เนื้อหาวันที่ : 2012-01-04 14:42:20 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1025 views

ปตท.คาดปี 55 ราคาน้ำมันทรงตัวระดับสูงจากวิกฤตหนี้ยุโรป

สศค. มองสถานการณ์ราคาน้ำมันปี 55 ทรงตัวในระดับสูงที่ 116.0 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล คาดปัญหาหนี้ยุโรปและสหรัฐฯทำให้ความต้องการน้ำมันลดลง

          สศค. มองสถานการณ์ราคาน้ำมันปี 55 ทรงตัวในระดับสูงที่ 116.0 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล คาดปัญหาหนี้ยุโรปและสหรัฐฯทำให้ความต้องการน้ำมันลดลง แนะจับตาปัญหาความขัดแย้งระหว่างสหภาพยุโรปกับอิหร่าน

          สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า กูรูคาดราคาน้ำมันปี 55 ทรงตัวอยู่ในระดับสูงที่ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเหตุปัญหาอิหร่านและวิกฤติหนี้ยุโรป

          บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมันในกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันว่า มีการปรับลดอัตราการเติบโตของอุปสงค์น้ำมันโลกในปี 55 จากเดิม 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวันเหลือเพียง 1.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือลดลง 100,000 บาร์เรลต่อวัน ส่วนราคาน้ำมันดับตลาดโลกปี 55 จะเคลื่อนไหวแคบ ๆ อยู่ที่ช่วง 100-110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบตลาดเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวอยู่ที่ 95-105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้ราคาน้ำมันตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น คือสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหภาพยุโรป (EU) กับประเทศอิหร่านที่เป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่

ด้านสศค. วิเคราะห์ ในปี 55 ราคาน้ำมันดิบจะยังทรงตัวอยู่ในระดับสูงโดยจะเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 10.0 เมื่อเทียบกับปี 54 หรืออยู่ที่ 116.0 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (หรือในช่วงคาดการณ์ 111.0-121.0) อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาหนี้สาธารณะยุโรปและสหรัฐฯ ที่อาจทำให้อุปสงค์น้ำมันปรับตัวลดลงในขณะที่อุปทานจากกลุ่ม OPEC ยังไม่มีการปรับลดลง

อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ความขัดแย้งรุนแรงขึ้นโดยหากสหภาพยุโรปตัดสินใจคว่ำบาตร อิหร่านอาจตัดสินใจตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบเฮอร์มุส ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของโลกซึ่งมีปริมาณขนส่งน้ำมันดิบทางเรือผ่านช่องแคบน้ำประมาณ 15 ล้านบาร์เรลต่อวัน

โดยหากมีการปิดช่องแคบ จะทำให้การขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลางไปประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกเกิดปัญหาทันที รวมทั้งต้องจัดตาท่าทีของประเทศซาอุดิอาระเบียว่าจะร่วมกับอิหร่านในการงดการส่งน้ำมันให้สหภาพยุโรปด้วยหรือไม่ อาจเป็นปัจจัยสำคัญ ทำให้ความต้องการน้ำมันตึงตัวและเป็นสาเหตุให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงได้อีก