เนื้อหาวันที่ : 2012-06-27 11:23:26 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 810 views

เลคิเซ่ กรุ๊ป ชู 4 ศักยภาพรับเศรษฐกิจอาเซียน

เลคิเซ่ กรุ๊ปชู 4 ศักยภาพรับ AEC ปี 15 ชี้ทุกวิกฤตคือโอกาส จัดเต็มตลาดทุกโซน

นายสมนึก โอวุฒิธรรม ประธานกรรมการบริหาร เลคิเซ่กรุ๊ป และบริษัท เลคิเซ่ ไลท์ติ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายหลอดไฟและอุปกรณ์ประหยัดพลังงานไฟฟ้าเลคิเซ่ (LeKise) เปิดเผยว่า บริษัทติดตามรายละเอียดเกี่ยวกับ..การรวมตัวของชาติอาเซียน 10 ประเทศ...หรือ Asean Economics Community : AEC เพื่อที่จะให้มีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกันและจะมีรูปแบบคล้ายๆ กลุ่ม Euro Zone ซึ่งจะทำให้มีผลประโยชน์, อำนาจต่อรองต่างๆ กับคู่ค้าได้มากขึ้น

นอกจากนี้การนำเข้า-ส่งออกของชาติในอาเซียนก็จะเสรี ในฐานะที่เลคิเซ่กรุ๊ปคือผู้ผลิตและจำหน่ายหลอดไฟและอุปกรณ์ประหยัดพลังงานไฟฟ้ารายใหญ่ของประเทศ ที่ดำเนินธุรกิจต่อเนื่องมานานกว่า 44 ปี จึงมั่นใจว่าศักยภาพที่มีอยู่จะทำให้เลคิเซ่กรุ๊ปได้เปรียบด้านการค้าจากการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

โดยความมั่นใจนี้เกิดจากศักยภาพ 4 ด้านคือศักยภาพด้านการผลิต เนื่องจากปัจจุบันเลคิเซ่กรุ๊ปคือผู้ผลิตระดับต้นๆ ของอุตสาหกรรมมีระบบการผลิตและเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด ผลิตสินค้าเพื่อรองรับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยมีสินค้ามากกว่า 1,500 รายการให้ลูกค้าเลือกช๊อป ศักยภาพด้านการสร้างนวัตกรรมใหม่ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป ด้วยทีมวิจัยพัฒนากว่า30 คน

พร้อมการจัดสรรงบสนับสนุนด้านงานวิจัยต่อเนื่อง ศักยภาพด้านการตลาดและขาย และมุมคิดที่แตกต่างของทีมบริหารด้วยการเน้นประเด็นสำคัญที่ว่า...ทุกวิกฤตคือโอกาส ซึ่งจะส่งผลให้เรามีโอกาสทางการตลาดและการเติบโตทางธุรกิจเกิดขึ้นตลอดเวลา แต่อย่างไรก็ตามบริษัทยังเชื่อว่ายังมีผู้ประกอบการอีกเป็นจำนวนมากกังวลถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นภายหลัง AEC ที่มีผลจริงจังในวันที่ 1 มกราคม 2015 จึงเป็นการดีหากรัฐบาลจะประกาศถึง Roadmap และเสนอมาตรการเพื่อการสนับสนุนผู้ประกอบในแต่ละธุรกิจอย่างชัดเจน

“AEC หรือ Asean Economics Community คือการรวมตัวของชาติใน Asean 10 ประเทศ โดยมี ไทย, พม่า, ลาว, เวียดนาม, มาเลเซีย, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, กัมพูชา, บรูไน เพื่อที่จะให้มีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกัน จะมีรูปแบบคล้ายๆ กลุ่ม Euro Zone สิ่งที่เห็นเด่นชัดคือ ความเป็นตลาดใหญ่เพียงตลาดเดียว (Single Market) เมื่อตลาดใหญ่ขึ้น กำลังซื้อมากขึ้น

นั่นหมายถึงโอกาสทางธุรกิจของเราก็จะมีเพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงอย่างจริงจังคือเรามีศักยภาพเพียงพอหรือไม่ เข้าใจและเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับ AEC แล้วหรือไม่ อย่างเลคิเซ่กรุ๊ปเราศึกษาเรื่องนี้มาต่อเนื่อง เพื่อหาจุดที่เหมาะสมสำหรับเรามากที่สุดเและใช้เวลาที่มีอยู่เตรียมความพร้อมในทุกด้าน ในภาพรวมสามารถพูดได้ว่าไทยมีความแข็งแกร่งในอุตสาหกรรมไลท์ติ้งมากที่สุด

