เนื้อหาวันที่ : 2012-06-15 10:26:08 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 668 views

เอสเอ็มเอ โซลาร์ เทคโนโลยี เยอรมนี เปิดสำนักงานขายและให้บริการในกรุงเทพฯ

เอสเอ็มเอ โซลาร์ เทคโนโลยีฯเปิดสำนักงานขายและบริการในไทย มั่นใจศักยภาพตลาดพร้อมเจาะกลุ่มโรงงานพลังงานแสงอาทิตย์

บริษัท เอสเอ็มเอ โซลาร์ เทคโนโลยี เยอรมนี ได้ฤกษ์เปิดสำนักงานขายและให้บริการในกรุงเทพฯ อย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ โดยบริษัทผู้นำระดับโลกได้นำเสนอเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ครอบคลุมทุกประเภทการใช้งาน ตั้งแต่ระดับครัวเรือนไปจนถึงโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่สู่กล่มลูกค้าในประเทศไทย ด้วยทีมงานมืออาชีพสำนักงานในไทยพร้อมให้บริการวางแผนโครงการพลังงานไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ฝึกอบรมพนักงาน และบริการหลากหลายครอบคลุมทุกเรื่อง

 คุณเจนเน็ท คล็อคเกทเธอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด เอสเอ็มเอ โซลาร์ เทคโนโลยี เยอรมนี เปิดเผยว่า “ จากประสบการณ์กว่า 30 ปีและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เอสเอ็มเอในฐานะที่เป็นผู้นำและสร้างกระแสในอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ เราได้นำเสนอเครื่องแปลงพลังงานแสงอาทิตย์( Inverter)ในหลายขนาด ตั้งแต่ขนาดกิโลวัตต์ถึงเมกกะวัตต์สำหรับแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์และอุปกรณ์ต่างๆ ทำให้เราสามารถให้บริการแก่ภาคครัวเรือน ธุรกิจ และอุตสาหกรรมในประเทศไทยได้ บริษัทมีความมั่นใจว่าสามารถสนับสนุนการใช้แหล่งพลังงานทดแทนที่ยั่งยืนและเชื่อถือได้ในระดับภูมิภาคของประเทศ จากเจตนารมณ์ของรัฐบาลไทย ที่ต้องการเพิ่มศักยภาพในการผลิตกระแสไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานทดแทน ทำให้เราคาดหวังการเติบโตของตลาดอย่างรวดเร็วในช่วงเวลา 2-3 ปีนี้”

นายอนุสนธิ์ อติลักษณะ ผู้จัดการทัวไป บริษัท เอสเอ็มเอ โซลาร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวเสริมว่า จากความตั้งใจของรัฐบาลไทยที่ต้องการเป็นอิสระจากการใช้พลังงานในรูปแบบเดิม โดยภาครัฐตั้งเป้าหมายในการจัดหาพลังงานทดแทนให้ได้ร้อยละ 25 ของความต้องการการใช้งานพลังงานในประเทศให้ได้ภายในปี พ.ศ.2564 เพราะการผลิตไฟฟ้าในประเทศปัจจุบันต้องพึ่งพาก๊าซธรรมชาติถึงร้อยละ 67 ผนวกกับปริมาณการใช้ไฟที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ขณะนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมที่ประเทศไทยต้องสนใจพลังงานหมุนเวียนกันอย่างจริงจัง โดยที่ประเทศไทยได้เปรียบจากการมีแหล่งพลังงานแสงอาทิตย์ที่เหลือเฟือ ดังนั้นพลังงานแสงอาทิตย์จึงน่าจะเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญของประเทศไทยในอนาคต

ที่ผ่านมา เอสเอ็มเอ ฯ ได้มีโอกาสเข้าร่วมให้บริการในหลายโครงการสำคัญของประเทศ ทำให้บริษัทมองเห็นโอกาสในการเติบโตของตลาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทมั่นใจว่าสามารถในการผลิตอินเวอร์เตอร์ได้ตรงกับความต้องการในการใช้งานของตลาดเมืองไทย ด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่ทนทานต่อทุกสภาพการณ์ มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน พร้อมบริการตลอดอายุการใช้งาน และค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการต่ำ ทั้งนี้ในวันที่ 6-9 มิถุนายน ศกนี้ ทางบริษัทฯจะนำผลิตภัณฑ์เข้าร่วมจัดแสดงในงาน Renewable Energy Asia Fair 2012 ณ ศูนย์แสดงสินค้าไบเทค

สำหรับการเปิดตัวบริษัทสาขาในประเทศไทย ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งของความสำเร็จของกลยุทธ์ด้านต่าง ประเทศ ซึ่งบริษัทมีสาขาทั้งสิ้น 20 แห่งทั่วโลก และในอนาคตอันใกล้นี้บริษัทมีแผนจะเปิดสาขาแห่งใหม่ที่ประเทศแอฟริกาใต้