เนื้อหาวันที่ : 2012-09-10 10:23:04 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1488 views

ราชบุรีโฮลดิ้ง เดินเครื่องเพิ่ม 6 โครงการ ผลิตไฟฟ้านวนครและโซล่าร์ฟาร์ม

ราชบุรีโฮลดิ้ง แจ้งลงนามสัญญาซื้อขายไฟโครงการเอสพีพีผลิตไฟฟ้านวนครและโซล่าร์ฟาร์มเดินเครื่องเพิ่ม 6 โครงการกำลังผลิตติดตั้งเพิ่มเป็น 5,300 เมกะวัตต์

ราชบุรีโฮลดิ้งแจ้งลงนามสัญญาซื้อขายไฟโครงการเอสพีพีผลิตไฟฟ้านวนครและโซล่าร์ฟาร์มเดินเครื่องเพิ่ม 6 โครงการกำลังผลิตติดตั้งเพิ่มเป็น 5,300 เมกะวัตต์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนของประเทศ

โครงการโซลาร์ฟาร์มโซลาต้าร์ 6 โครงการกำลังผลิตติดตั้งรวม 29.25 เมกะวัตต์ เดินเครื่องผลิตไฟฟ้าจำหน่าย กฟภ. และอีก 1 โครงการพร้อมเดินเครื่องเดือนพฤศจิกายน ศกนี้ โครงการผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กประเภทโคเจนเนอเรชั่นผลิตไฟฟ้านวนครลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. ระยะเวลา 25 ปี

บริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้งจำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงความก้าวหน้าในการพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ โซล่าร์ฟาร์ม และโครงการผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กประเภทโคเจนเนอเรชั่น ของบริษัท โซล่าร์ต้า จำกัด ซึ่งบริษัทร่วมลงทุนในสัดส่วนร้อยละ 49 และบริษัท ผลิตไฟฟ้านวนคร จำกัด

ซึ่งร่วมถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 40 ทั้งนี้โครงการโซล่าร์ฟาร์ม จำนวน 6 แห่งกำลังผลิตติดตั้งรวม 29.25 เมกะวัตต์ได้เริ่มเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าเข้าระบบเพื่อจำหน่ายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาและคาดว่าอีก 1 โครงการที่เหลือจะสามารถเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ได้ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ นอกจากนี้ บริษัท ผลิตไฟฟ้านวนคร จำกัด ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้ารายเล็กประเภทโคเจนเนอเรชั่น ขนาดกำลังผลิต 122 เมกะวัตต์ ได้บรรลุข้อตกลงและลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ระยะเวลา 25 ปี โดยมีกำหนดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในปี 2559

นายนพพล มิลินทางกูร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความก้าวหน้าในการพัฒนาโครงการทั้งหมดนี้สะท้อนถึงการเติบโตของบริษัทอย่างมั่นคงและแข็งแกร่ง อันเป็นผลมาจากการกำหนดกลยุทธ์ธุรกิจที่ถูกทิศทางและสามารถปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิผล ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้วางกลยุทธ์การลงทุนใน 3 ธุรกิจหลัก

คือ ธุรกิจผลิตไฟฟ้า ธุรกิจพลังงานทดแทน และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิตไฟฟ้า เพื่อขยายกำลังผลิตและสร้างรายได้ ปัจจุบัน บริษัทฯ มีกำลังผลิตติดตั้ง5,300 เมกะวัตต์ หากรวมโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาจะมีกำลังผลิตรวม 6,500 เมกะวัตต์ ขณะที่สินทรัพย์สิ้นสุดไตรมาส 2 ที่ผ่านมา เติบโตขึ้นเป็น 100,411 ล้านบาท และกำหนดจะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลแก่ผู้ถือหุ้นจำนวน 1.10 บาทในวันที่ 14 กันยายนนี้

“บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตทางธุรกิจโดยยึดมั่นภารกิจหลักของบริษัทฯ ที่มุ่งผลิตไฟฟ้าเพื่อเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศให้สามารถตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าของภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจและครัวเรือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันก็สร้างเสริมธุรกิจให้แข็งแกร่งด้วยการพิจารณาขยายการลงทุนในโครงการผลิตไฟฟ้าและเกี่ยวเนื่องต่าง ๆ อย่างรอบคอบ เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ความสำเร็จของโครงการโซลาร์ต้าและผลิตไฟฟ้านวนคร สามารถยืนยันถึงความตั้งใจดังกล่าวได้เป็นอย่างดีและยังช่วยตอกย้ำความเป็นผู้นำผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนของประเทศด้วย” นายนพพล กล่าว

สำหรับ โครงการโซลาร์ต้ามีจำนวนทั้งหมด 8 โครงการ กำลังการผลิตรวม 34.25 เมกะวัตต์ โดยโครงการไทรเสนา กำลังผลิต 3 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้วเมื่อเดือนเมษายน 2554 ส่วนอีก 6 โครงการ ที่ได้เดินเครื่องเชิงพาณิชย์เมื่อเร็ว ๆ นี้ ประกอบด้วย

โครงการทั้งหมดได้รับสัญญาซื้อขายไฟฟ้าประเภท Non-Firm สำหรับผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กมากที่ใช้พลังงานทดแทนกับกฟภ. และได้รับเงินสนับสนุน (Adder) จากกองทุนพัฒนาไฟฟ้า จำนวน 8 บาทต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง เป็นเวลา 10 ปี

ส่วนโครงการโรงไฟฟ้าโคเจนเนอเรชั่นผลิตไฟฟ้านวนคร มีกำลังผลิต 122 เมกะวัตต์ และกำลังการผลิตไอน้ำประมาณ 15 ตันต่อชั่วโมง ตั้งอยู่ที่เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมนวนคร จังหวัดปทุมธานี มีกำหนดการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ในปี 2559