ว่าบริษัทจะมีต้นทุนค่าใช้จ่ายในการผลิตสูงขึ้นก็ตาม โดยในปี 2013 บริษัทมีแผนที่จะเชิญลูกค้าและตัวแทนจำหน่ายเข้าเยี่ยมชมศูนย์พัฒนาและทดสอบเบรก เพื่อแสดงการพัฒนาและทดสอบสินค้าด้วยเครื่อง Link Dynamometer ซึ่งเป็นเครื่องแรกและเครื่องเดียวในภูมิภาคอาเซียน

ผ้าเบรกไร้ใยหิน” ชนิด NAO (Non Asbestos Organics) ถูกคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยี ด้วยการเอา “เส้นใยออร์แกนิกส์” มาใช้เป็นวัตถุดิบทดแทน ในโอกาสนี้จึงเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดเพื่อรถบรรทุกและรถโดยสารขนาดใหญ่ฝีมือคนไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งส่งผลให้ “คอมแพ็ค” กลายเป็นผู้นำด้านการผลิตผ้าเบรกครอบคลุมรถยนต์ทุกประเภทอย่างครบวงจร และถือเป็นผู้ประกอบการสัญชาติไทยรายแรกและรายเดียวของประเทศ”

ผ้าเบรกเพื่อรถบรรทุกและรถบัสโดยสาร ภายใต้แบรนด์ COMPACT PERFECT, DIAMOND PROMINENT และ MUSASHI GRAND มีผลิตภัณฑ์ที่สามารถรองรับรถบรรทุกและรถบัสโดยสารขนาดใหญ่ได้เกือบทุกรุ่นทุกยี่ห้อ ไม่ว่าจะเป็นรถพ่วง รถบรรทุกขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ และรถบัสโดยสาร มีราคาจำหน่ายเริ่มต้นตั้งแต่ 1,000 บาทต้นๆ ถึง 5,000 บาท โดยผ้าเบรก 1 ชุดแบ่งออกเป็น 4 ชิ้นและ 8 ชิ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของรถ ซึ่งรถบางรุ่นมีขนาดความยาวผ้าเบรกไม่เกิน 8 นิ้ว จะใช้ผ้าเบรก 1 ชุด (มี 8 ชิ้น) ส่วนรถบางรุ่นที่มีขนาดความยาวผ้าเบรกเกิน 8 นิ้ว จะใช้ผ้าเบรก 1 ชุด (มี 4 ชิ้น) อาทิ Hino KT เป็นต้น โดยมีคุณสมบัติพิเศษอันโดดเด่นคือ มีความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นสูง ส่งผลให้มีประสิทธิภาพการเบรกที่สม่ำเสมอ มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้นโดยไม่ทำอันตรายต่อผิวจานเบรก

นายเกษม อิสระพิทักษ์กุล รองกรรมการผู้จัดการ กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทมีนโยบายการทำตลาด “ผ้าเบรกไร้ใยหิน” เพื่อรองรับรถยนต์ทุกประเภทตั้งแต่ขนาดเล็ก รถบรรทุกและรถบัสโดยสารขนาดใหญ่ พร้อมทั้งยกระดับสินค้าให้เป็นที่ยอมรับทั้งในเรื่องของคุณภาพที่เหนือกว่าผ้าเบรกใยหิน และระดับราคาที่ใกล้เคียงกับผ้าเบรกใยหิน ดังนั้น กลยุทธ์ที่นำมาใช้ส่งเสริมการขายคือ การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและคุณค่าที่สูงขึ้น โดยลูกค้ามีค่าใช้จ่ายเท่าเดิม นอกจากนี้บริษัทยังปรับรูปแบบของบรรจุภัณฑ์ให้มีความทันสมัย สามารถรองรับต่อการขนย้าย การจัดเก็บสินค้าขึ้นเป็นรายแรกในตลาด ทั้งนี้ เพื่อสร้างความแตกต่างระหว่างสินค้าผ้าเบรกไร้ใยหินและผ้าเบรกใยหินปกติให้เพิ่มขึ้นไปอีก

ภาพรวมตลาดผ้าเบรกสำหรับรถเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ใน Segment : REM (Aftermarket) ของประเทศไทย ปัจจุบันมีมูลค่าราว 600 ล้านบาทต่อปี โดยมีรถบรรทุกและรถบัสโดยสารที่วิ่งใช้งานอยู่บนท้องถนนกว่า 200,000 คัน สำหรับตลาดผ้าเบรกรถบัสนั้นมีอัตราการเติบโตไม่สูงมากนักในช่วงระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีการใช้รถตู้โดยสารมาทดแทนการใช้รถบัสโดยสารขนาดใหญ่มากขึ้น ขณะที่ตลาดผ้าเบรกรถบรรทุกมีอัตราการเติบโตปีละ 7-10% โดยพบว่าปี 2555 สภาพตลาดโดยรวมมีความเคลื่อนไหวไม่มากนัก ซึ่งอาจได้รับผลกระทบมาจากการส่งออกที่มีปริมาณลดน้อยลง ทำให้ภาคการขนส่งมีงานน้อยลงตามไปด้วย สำหรับผ้าเบรกไร้ใยหินรุ่นใหม่นี้ คอมแพ็คเริ่มส่งผลิตภัณฑ์ลงตลาดมาสักระยะหนึ่งแล้ว โดยตั้งเป้าว่าปี 2556 จะมียอดจำหน่ายสินค้ารุ่นใหม่นี้ไม่น้อยกว่า 150 ล้านบาท”

นายมีชัย ศรีวิบูลย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัยและพัฒนา กล่าวเสริมว่า “คอมแพ็ค”ได้จัดตั้งศูนย์พัฒนาและทดสอบเบรกขึ้นเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในไทย โดยนำเข้าเครื่องทดสอบประสิทธิภาพเบรก Brake Dynamometer จากประเทศญี่ปุ่น เพื่อใช้เป็นเครื่องมือทดสอบผ้าเบรกสำหรับรถยนต์ นอกจากนี้ยังนำเข้าเครื่องทดสอบประสิทธิภาพการเบรก Commercial Vehicle Brake Dynamometer จากประเทศสหรัฐอเมริกา

 โดยเครื่องทดสอบนี้ถูกออกแบบให้สามารถปรับเปลี่ยนภาระการรับน้ำหนักตามรถที่จะทดสอบได้ สามารถทดสอบประสิทธิภาพอายุการใช้งานและอัตราการเกิดเสียงตามมาตรฐานสากล เช่น SAE J2115 Brake Performance FMVSS 121 Brake Performance stability testing เป็นต้น ซึ่งใช้สำหรับทดสอบเบรกรถพ่วง รถบรรทุก และรถบัสเพื่อการพาณิชย์ ถือเป็นโรงงานแห่งแรกของไทยที่มีเครื่องทดสอบประสิทธิภาพผ้าเบรกทั้งรถขนาดเล็กและรถขนาดใหญ่ และเป็นเครื่องทดสอบที่ได้รับการยอมรับจากสากล ทำให้ “คอมแพ็ค” มีศักยภาพในการวิจัยและพัฒนาผ้าเบรกได้อย่างครบวงจรยิ่งขึ้น