เนื้อหาวันที่ : 2012-02-27 14:59:15 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 2075 views

เมอร์เซเดส-เบนซ์เพิ่มฟังก์ชั่นใหม่ใส่เทคโนโลยีสุดล้ำ

เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเดิมตลาดรถหรูไตรมาสแรก เพิ่มเทคโนโลยีสุดล้ำด้วยฟังก์ชั่นระบบเกียร์ใหม่ 7G-TRONIC PLUS ระบบมัลติมีเดีย COMAND Online เครื่องยนต์ใหม่แบบ BlueDIRECT

          เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเดิมตลาดรถหรูไตรมาสแรก เพิ่มเทคโนโลยีสุดล้ำด้วยฟังก์ชั่นระบบเกียร์ใหม่ 7G-TRONIC PLUS ระบบมัลติมีเดีย COMAND Online เครื่องยนต์ใหม่แบบ BlueDIRECT

          ระบบเกียร์ใหม่ 7G-TRONIC PLUS ระบบเกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 7 จังหวะที่มีประสิทธิภาพเป็นเลิศ ซึ่งมีอยู่ใน C- และ E-Class ถึง 8 รุ่น

          ระบบมัลติมีเดียเพื่อความบันเทิง COMAND Online เทคโนโลยีล่าสุดที่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้อย่างสะดวก ซึ่งมีอยู่ใน C- และE-Class ถึง 8 รุ่น

          เครื่องยนต์ใหม่แบบ BlueDIRECT สุดยอดนวัตกรรมประหยัดพลังงาน ที่ประหยัดกว่าเครื่องยนต์รุ่นเดิมถึง 16%

          เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) พร้อมประเดิมตลาดรถหรูไตรมาสแรก เพิ่มเทคโนโลยีสุดล้ำ ด้วยฟังก์ชั่นระบบเกียร์ใหม่ที่เหมาะทุกการขับขี่ ระบบส่งกำลังเป็นเยี่ยม 7G-TRONIC PLUS และระบบมัลติมีเดียเพื่อความบันเทิง COMAND Online ในรุ่น C-Class และ E-Class พร้อมด้วยเครื่องยนต์ใหม่แบบ BlueDIRECT ที่ประหยัดกว่าเครื่องยนต์รุ่นเดิมถึง 16% ในรุ่น S-Class หวังเพิ่มยอดขายตั้งแต่ต้นปี

          มร. มาร์ทิน ชูลซ์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในปี 2554 ที่ผ่านมา เมอร์เซเดส-เบนซ์ประสบความสำเร็จและยังคงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า ด้วยยอดขายสูงถึง 4,684 คัน

ซึ่งรุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ รุ่น E-Class รองลงมาคือ C-Class โดยในปี 2555 เมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่น C-Class, E-Class และ S-Class ยังคงเป็นกำลังสำคัญ และเราพร้อมเดินหน้านำเสนอนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้วยการคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดและเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

ในไตรมาสแรกของปีนี้ เราได้เพิ่มฟังก์ชั่นระบบเกียร์อัตโนมัติเดินหน้าแบบ 7 จังหวะ หรือ 7G-TRONIC PLUS รวมทั้งระบบมัลติมีเดีย COMAND Online ในรุ่น E-Class และ C-Class พร้อมด้วยเครื่องยนต์ใหม่แบบ BlueDIRECT สุดยอดนวัตกรรมประหยัดพลังงาน ด้วยสมรรถนะการเผาผลาญน้ำมันเชื้อเพลิงที่ประหยัดกว่าเครื่องยนต์รุ่นเดิมถึง 16% ในรุ่น S-Class เพื่ออำนวยความสะดวกและตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้า

          ก่อนหน้านี้ 7G-TRONIC PLUS เป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่ติดตั้งอยู่ใน C-Class ถึง 4 รุ่น โดยล่าสุดได้เพิ่มฟังก์ชั่น 7G-TRONIC PLUS ในเมอร์เซเดส-เบนซ์รุ่น E-Class ได้แก่ E 200 BlueEFFICIENCY ELEGANCE, E 250 BlueEFFICIENCY AVANTGARDE ESTATE, E 250 BlueEFFICIENCY Cabriolet และ E 250 BlueEFFICIENCY AVANTGARDE Coupe Sport AMG และเพิ่มฟังก์ชั่น COMAND Online ในเมอร์เซเดส-เบนซ์รุ่น C-Class ได้แก่ C 200 BlueEFFICIENCY, C 200 BlueEFFICIENCY ELEGANCE, C 200 BlueEFFICIENCY AVANTGARDE

