เนื้อหาวันที่ : 2011-12-28 14:58:06 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 738 views

ปตท.มั่นใจแหล่งเยตากุนปิดซ่อมบำรุงไม่กระทบผลิตไฟฟ้า

ปตท. เตรียมดึงก๊าซฯ ฝั่งตะวันออกป้อนภาคการผลิตไฟฟ้าและภาคอุตสาหกรรมฝั่งตะวันตก รับมือแหล่งเยตากุนปิดซ่อมบำรุงประจำปี

          ปตท. เตรียมดึงก๊าซฯ ฝั่งตะวันออกป้อนภาคการผลิตไฟฟ้าและภาคอุตสาหกรรมฝั่งตะวันตก รับมือแหล่งเยตากุนปิดซ่อมบำรุงประจำปี

          ปตท. บริหารจัดการเชื้อเพลิงสำหรับผู้ใช้ก๊าซธรรมชาติจากฝั่งตะวันตก (สหภาพพม่า) กรณีผู้ผลิตก๊าซแหล่งเยตากุนปิดซ่อมบำรุงประจำปี ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2554 – 6 มกราคม 2555 ไม่ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตกระแสไฟฟ้าและภาคอุตสาหกรรม สำหรับผู้ใช้ NGV ได้จัดหาก๊าซฯจากฝั่งตะวันออก (อ่าวไทย) มาทดแทนบางส่วน

          นายพีระพงษ์ อัจฉริยชีวิน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติแหล่งเยตากุน สหภาพพม่า มีกำหนดจะปิดซ่อมบำรุงประจำปี และติดตั้งหน่วยเพิ่มความดันก๊าซธรรมชาติ (Compressor Platform) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดส่งก๊าซธรรมชาติ

จึงมีความจำเป็นต้องหยุดการจ่ายก๊าซธรรมชาติมายังประเทศไทย ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2554 ถึง 6 มกราคม 2555 ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดต่อเนื่องในเทศกาลปีใหม่ ที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศอยู่ในระดับไม่สูงมากนัก ส่งผลให้ปริมาณก๊าซธรรมชาติจากฝั่งตะวันตก (สหภาพพม่า) ลดลงจากความต้องการใช้ปกติในเดือนธันวาคมประมาณ 600 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน

ทั้งนี้ ปตท. ได้เตรียมความพร้อมรองรับการหยุดจ่ายก๊าซฯ ในช่วงดังกล่าว โดยจะนำก๊าซธรรมชาติจากฝั่งตะวันออก(อ่าวไทย) ป้อนเข้าระบบท่อส่งก๊าซฯ ฝั่งตะวันตก เพื่อชดเชยปริมาณก๊าซธรรมชาติฝั่งตะวันตกที่ลดลง พร้อมเตรียมสำรองก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG ) ให้เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตกระแสไฟฟ้าและภาคอุตสาหกรรม

เนื่องจาก ปตท. ได้บริหารจัดการเตรียมความพร้อมร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ (IPP) และ โรงงานอุตสาหกรรมไว้เรียบร้อยแล้ว สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมได้มีการประสานงานเพื่อเตรียมการให้สามารถรองรับค่าความร้อนก๊าซธรรมชาติจากฝั่งตะวันออกที่มีค่าความร้อนสูงกว่าก๊าซธรรมชาติฝั่งตะวันตกแล้วเช่นกัน จึงขอให้มั่นใจได้ว่าผู้ใช้ไฟฟ้าและลูกค้าอุตสาหกรรมในพื้นที่ฝั่งตะวันตกจะไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว

          นายพีระพงษ์ อัจฉริยชีวิน เปิดเผยเพิ่มเติมว่า สำหรับกลุ่มผู้ใช้รถ NGV ในพื้นที่ฝั่งตะวันตก ปตท. ได้มีการบริหารจัดการให้ส่งผลกระทบน้อยที่สุด ด้วยการจัดหาก๊าซฯจากฝั่งตะวันออก (อ่าวไทย) มาทดแทนบางส่วน แต่เนื่องจากคุณภาพก๊าซฯจากฝั่งตะวันออก มีความแตกต่างจากคุณภาพก๊าซฝั่งตะวันตก (สหภาพพม่า) จึงอาจส่งผลกระทบต่อสมรรถนะของรถยนต์ขนาดเล็กได้ ในขณะที่รถ NGV ขนาดใหญ่สามารถใช้ก๊าซฯ จากฝั่งตะวันออกได้

ดังนั้น ปตท. จึงกำหนดสถานีบริการจำหน่าย NGV เฉพาะรถขนาดใหญ่ที่ใช้ NGV เป็นเชื้อเพลิงอย่างเดียว จำนวน 39 แห่ง และมีความจำเป็นต้องปิดให้บริการสถานีบริการ NGV จำนวน 16 แห่ง ในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นการชั่วคราว ทั้งนี้ ผู้ใช้รถสามารถเลือกใช้บริการเติมก๊าซ NGV จากสถานีบริการที่อยู่ใกล้เคียง จำนวน 40 แห่ง ในขณะที่สถานีบริการ NGV อื่นๆ ยังเปิดให้บริการตามปกติ ทั้งนี้ สถานีบริการ NGV ในพื้นที่ดังกล่าว จะสามารถกลับมาเปิดให้บริการตามปกติได้ครบทุกสถานี ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2555 เป็นต้นไป