เนื้อหาวันที่ : 2012-05-30 11:31:08 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1137 views

แสงชัยแอร์ควอลิตี้ ทุ่ม 10 ล้าน เปิดตัวเครื่องฟอกอากาศ Blueair สัญชาติสวีเดน

แสงชัยแอร์ควอลิตี้ ทุ่ม 10 ล้าน เปิดตัวเครื่องฟอกอากาศ Blueair สัญชาติสวีเดน ตีตลาดในไทย

“แสงชัยแอร์ควอลิตี้” ผู้นำตลาดเครื่องฟอกอากาศ ทุ่มกว่า 10 ล้านบาท เปิดตัวเครื่องฟอกอากาศสัญชาติสวีเดน แบรนด์ “Blueair” เครื่องฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพการฟอกอยู่ในระดับสูงสุดของอุตสาหกรรมเครื่องฟอก เงียบต่ำสุด, รูปลักษณ์ถูกออกแบบอย่างเรียบหรูตามสไตล์สแกนดิเนเวียน และเป็นยี่ห้อเดียวที่โครงสร้างทำด้วยเหล็ก ด้วยนวัตกรรมที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ Blueair เจาะตลาดกลุ่มลูกค้า B+ ที่ใส่ใจสุขภาพ โดยขายตรงเข้าองค์กร ขายผ่านตัวแทนจำหน่ายร้านอุปกรณ์ไฟฟ้า และผ่าน department store โดยมีพันธมิตรหลักเป็น central และ power buy หวังยอดขายปีแรก 100 ล้านบาท เตรียมขึ้นแท่นผู้นำตลาดในอีก 3 ปี

 นายวรเทพ อัศวนิเวศน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แสงชัยแอร์ควอลิตี้ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องฟอกอากาศ และพัดลมดีไซน์ ในแบรนด์ "Honeywell"  เปิดเผยว่า ปัจจุบัน บริษัทฯ ได้แตกกลุ่มธุรกิจออกเป็น Health Home and Commercial โดยกลุ่ม health จะมีผลิตภัณฑ์เครื่องฟอกอากาศ Honeywell และกลุ่ม home (บ้าน) โครงการบ้านจัดสรร จะมีพัดลมดีไซน์และอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น สวิตช์ไฟ, ปลั๊กไฟ, ตู้โหลด, เบรกเกอร์ของแบรนด์ Siemens ซึ่งเป็นสินค้าหลัก ส่วนกลุ่ม commercial/project (งานตึกสูง high rise building ) จะมีอุปกรณ์ไฟฟ้า คือ สวิตช์ไฟ, ปลั๊กไฟ และตู้ไฟ ที่ใช้ในงานคอนโดมิเนียม, บ้านจัดสรร และโครงการต่าง ๆ โดยสัดส่วนรายได้เป็นของกลุ่ม health ประมาณ 30%, กลุ่ม home 40%, กลุ่ม high rise 30%

เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค บริษัทจึงได้นำเข้าเครื่องฟอกอากาศแบรนด์ “Blueair” ซึ่งเป็นเครื่องฟอกอากาศสัญชาติสวีเดน และได้รับการยอมรับและมีชื่อเสียงอย่างรวดเร็วในวงการเครื่องฟอกอากาศโลกจนประสิทธิภาพโดดเด่นที่สุด และเหนือกว่าอีก 170 สินค้าทั่วโลก และ Blueair  ยังเป็นผู้ผลิตรายแรกที่ได้รับรางวัล Energy Star  จากกระทรวงพลังงานสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมาตรฐานสูงสุดในการวัดประสิทธิภาพการใช้พลังงานเครื่องใช้ไฟฟ้า โดย Blueair มีสำนักงานใหญ่ที่กรุงสต็อคโฮม ประเทศสวีเดน และมีตัวแทนจำหน่ายมากกว่า 40 รายทั่วโลก ตั้งแต่ เอเชีย, ยุโรป, ออสเตรเลีย, ตะวันออกกลาง รวมไปถึงอเมริกาเหนือและใต้

