เนื้อหาวันที่ : 2012-02-20 15:49:39 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1014 views

ราคาน้ำมันดิบทุกชนิดปรับตัวเพิ่มขึ้น คาดสัปดาห์นี้ยังผันผวน

ปตท. รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมัน ระบุราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกชนิด เบนซิน 95 เฉลี่ยอยู่ที่ 131.34 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล น้ำมันดีเซลอยู่ที่ 133.10 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล

          ปตท. รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมัน ระบุราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกชนิด เบนซิน 95 เฉลี่ยอยู่ที่ 131.34 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล น้ำมันดีเซลอยู่ที่ 133.10 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล

          ฝ่ายบริหารความเสี่ยงราคาและวิเคราะห์ตลาดต่างประเทศ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) รายงานถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันว่า ราคาน้ำมันสัปดาห์ที่ 13-17 ก.พ. 55 ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกชนิด โดยน้ำมันดูไบ (Dubai) เฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 6.85 เหรียญสหรัฐฯ /บาร์เรล อยู่ที่ระดับ 116.26 เหรียญสหรัฐฯ /บาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) เฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้น 6.79 เหรียญสหรัฐฯ /บาร์เรล อยู่ที่ 118.78 เหรียญสหรัฐฯ /บาร์เรล

น้ำมันดิบเวสเท็กซัส (WTI) เฉลี่ยปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.99 เหรียญสหรัฐฯ /บาร์เรลอยู่ที่ 108.80 เหรียญสหรัฐฯ /บาร์เรล และราคาน้ำมันเบนซิน 95 เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 5.52 เหรียญสหรัฐฯ /บาร์เรล อยู่ที่ 131.34 เหรียญสหรัฐฯ /บาร์เรล และน้ำมันดีเซลเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 4.94 เหรียญสหรัฐฯ /บาร์เรล อยู่ที่ 133.10 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล โดยมีปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคา ได้แก่

ผลกระทบต่อราคาน้ำมันในเชิงบวก 1) สำนักข่าวฟาร์ส (Fars News Agency) ของทางการอิหร่านรายงานว่าอิหร่านระงับการส่งออกน้ำมันไปยัง 6 ประเทศ ในสหภาพยุโรป ได้แก่ อิตาลี, สเปน, ฝรั่งเศส, กรีซ, โปรตุเกส และเนเธอร์แลนด์ เพื่อตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรของสหภาพยุโรป 2) ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขานิวยอร์ครายงาน Empire State Manufacturing Index ในเดือน ก.พ. 55 เพิ่มขึ้น 6 จุด (M-O-M) มาอยู่ที่ 19.53 จุด สูงสุดตั้งแต่เดือน มิ.ย. 53

3) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ รายงานยอดค้าปลีก (Retail Sales) ในเดือน ม.ค. 55 เพิ่มขึ้น 0.4% โดยยอดจำหน่ายยานยนต์ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 2 ปีครึ่ง 4) โปรตุเกสประสบความสำเร็จในการระดมทุนจากการประมูลขายตั๋วเงินคลัง (Treasury Bills) อายุ 3-12 เดือน วงเงิน 3 พันล้านยูโร โดยนักลงทุนแสดงความสนใจซื้อมากกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ ถึงแม้ว่าโปรตุเกสจะเพิ่งถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือจาก Moody's เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ตาม

5) บริษัทเอกชนของจีนให้ความสนใจเข้าไปลงทุนในสหภาพยุโรปในปี 2554 เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 6,300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ อยู่ที่ 10,400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็นอัตราส่วน 34% ของการลงทุนภายนอกประเทศของจีน 6)สหภาพแรงงาน PetroMasila ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันแห่งชาติของเยเมนหยุดงานประท้วงเพื่อเรียกร้องค่าจ้างแรงงาน ส่งผลให้การผลิต และส่งออกน้ำมันดิบจากแหล่ง Masila ปริมาณ 260 KBD หยุดดำเนินการชั่วคราว

ผลกระทบต่อราคาน้ำมันในเชิงลบ 1) ญี่ปุ่นรายงานอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ไตรมาส 4/2554 อยู่ที่ระดับ -0.6% ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์อยู่ที่ -0.3% 2) สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (Eurostat) รายงาน (GDP) ของกลุ่มยูโรโซน ในไตรมาสที่ 4/54 อยู่ที่ -0.3% ลดลงจากไตรมาสก่อน 0.5% และรายงานผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในเดือน ธ.ค. 54 ลดลง 1.1% จากเดือนก่อน และลดลง 2.0% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน

3) สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Moody's ออกมาเตือนว่าอยู่ระหว่างดำเนินการเฝ้าระวัง และอาจปรับลดระดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ของธนาคาร 17 แห่ง และวาณิชธนกิจอีก 114 แห่งทั่วโลก  4) นายกรัฐมนตรีอิรัก Nouri al-Maliki เปิดท่าเรือส่งออกน้ำมันดิบใหม่เพิ่มความสามารถในการส่งของออกประเทศได้ 900,000 บารเรล์ต่อวัน โดยในปี 2554 อิรักผลิตน้ำมันดิบเฉลี่ย 2.9 ล้านบารเรล์ต่อวัน และส่งออก 2.2 ล้านบารเรล์ต่อวัน

5) Sinopec และ Petrochina ของจีนมีแผนกลั่นน้ำมันดิบในเดือน ก.พ. 55 อยู่ที่ระดับ 7.4 ล้านบารเรล์ต่อวัน ลดลงจากเดือนก่อน 1.5%

          แนวโน้ม ราคาน้ำมันดิบในตลาดซื้อขายล่วงหน้ามีความผันผวน โดยตลาดน้ำมันได้รับแรงหนุนภายหลังจากที่อิหร่านระงับการส่งออกน้ำมันไปยังสหภาพยุโรป เพื่อตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรการ นอกจากนี้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ส่งสัญญาณฟื้นตัว หลังจากข้อมูลทางเศรษฐกิจออกมาแข็งแกร่ง อาทิ ยอดก่อสร้างบ้านและดัชนีชี้นำเศรษฐกิจใน เดือน ม.ค 55 ปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลงต่ำสุดในรอบเกือบ 4 ปี

นอกจากนั้นการแก้ไขวิกฤตหนิ้สินของกรีซมีทิศทางชัดเจนขึ้น หลังคณะรัฐมนตรีกรีซมีมติผ่านมาตรการรัดเข็มขัดเพิ่มเติมอีก 325 ล้านยูโร (ประมาณ 427 ล้านเหรียญสหรัฐ อีกทั้งธนาคารกลางของจีนประกาศลดสัดส่วนของเงินสำรอง (RRR) ของธนาคารพาณิชย์ลง 0.5% มีผลตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. 55 เพื่อกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจ ภายหลังยอดส่งออกในเดือน ม.ค. 55 ถดถอย

อย่างไรก็ตามสภาวะเศรษฐกิจของสมาชิกเครือสหภาพยุโรป รวมทั้งญี่ปุ่นยังคงชะลอตัว ทั้งนี้ในระยะสั้นคาดว่าราคาน้ำมันดิบ WTI และ Brent จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 98 - 106 USD/BBL และ 114 - 124 USD/BBL ตามลำดับ