เนื้อหาวันที่ : 2012-08-30 10:56:47 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 730 views

รับสร้างบ้าน 2012 โกยยอด 2,700 ล้านบาท มีทิศทางการเติบโตสูง

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน แจงยอดขายงานรับสร้างบ้าน 2012 โกยยอดรวม 2,700 ล้าน เผยบ้านกลุ่มราคา 2.5 – 5 ล้านบาท มาแรงได้รับความนิยมสูงสุด และมีทิศทางการเติบโตสูง

สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน แจงยอดขายงานรับสร้างบ้าน 2012 โกยยอดรวม 2,700 ล้าน เผยบ้านกลุ่มราคา 2.5 – 5 ล้านบาท มาแรงได้รับความนิยมสูงสุด และมีทิศทางการเติบโตสูง

วันที่ (30 สิงหาคม 2555) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.พัชรา ตัณฑยรรยง นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า จากการจัดงานรับสร้างบ้าน 2012 ภายใต้แนวคิด Across The Line ก้าวข้ามความคิดเดิม เริ่มต้นความคิดใหม่ ที่จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 23-26 สิงหาคม 2555 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่ผ่านมา สามารถทำยอดขายได้รวม 2,700 ล้านบาท ซึ่งปรับตัวลดลงจากงานรับสร้างบ้านปีก่อน ที่ทำได้ 2,900 ล้านบาท นั้นมีสาเหตุหลายประการ อาทิ ปัญหาเรื่องขาดแคลนแรงงานฝีมือและแรงงานทั่วไป ได้ส่งผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรมต่อเนื่อง

 โดยเฉพาะบริษัทรับสร้างบ้านรายใหญ่บางบริษัทอยู่ในภาวะขาดแคลนแรงงาน และมีคิวงานสร้างบ้านของลูกค้าที่รอการปลูกสร้างเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้การปลูกสร้างบ้านที่จองเข้ามาใหม่อาจล่าช้าออกไป ดังนั้นจึงได้ปรับลดเป้าการตลาดและการขายลง และลดการทุ่มโปรโมชั่นพิเศษเพื่อกระตุ้นยอดขาย จึงเป็นผลให้ผู้บริโภคบางส่วนชะลอการตัดสินใจเลื่อนการจองในช่วงนี้ออกไป

“ภายหลังงานสิ้นสุดลง ได้มีการประมวลผลพบว่าจากปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ส่งผลให้บริษัทรับสร้างบ้านรายใหญ่บางรายอยู่ในภาวะงานล้นมือ และชะลอการจองและทำสัญญา โยงมาสู่การที่มีการปรับลดเป้าทางการตลาดและการขายทำให้ไม่มีการจัดโปรโมชั่นที่ดึงดูดใจ เป็นหลายปัจจจัยที่ส่งผลให้ลูกค้าชะลอการตัดสินใจ และจากปัญหาการขาดแคลนแรงงานในขณะนี้ กลายเป็นปัญหาใหญ่ของผู้ประกอบการ ส่งผลให้หลายๆบริษัทได้มีการปรับแผนการตลาดใหม่และหันมาสร้างบ้านระดับราคากลางถึงสูงมากขึ้น และจำเป็นต้องเร่งศึกษาเทคโนโลยีการก่อสร้างสำเร็จรูป หรือพรีแฟบ พร้อมเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจกับผู้บริโภค เพื่อรองรับปัญหาการขาดแคลนแรงงานในระยะยาวต่อไป ” นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน กล่าว

ทั้งนี้หลังจากสรุปยอดขายจากกลุ่มผู้ที่จองปลูกสร้างบ้านในงาน จากการสำรวจและวิจัยพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคโดยฝ่ายวิชาการของสมาคมฯพบว่า ค่าเฉลี่ยของมูลค่าบ้านภายในงานรับสร้างบ้าน 2012 จะอยู่ที่ราคาหลังละ 6.3 ล้านบาท โดยมูลค่าราคาบ้านที่ผู้บริโภคนิยมสร้างมากที่สุดอยู่ที่ราคา 2.5 ล้านบาท ขณะที่บ้านที่ราคาแพงที่สุดภายในงาน คือ ราคาหลังละ 140 ล้านบาท และราคาต่ำสุดอยู่ที่ 1.4 ล้านบาท

จากการเก็บข้อมูลยอดจองและยอดการทำสัญญาในงานพบว่า งบประมาณในการปลูกสร้างบ้านที่กลุ่มผู้บริโภคทำการจองมากที่สุดจะอยู่ที่ระดับราคา 2.5 – 5 ล้านบาท คิดเป็น 43.60 % โดยยอดจองจากปีที่แล้วอยู่ที่ 38.41 % ของยอดขายรวมทั้งหมด รองลงมาคือ บ้านระดับราคา 5.1- 10 ล้านบาทอยู่ที่ 26.70 % ปี 2554 มียอดจองอยู่ที่ 25.15% และบ้านราคาไม่เกิน 2.5 ล้านบาท มียอดจองอยู่ที่ 16.08 % ขณะที่ปี 2554 มียอดจองอยู่ที่ 24.95% โดยเป็นที่น่าสังเกต คือ กลุ่มบ้านราคา 2.5-5 ล้านบาท ถือเป็นกลุ่มที่มีทิศทางการเติบโตอย่างรวดเร็วจากปีที่แล้วมียอดจองที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งคาดว่าในอนาคตตลาดบ้านกลุ่มนี้จะเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่มีการแข่งขันเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

ดร.พัชรา กล่าวต่อว่า จากผลสำรวจความต้องการปลูกสร้างบ้านของผู้บริโภคที่เข้าชมงานรับสร้างบ้าน 2012 ซึ่งคาดว่าจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการปลูกสร้างบ้านในอนาคต พบว่า งบประมาณในการสร้างบ้านส่วนใหญ่จะอยู่ที่ราคาต่อหน่วย 2-5 ล้านบาท คิดเป็น 34% รองลงมาคือ 1-2 ล้านบาท คิดเป็น 27% ขนาดที่ดินที่ผู้บริโภคนิยมปลูกสร้างบ้านมากที่สุด คือ 51-100 ตารางวา คิดเป็น 34 % รองลงมา คือ 50 ตารางวา คิดเป็น 19 %

ด้านทำเลที่ยังเป็นที่นิยมในการปลูกสร้างบ้านมากที่สุด คือ ในเขตกรุงเทพฯ 29 % รองลงมา คือ ต่างจังหวัด 26 % และปัจจัยที่ช่วยตัดสินใจในการเลือกใช้บริษัทรับสร้างบ้านในการปลูกสร้างบ้านจากคุณภาพงานก่อสร้าง ขณะเดียวกันพบว่าระยะเวลาที่ต้องการปลูกสร้างบ้านมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป มีผู้บริโภคที่ต้องการปลูกสร้างบ้านคิดเป็น 55 % รองลงมาภายใน 6 เดือน คิดเป็น 20%