นายวรเทพ  กล่าวต่อว่า สำหรับจุดเด่นของเครื่องฟอกอากาศ Blueair มีประสิทธิภาพการฟอก           (CADR Rating) อยู่ในระดับสูงสุดของอุตสาหกรรมเครื่องฟอก ด้วยนวัตกรรมที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ       Blue air ซึ่งทำให้สามารถผลิตเครื่องฟอกอากาศที่ให้อัตราการฟอกสูงสุดบนความเงียบต่ำสุด, รูปลักษณ์ ถูกออกแบบอย่างเรียบหรูตามสไตล์สแกนดิเนเวียน และเป็นยี่ห้อเดียวที่โครงสร้างทำด้วยเหล็ก  ด้วยเหตุผลนี้เองจึงทำให้บริษัทฯ มองเห็นถึงศักยภาพของ  Blueair เนื่องจากเป็นเครื่องฟอกอากาศที่มาแรงในตลาดโลกซึ่งมีประสิทธิภาพสูงและเทคโนโลยีโดดเด่นจนได้รับการยอมรับจากสถาบันต่างๆ มากมายทั่วโลก และมีประสิทธิภาพการเติบโตที่มากขึ้นในตลาดเอเชีย เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย

ทางด้านนายบุญฤทธิ์ ฉันสุวรรณ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แสงชัยแอร์ควอลิตี้ จำกัด  กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการทำตลาดของ Blueair ในครั้งนี้ บริษัทฯ ได้นำเข้ามาทั้งหมด 4 รุ่น จากทั้งหมด 8 รุ่น ซึ่งราคาจะอยู่ในระดับ 15,000-30,000 บาท ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ จำหน่ายเครื่องฟอกของ Honeywell และ Blueair มีการทำตลาดในรูปแบบของการให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้บริโภคจับกลุ่มเป้าหมายในระดับ B+ ขึ้นไป โดยกลุ่มเป้าหมายหลัก คือผู้ที่มีปัญหาด้านภูมิแพ้ ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กลุ่มเป้าหมายรอง คือผู้ที่สนใจดูแลสุขภาพและต้องการมีคุณภาพอากาศในบ้านที่ดี

สำหรับช่องทางจำหน่ายของบริษัทฯ ยังคงใช้ช่องทางเดียวกับการจำหน่ายแบรนด์ Honeywell โดยจำหน่ายผ่าน 3 ช่องทางหลักคือ 1.ขายตรงเข้าองค์กร, โรงพยาบาลชั้นนำ, คลินิกภูมิแพ้ 2.ขายผ่านตัวแทนจำหน่ายร้านอุปกรณ์ไฟฟ้า และ 3.ขายผ่าน department store  โดยมีพันธมิตรหลักเป็น central และ power buy โดยการทำตลาดในครั้งนี้บริษัทฯได้ใช้งบประมาณกว่า 10 ล้านบาท หรือประมาณ 20% ของยอดขายที่ตั้งประมาณ 100 ล้านบาท่ โดยจะเน้นไปที่ below the line ก่อนและการทำโปรโมชั่น ณ จุดขาย

  “ทิศทางของตลาดเครื่องฟอกอากาศในประเทศไทย มีการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง อันเนื่องมาจากปัญหาของคุณภาพอากาศ, มลพิษที่เพิ่มขึ้นทุกวัน มีผลให้มีผู้ป่วยภูมิแพ้เพิ่มขึ้นทุกปีและวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่หันมาใส่ใจสุขภาพและคุณภาพอากาศภายในบ้านจึงทำให้ตลาดเครื่องฟอกอากาศมีการเติบโตในระยะยาว ในมูลค่าตลาดกว่า 1,000 ล้านบาท และในอาคต บริษัททฯ  ก็ยังมองหา product เพิ่มเติมที่สอดคล้องกับ 3 กลุ่มธุรกิจแต่ต้องเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก และมีคุณภาพสูง เป็นที่ยอมรับ และบริษัทฯ ยังได้เล็งเห็นที่จะเข้าไปลงทุนในตลาดอินโดจีนเช่น ลาว เขมร และพม่า เพื่อรองรับสำหรับตลาด AEC ที่จะเปิดเสรีภายใน 3 ปีข้างหน้าอีกด้วย” นายบุญฤทธิ์ กล่าวสรุป