เนื้อหาวันที่ : 2012-11-05 17:27:22 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1202 views

ก.พลังงานรับมือก๊าซอ่าวไทยลด ตั้งเกณฑ์ใหม่ก่อนหมดสัญญาสัมปทาน

กระทรวงพลังงานวางแผนรับมือก๊าซธรรมชาติในไทยร่อยหรอ ประกาศตั้งคณะทำงานร่างเกณฑ์ใหม่คุมธุรกิจปิโตรเลียมก่อนหมดสัญญาสัมปทานกับ "เชฟรอน-ปตท.สผ." ภายใน 6 เดือนเร่งเสนอ "พงษ์ศักดิ์" รมว.กระทรวงพลังงานคนใหม่

นาย ทรงภพ พลจันทร์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า ล่าสุดกระทรวงพลังงานมีนโยบายให้คณะกรรมการปิโตรเลียม แต่งตั้งคณะทำงานขึ้นเพื่อกำหนดเกณฑ์การทำสัญญาใหม่กับกลุ่มผู้ประกอบธุรกิจปิโตรเลียมรายใหม่ ซึ่งจะสรุปกฎเกณฑ์ต่างๆ ให้ได้ภายใน 6 เดือนข้างหน้านี้ แนวทางประกอบด้วยอาจจะต้องแก้ไขพระราชบัญญัติปิโตรเลียมฉบับปัจจุบัน หรือ นำรูปแบบอื่นที่สอดคล้องกับการพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติในอนาคตเข้ามาใช้ ในขั้นตอนสุดท้ายจะเสนอรายละเอียดทั้งหมดให้นายพงษ์ศักดิ์ รักตะพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่พิจารณา

เป้าหมายที่จะต้องปรับปรุงเกณฑ์การพิจารณาสัญญาสัมปทานปิโตรเลียมใหม่ ก็เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ 2 เรื่อง ได้แก่ เรื่องแรก แนวโน้มก๊าซธรรมชาติเหลือน้อยลงทุกที ประเมินได้จากปัจจุบันการผลิตก๊าซจากอ่าวไทยได้สูงสุดแล้วเพียงวันละ 2,300 ล้านลูกบาศก์ฟุต ภายใน 5 ปีข้างหน้า ยังไม่เห็นแววการลงทุนเพิ่มได้ คงเหลือเฉพาะแหล่งเจดีเอในพม่าซึ่งผลิตได้วันละ 900 ลูกบาศก์ฟุต

เรื่องที่สอง ภายในอีก 10 ปีนี้ สัญญาการผลิตและสำรวจปิโตรเลียม 2 ฉบับ กำลังจะสิ้นสุดลงในปี 2565 คือ สัญญากับ บริษัท เชพรอน ประเทศไทย สำรวจและผลิต จำกัด กำลังการผลิต 1,240 ล้านลูกบาศก์ฟุต และ สัญญากับ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ที่ได้รับผลิตจากแหล่งบงกช ประกอบด้วย แหล่งบงกชผลิตวันละ 630 ล้านลูกบาศก์ฟุต แหล่งบงกชใต้ผลิตวันละ 320 ลูกบาศก์ฟุต

ตามพระราชบัญญัติปิโตรเลียม ฉบับปัจจุบันได้กำหนดเงื่อนไขกับคู่สัญญาที่ดำเนินธุรกิจทางด้านนี้จะต่ออายุได้เพียงครั้งเดียว ระยะเวลาต่อไม่เกิน 10 ปี และ ทั้ง เชฟรอน และ ปตท.สผ.ต่างก็ได้รับการต่ออายุสัญญาครบตามข้อกำหนดไปแล้ว และภายใน 5 ปีนี้ จึงจะไม่เห็นการลงทุนใหม่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจจะกระทบกับความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ เนื่องจากความต้องการใช้พลังงานของประเทศสูงขึ้นทุกวัน ตามอัตราการเติบโตทางการลงทุนและเศรษฐกิจประเทศ

สำหรับคณะทำงานจัดทำร่างระเบียบใหม่ธุรกิจปิโตรเลียม ประกอบด้วย นายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน นายทรงภพ พลจันทร์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ นายไกรฤทธิ์ นิลคูหา อดีตอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน นายนพดล มัณทจิต อดีตอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ

ทั้งนี้มีรายงานจากทางผู้บริหารกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นตอนและก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) มีความมั่นใจ นายพงษ์ศักดิ์ รักตะพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีพลังงานคนใหม่ จะสนับสนุนแนวทางการจัดทำร่างระเบียบใหม่ธุรกิจปิโตรเลียมให้สอดคล้องกับความจำเป็นของประเทศในอนาคต