เนื้อหาวันที่ : 2012-01-24 09:36:23 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 2542 views

QTC ลุยสร้างโรงงานส่วนขยาย พร้อมบุกตลาดเพื่อนบ้าน

คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ เปิดเกมรุกเดินหน้าสร้างโรงงานหม้อแปลงไฟฟ้าส่วนต่อขยาย หวังลดต้นทุน พร้อมลุยเปิดตลาดประเทศเพื่อนบ้าน กรุยทาง 3 ปีรายได้โต 30%

          คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ เปิดเกมรุกเดินหน้าสร้างโรงงานหม้อแปลงไฟฟ้าส่วนต่อขยาย หวังลดต้นทุน พร้อมลุยเปิดตลาดประเทศเพื่อนบ้าน กรุยทาง 3 ปีรายได้โต 30%

          บมจ.คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ เร่งเปิดเกมรุก ปรับแผนกลยุทธ์การตลาดทั้งในประเทศ และ ต่างประเทศ เพิ่มกำลังการผลิตอีกกว่า 20% ภายในไตรมาส 2/55 จากปัจจุบันกำลังผลิตอยู่ที่ 952,000 KVA พร้อมเจาะตลาดลาว, พม่า และอินโดนีเซีย เพิ่ม หวังปูทางอีก3ปีข้างหน้า รายได้รวม เฉลี่ยโตไม่ต่ำกว่า30%ต่อปี

นายนิพนธ์ จัยสิน
กรรมการผู้จัดการ
บริษัทคิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)

          นายนิพนธ์ จัยสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัทคิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ QTC เปิดเผยว่า โรงงานผลิตหม้อแปลงไฟฟ้า (เฟส2) ซึ่งเป็นส่วนต่อขยาย จะแล้วเสร็จ และสามารถดำเนินการในเชิงพาณิชย์ ได้ภายในไตรมาส2/2555 ส่งผลให้บริษัทฯ จะมีกำลังการผลิตรวมของหม้อแปลงไฟฟ้า ตั้งแต่ขนาด 30 – 30,000 KVA เพิ่มขึ้น 20% จากปัจจุบันที่มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 952,000 KVA

          ทั้งนี้ สาเหตุที่บริษัทฯขยายโรงงานส่วนต่อขยายเพิ่ม เนื่องจากมองว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจ และภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศ มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของจำนวนประชากร ซึ่งส่งผลให้ปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าขยายตัวตามค่าเฉลี่ยในแต่ละปีที่เพิ่มขึ้น

          “หากโรงงานดังกล่าวแล้วเสร็จ บริษัทฯสามารถลดต้นทุนค่าใช้จ่ายเฉลี่ยแต่ละปีลงได้ ซึ่งนั่นก็จะทำให้มาร์จิ้น โดยรวมปรับตัวเพิ่มตามต้นทุนที่ลดลง โดยจะเริ่มเห็นความชัดเจนของต้นทุนที่ลดลงได้อย่างชัดเจนในปี2556 เป็นต้นไป ” นายนิพนธ์ กล่าว

          นอกจากนี้ บริษัทฯยังมีแผนในการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ อาทิ ลาว , พม่า และ อินโดนีเซีย เนื่องจากกลุ่มประเทศดังกล่าวมีการขยายตัวของจำนวนประชาชน รวมถึงภาพอุตสาหกรรมพลังงานยังคงมีความต้องการใช้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

          ทั้งนี้ ในเบื้องต้น บริษัทฯคาดว่าแผนการขยายไปยังตลาดต่างประเทศ จะเริ่มมีความชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลังของปี2555 ซึ่งจะทำให้สัดส่วนการส่งออกเพิ่มขึ้น เป็น 20-25% จากปัจจุบันสัดส่วนการส่งออกไปยังประเทศ ออสเตรเลีย และ มาเลเซีย อยู่ประมาณ 15-18% ของยอดขายรวมทั้งหมด

          นายนิพนธ์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า หากแผนการขยายธุรกิจแล้วเสร็จตามที่กล่าวมาในข้างต้น บริษัทฯได้ตั้งเป้าอัตราการเติบโตของรายได้ในอีก 3ปีข้างหน้า (2556-2558) เพิ่มขึ้น เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 30% เมื่อเทียบกับปีจากปี2554 ที่บริษัทฯประมาณการรายได้รวมไว้ที่ 650 ล้านบาท

          ในขณะที่ ปี2555 บริษัทฯประมาณการรายได้ เพิ่มขึ้น 20% เนื่องจากยอดคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) ที่ทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดบริษัทฯได้รับออเดอร์ จากประเทศออสเตรเลีย เข้ามาเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบจากปีก่อน และจากออเดอร์ปีก่อนที่ทยอยเข้ามารับรู้ในปีนี้ อีกกว่า 250 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯมียอด Back Log ในมือปัจจุบัน 300 ล้านบาท

          “ในขณะนี้ บริษัทฯกำลังอยู่ระหว่างการหว่านเม็ดพันธ์ โดยการเพิ่มกำลังการผลิต และการขยายสัดส่วนไปยังตลาดต่างประเทศ ซึ่งจะเริ่มทยอยเห็นภาพอย่างชัดเจนตั้งช่วงกลางปี2555 และคาดว่าบริษัทฯจะสามารถรอเก็บเกี่ยวผลผลิต หรือผลประกอบการโดยรวมทั้งหมด ได้ตั้งแต่ปี2556 เป็นต้นไป”นายนิพนธ์ กล่าว