เนื้อหาวันที่ : 2011-12-26 09:28:42 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1331 views

PYLON ยิ้มงานฐานรากปี 55 คึกคักเตรียมลุยประมูลงานต่อเนื่อง

PYLON มั่นใจธุรกิจงานฐานรากปีหน้าสดใส โครงการใหญ่พาเหรดเข้าตลาดคึกคักเตรียมลุยประมูลงานดันรายได้โต 20%

          PYLON มั่นใจธุรกิจงานฐานรากปีหน้าสดใส โครงการใหญ่พาเหรดเข้าตลาดคึกคักเตรียมลุยประมูลงานดันรายได้โต 20%

          "บดินทร์ แสงอารยะกุล" ผู้บริหาร PYLON ส่งซิก ธุรกิจงานฐานรากปีหน้าสดใส เหตุโครงการขนาดใหญ่พากันเข้าตลาดอย่างคับคั่ง โครงการรถไฟฟ้าจ่อรอเซ็นสัญญาต้นปีหน้า 2 สาย ส่งผลให้ความต้องการงานฐานรากล้น เผย ปัจจุบันบริษัทฯ ตุน Backlog แล้วกว่าราว 1 พันล้านบาท จาการคว้างานประมูลล่าสุดถึง 10 โครงการ มูลค่า 287.29 ล้านบาท และพร้อมเดินหน้าลุยเข้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง

          นายบดินทร์ แสงอารยะกุล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไพลอน จำกัด (มหาชน) หรือ PYLON ผู้ประกอบการธุรกิจรับเหมาก่อสร้างงานฐานรากชั้นนำในประเทศไทย เปิดเผยถึง แนวโน้มธุรกิจงานฐานรากปี 2555 ว่า เชื่อว่าจะเติบโตมากกว่าปีที่ผ่านมา จากการเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่ ของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้า ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเดินหน้าเต็มตัวได้ในต้นปีหน้าหลังจากสถานการณ์อุทกภัยได้คลี่คลายลง

ซึ่งโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินกำลังเริ่มงานก่อสร้าง นอกจากนี้ยังมีโครงการรถไฟฟ้า 2 สาย รอเซ็นสัญญาในช่วงต้นปีหน้า ได้แก่ สายสีเขียว และสายสีแดง และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการสร้างในช่วงพฤษภาคม - มิถุนายน 2555 ซึ่งจะส่งผลดีให้ธุรกิจรับเหมางานฐานรากให้เติบโตในทิศทางที่ดีได้ดังกล่าว

          “แนวโน้มธุรกิจงานฐานรากปีหน้า มองว่า จะดีกว่าปีนี้มาก เนื่องจากมีโครงการรถไฟฟ้าเข้ามาหลายสาย ซึ่งปัจจุบัน อยู่ในช่วงรอภาครัฐเซ็นสัญญาโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต) และสายสีเขียว (แบริ่ง-สมุทรปราการ) ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการสร้างในช่วงพฤษภาคม – มิถุนายน นี้ ส่วนสายสีน้ำเงิน ที่โครงการสะดุดไปในช่วงเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา คาดว่าจะเริ่มเดินหน้าขับเคลื่อนได้ตามปกติแล้ว

ซึ่งโครงการต่างๆ ที่เข้าตลาดเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มี Demand ในงานฐานรากเข้ามาเป็นจำนวนมาก ขณะที่ Supply ในส่วนของเครื่องจักรอาจไม่เพียงพอ ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจงานฐานรากในปีหน้า” นายบดินทร์ กล่าว

          ปัจจุบัน บริษัทฯ มีงานในมือที่รอรับรู้เป็นรายได้ (Backlog) ทั้งงานฐานราก และงานแนวราบ อยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท แบ่งเป็นงานภาคเอกชนประมาณ 60% และงานภาครัฐประมาณ 40% หลังจากล่าสุดบริษัทฯ ได้รับการจ้างงานก่อสร้างโครงการต่างๆ เพิ่มขึ้นอีกจำนวนทั้งสิ้น 10 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 289.29 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

โดยแบ่งเป็นโครงการ ลุมพินี วิลล์, พิบูลสงคราม ริเวอร์วิว, โครงการอาคารชุดพักอาศัย ยู ดีไลท์2 แอท บางซื่อ สเตชั่น, โครงการ ลุมพินี วิลล์ แจ้งวัฒนะ - ปากเกร็ด, โครงการ ก่อสร้างอาคารเอนกประสงค์ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ถ.ราชวิถี,โครงการ ก่อสร้างอาคารสำนักงาน เจริญอักษร,

โครงการ ก่อสร้าง อาคารสำนักงานใหญ่ 3 และอาคารจอดรถ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย, โครงการ ลุมพินี คอนโดทาวน์ พัทยาเหนือ - สุขุมวิท, โครงการ New Lab Building Map Ta Phut Rayong, โครงการ อาคารเก็บสินค้าโลจิสติกส์ วัน, อาคารสำนักงาน 2 ชั้น ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี และล่าสุดโครงการ AIA - CMC ของบริษัท อเมริกัน อินเตอร์แนชชั่นแนล แอสชัวรันส์ จำกัด โดยงานดังกล่าวจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องถึงกลางปี 2556

          เขากล่าวอีกว่า สำหรับในปี 2554 คาดว่ารายได้อาจต่ำกว่าเป้าหมาย 1,000 ล้านบาทเล็กน้อย เนื่องจากผลกระทบจากน้ำท่วมทำให้การทำงานในบางโครงการต้องล่าช้าออกไป ส่วนในปี 2555 คาดว่าจะผลักดันให้รายได้เติบโตในอัตราไม่ต่ำกว่า 20% ได้สำเร็จตามปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทฯมีความพร้อมทั้งกระแสเงินสด เครื่องมือ เครื่องจักร รวมทั้งบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ สำหรับรองงานปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นได้อย่างคล่องตัวและเต็มประสิทธิภาพ