ไทยถูกเปรียบเทียบกับเพื่อนบ้านไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม สิงคโปร์มาตลอด เพราะว่าเริ่มทำอุตสาหกรรมไลท์ติ้งมาพร้อม ๆ กัน แต่ปัจจุบันพวกนี้นำเข้ากันหมด อาจจะมีอินโดนีเซียที่ยังมีการผลิตอยู่บ้าง ดังนั้นเมื่อ AEC เกิดขึ้นไทยคือเบอร์หนึ่งในอุตสาหกรรมนี้แน่นอน

 โดยปัจจุบันตลาดไลท์ติ้งทั้งโซนนี้ยังคงมีส่วนแบ่งมากที่สุดอยู่ที่หลอดไฟประเภทหลอดฟลูออเรสเซนต์ (ซึ่งมีหลอดตะเกียบและหลอดคอมแพคอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย) มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 93% ส่วนหลอดไส้แบบดั่งเดิมมีส่วนแบ่งตลาด 2% และหลอดแอลอีดีหรือหลอดที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ มีส่วนแบ่งประมาณ 5% โดยหลอดแอลอีดีจะเริ่มมีบทบาทมากขึ้นแต่จะมาตอบโจทย์ด้านการตกแต่งทั้งภายในและภายนอกมากกว่า ส่วนการตอบโจทย์ด้านแสงสว่างคงต้องใช้ระยะเวลาอีกช่วงหนึ่ง ”นายสมนึกกล่าว

สำหรับการตลาดและขายนั้น นายสมนึกกล่าวว่า เลคิเซ่กรุ๊ปส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศมานานหลายสิบปี เราได้ เปรียบเรื่องนี้เพราะจะรู้ถึงความเหมาะสมและพฤติกรรมของลูกค้าในแต่ละประเทศว่าตลาดไหนเป็นอย่างไร หากจะเข้าขยายตลาดในประเทศใดจะใช้วิธีการใดจึงจะเหมาะสมที่สุด

นอกจากนี้เราเป็นผู้ผลิตสินค้าเกี่ยวกับไลท์ติ้งที่ผลิตสินค้าได้ครบวงจรที่สุดมีสินค้ามากกว่า 1,500 รายการให้ลูกค้าเลือกช้อป โดยในจำนวนนี้มีกลุ่มสินค้าปกติ และกลุ่มสินค้าในระดับไฮเอนท์ด้วย เราจึงสามารถคัดเลือกสินค้าที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละประเทศได้ โดยสินค้าที่มีสามารถรองรับความต้องการของลูกค้าได้จากตลาดบนสุดถึงตลาดล่างสุด ขึ้นอยู่กับว่าเลคิเซ่กรุ๊ปจะเลือกจุดที่เหมาะสมอย่างไร โดยในกลุ่ม 10 ประเทศนี้ทุกตลาดมีความน่าสนใจทั้งสิ้น

นายสมนึกกล่าวว่าการเตรียมความพร้อมของบุคลากรก็มีความสำคัญเช่นกัน แต่ความพร้อมขององค์กรสำคัญกว่า เพราะว่าถ้าองค์กรไม่พร้อมโอกาศสมองไหลมีแน่นอน แรงงานที่มีฝีมือของคุณอาจจะถูกช็อปได้ง่าย สำหรับเลคิเซ่เตรียมความพร้อมขององค์กรแล้ว ในส่วนของบุคคลากรเราคิดถึงการเพิ่ม performance เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น องค์กรสามารถลดกำลังคนลงได้มากกว่าครึ่งหนึ่ง

แต่สามารถทำให้เกิดรายได้สูงขึ้นกว่าเดิม ในขณะที่หลายคนกำลังพยามแก้ปัญหาค่าแรง 300 บาท สำหรับเลคิเซ่เราไม่มีปัญหา แต่ตอนนี้เรากำลังข้ามช็อทไปที่ค่าแรง 500 บาทแล้ว สำหรับผู้ประกอบการท่านอื่นๆ ผมคิดว่า...เราคงต้องยอมรับว่า AEC คือสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น เหลือเวลาอีก 2 ปีครึ่ง ผู้ประกอบการที่จะอยู่รอดได้คือต้องปรับตัว เตรียมความพร้อมและมองหาโอกาสจากความเป็น Single Market นี้ให้ได้