เนื้อหาวันที่ : 2012-08-30 14:59:59 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 962 views

บีโอไอ เผยนักลงทุนต่างชาติ มองสิทธิประโยชน์เป็นสิ่งดึงดูดการลงทุนมากสุด

ไทยเป็นฐานการผลิต และมีแผนจะขยายการลงทุน รวมทั้งเชื่อมั่นเศรษฐกิจในปีนี้จะสร้างรายได้เพิ่มขึ้น มองสิทธิประโยชน์ของบีโอไอเป็นปัจจัยหลัก

บีโอไอเผยผลศึกษาและวิเคราะห์ความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติในประเทศไทยประจำปี 2555 พบส่วนใหญ่ยังใช้ไทยเป็นฐานการผลิต และมีแผนจะขยายการลงทุน รวมทั้งเชื่อมั่นเศรษฐกิจในปีนี้จะสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ขณะที่เหตุผลสำคัญ ในการรักษาระดับการลงทุนหรือขยายกิจการในไทย นักลงทุนให้ความสำคัญกับสิทธิประโยชน์ของบีโอไอเป็นปัจจัยหลัก

วันที่ (30 สิงหาคม 2555) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ เปิดเผยถึงการศึกษา “ โครงการศึกษาและวิเคราะห์ความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติในประเทศไทยประจำปี 2555” โดยสำนักงานฯ ได้คัดเลือกและมอบหมายให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาระบบสารสนเทศระหว่างประเทศเป็นผู้ดำเนินการสำรวจและวิเคราะห์ข้อมูล

ซึ่งได้ส่งแบบสอบถามให้กับบริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย ทั้งกลุ่มที่ได้รับและไม่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ รวม 3,228 ราย พบว่า มีการส่งแบบสอบถามกลับมาจำนวน 408 ราย และอีกกว่า 30 รายที่ได้ดำเนินการสัมภาษณ์เชิงลึก และพบว่า ระหว่างปี 2555 – 2556 นักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่ร้อยละ 65.20 ยังคงรักษาระดับการลงทุนที่มีในประเทศไทย และอีกร้อยละ 31.62 มีแผนที่จะขยายกิจการในปี 2555 นี้

โดยเหตุผลหลักที่ใช้ในการตัดสินใจในทิศทางดังกล่าว คือ สิทธิประโยชน์ที่ได้รับจาก บีโอไอ มากที่สุด ถึงร้อยละ 73.14 ส่วนเหตุผลที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในลำดับถัดมา คือ ร้อยละ62.77 เชื่อมั่นว่าไทยมีโครงสร้างพื้นฐานที่เพียงพอ ขณะที่เหตุผลอันดับสามคือ ด้านแรงงาน พบว่าร้อยละ 42.82 เชื่อมั่นว่าไทยมีแรงงานเพียงพอ

นอกจากนี้เมื่อเปรียบเทียบขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในปัจจุบัน กับประเทศคู่แข่ง 9 ประเทศ ได้แก่ จีน อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา สปป.ลาว สหภาพพม่า และเวียดนาม พบว่า สิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนของ BOI การระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล กฎหมายศุลกากร ความสะดวกในการประกอบธุรกิจ การเข้าถึงแหล่งเงินกู้ ระบบขนส่ง สาธารณูปโภค ไทยเหนือกว่าคู่แข่งทั้ง 9 ประเทศ

ในส่วนการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ พบว่า ปัญหาทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในบางประเทศและปัญหาภัยทางธรรมชาติไม่ส่งผลกระทบต่อรายได้ของนักลงทุน โดยยังเชื่อมั่นต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในปี 2555 นี้ และเชื่อว่าจะมีรายได้และกำไรเพิ่มมากขึ้นจากปีก่อน

“ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาประกอบกับการจัดสัมมนาในวันนี้นอกจากเพื่อชี้แจงถึงผลวิเคราะห์ที่ได้จากโครงการศึกษา การจัดสัมมนาในวันนี้ยังเป็นเวทีที่สำคัญเวทีหนึ่งที่เปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตลอดจนให้ผู้ประกอบการสามารถนำเสนอข้อเสนอแนะเพิ่มเติมอื่นๆ ซึ่งนอกจากจะทำให้ผลการศึกษาที่ได้มีความสมบูรณ์มากขึ้น ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ จะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานของสำนักงานฯ ทำให้สำนักงานฯ สามารถให้บริการที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพ และสนองความต้องการของผู้ประกอบการได้ดียิ่งขึ้น

 นอกจากนี้ บีโอไอ จะนำมาเป็นข้อมูลพื้นฐานสำคัญ เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงาน ตลอดจนการกำหนดมาตรการสนับสนุนให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้ไทยมีศักยภาพและสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้ โดยจะส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติเชื่อมั่นและสนใจที่จะดำเนินธุรกิจในไทยอย่างต่อเนื่อง” เลขาบีโอไอกล่าว