และ E-Class ได้แก่ E 200 NGT BlueEFFICIENCY, E 200 BlueEFFICIENCY ELEGANCE, E 250 CDI BlueEFFICIENCY และ E 250 BlueEFFICIENCY AVANTGARDE, E 300 AVANTGARDE Sports รวมทั้งเครื่องยนต์ใหม่แบบ BlueDIRECT ใน S-Class รุ่น S 500 BlueEFFICIENCY Long Wheelbase”

นายคมกริช นงค์สวัสดิ์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฟังก์ชั่นระบบเกียร์อัตโนมัติแบบเดินหน้า 7 จังหวะ หรือ 7G-TRONIC PLUS ได้รับการพัฒนาด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพของทอร์คคอนเวอร์เตอร์ เพื่อให้เกิดการตอบสนองได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น อีกทั้งทนทานและลดระดับเสียงรบกวนให้น้อยลง

และที่สำคัญยังช่วยประหยัดน้ำมันได้มากยิ่งขึ้น โดยมาพร้อมกับเกียร์ถอยหลังแบบ 2 จังหวะ ควบคุมการทำงานด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้การปรับเปลี่ยนเกียร์ทุกครั้งราบเรียบและนุ่มนวล นอกจากนี้ด้วยการออกแบบอัตราทดเกียร์ให้ชิดกัน ทำให้สามารถเพิ่มกำลังของเครื่องยนต์ได้อย่างเต็มที่

ฟังก์ชั่นระบบมัลติมีเดีย COMAND Online เป็นระบบมัลติมีเดียสารสนเทศที่ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์และระบบความบันเทิงต่างๆ ภายในรถ รวมทั้งสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้อย่างสะดวก เพื่ออัพเดทค้นหาข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวต่างๆ เช่น แผนที่ สภาพภูมิอากาศ ผ่านทาง Google เป็นต้น โดยถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย พร้อมด้วยระบบการสั่งการด้วยเสียง (LINGUATRONIC) เพิ่มความสะดวกและความปลอดภัย ทำให้ ผู้ขับขี่ไม่ต้องละมือจากพวงมาลัยขณะขับ

          เครื่องยนต์แบบ BlueDIRECT นวัตกรรมใหม่ล่าสุดใช้เครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ รหัส M 278 ซึ่งได้รับการพัฒนาใหม่ล่าสุดโดยเป็นเครื่องยนต์ที่รวมระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงไดเรค อินเจ็คชั่นและระบบอัดอากาศเทอร์โบเข้าด้วยกัน ซึ่งระบบฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงรุ่นนี้นับเป็น เจนเนอเรชั่นที่ 3 เป็นวาล์วหัวฉีดแบบ piezo ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานระหว่างหัวฉีดและการจุดระเบิดให้ทำงานสัมพันธ์กันมากขึ้นกว่าเดิม

ทำให้การเผาไหม้ภายในห้องเครื่องเป็นไปอย่างรวดเร็ว แม่นยำและสมบูรณ์มากขึ้น รวมถึงการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพอย่างเป็นระบบของกระบอกสูบ ลูกสูบ แหวนสูบ พร้อมทั้งระบบการจ่ายน้ำมันและระบบการจัดการระบายความร้อนแบบ 3 ระดับ ทำให้เครื่องยนต์รุ่นนี้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและลดมลพิษมากขึ้นกว่าเครื่องยนต์รุ่นเดิมถึง 16%”

          “ฟังก์ชั่นต่างๆ ที่เราได้เพิ่มเติมในเมอร์เซเดส-เบนซ์รุ่น C-Class, E-Class และ S-Class ได้รับการคัดเลือกและกลั่นกรองมาเป็นอย่างดี เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานและเพิ่มความหลากหลายให้ลูกค้าได้เลือกสรรให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง โดยลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่าจะได้รับข้อได้เปรียบสำคัญจากการซื้อจากผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการโดยตรง

โดยเฉพาะในเรื่อง “ความคุ้มค่า” ตลอดอายุการใช้งาน ซึ่งเราขอขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจเลือกซื้อรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ไม่เพียงด้วยศรัทธาในความเป็นเลิศในคุณภาพ ความปลอดภัย และความคุ้มค่า แต่ด้วยความมั่นใจในการเลือกซื้อจากผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของ เมอร์เซเดส-เบนซ์” มร. ชูลซ์ กล่าวสรุป