เนื้อหาวันที่ : 2011-11-29 10:32:30 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 799 views

ผลกระทบต่อธุรกิจอสังหาฯจากมหาอุทกภัยครั้งประวัติศาสตร์

ธุรกิจอสังหาฯ ชะลอตัว ผู้บริโภคเลือกซื้อที่อยู่อาศัยจากทำเลที่ตั้งและลักษณะโครงการ คาดพื้นที่น้ำท่วมราคาที่ดินร่วงกว่า 20%

          ธุรกิจอสังหาฯ ชะลอตัว ผู้บริโภคเลือกซื้อที่อยู่อาศัยจากทำเลที่ตั้งและลักษณะโครงการ คาดพื้นที่น้ำท่วมราคาที่ดินร่วงกว่า 20%

          การเกิดน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ได้ส่งผลเป็นวงกว้างต่อธุรกิจบ้านและที่ดิน ซึ่งจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับพื้นที่และปริมาณน้ำที่หลากมาในระยะสั้น โดยรวมของธุรกิจเกิดการชะลอตัว เนื่องจากผู้คนยังคงวุ่นวายอยู่กับการแก้ปัญหาน้ำท่วมและอื่นๆที่ตามมา คาดว่าอุทกภัยครังนี้จะส่งผลด้านความต้องการด้านที่อยู่อาศัยโดยลูกค้าจะเลือกและตัดสินใจซื้อโครงการโดยคำนึงถึงสองปัจจัยหลักคือ ทำเลที่ตั้ง (Location) และลักษณะโครงการ (Product Types)

ถ้ามองในมุมบวก เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าจังหวัดต่างๆ ควรมีการพิจารณาถึงการวางแผนผังเมือง และพยายามให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายในกรณีที่มีการบุกรุกพื้นที่หรือกีดขวางทางน้ำ อีกทั้งสิ่งจำเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุด คือ การที่ทางองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นต้องให้ประชาชนทราบว่าพื้นที่ใดเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วม ซึ่งผู้คนจะได้ประเมินและตัดสินใจในการเลือกทำเลที่อยู่อาศัย

          ในด้านทำเลที่ตั้งเขตกรุงเทพชั้นใน ซึ่งประกอบไปด้วย ย่านราชประสงค์ สีลม และสุขุมวิทตอนต้น จะเป็นทำเลที่มีความต้องการมากที่สุด พื้นที่แนวรถไฟฟ้าจากสถานีสะพานควายถึงสถานีปลายทางลาซาลแบริ่ง จะเห็นการเพิ่มขึ้นของโครงการคอนโดมิเนียม จากดีเวลลอปเปอร์ต่างๆ และความต้องการซื้อโดยเฉพาะทำเลที่ไม่โดนน้ำท่วม

คาดว่าในช่วงสั้นๆ ราคาที่ดินบริเวณที่มีน้ำท่วมขังจะลดลงประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ที่ดิน ที่ไม่โดนผลกระทบจะได้รับประโยชน์มากขึ้น ในส่วนของโครงการคอนโดมิเนียมแบบไฮไลท์จะได้รับความนิยมและเกิดความต้องการที่สูงขึ้น

          อุทกภัยทำให้เกิดความเสียหายในย่านที่อยู่อาศัยหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในโซนตะวันตกและโซนเหนือของกรุงเทพและปริมณฑล ซึ่งเป็นทำเลที่โครงการที่อยู่อาศัยได้มีการพัฒนาขึ้นอย่างมากกมายในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น ย่านรังสิต ลำลูกกา ย่านพุทธมณฑล แจ้งวัฒนะ รวมถึง นนทบุรี และปทุมธานี

ดังนั้นสิ่งที่เป็นนัยสำคัญจากผลกระทบ คือ การเกิดน้ำท่วม กล่าวคือ ก่อนหน้าที่จะเกิดภัยพิบัติครั้งนี้ ลูกค้าผู้ซื้อโดยส่วนใหญ่ไม่เคยคำนึงถึงปัจจัยเรื่องน้ำท่วมในการเลือกซื้อโครงการ โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มวัยทำงาน แต่นับจากวันนี้ความคิดความตระหนักจะเปลี่ยนไป ความสำคัญของปัจจัยเสี่ยงเรื่องน้ำท่วมและการที่บริษัทพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย จะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร สิ่งนี้จะมีผลต่อการตัดสินใจซื้อ

          ของลูกค้าเป็นอย่างมาก ทางด้านเศรษฐกิจ เหตุการณ์นี้ได้ส่งผลกระทบทั้งด้านรายได้และความรู้สึก อีกทั้งในระยะสั้น ต้นทุนการก่อสร้างมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นเกิดจากความต้องการวัสดุก่อสร้างอย่างมากในการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหลังน้ำท่วม

นอกจากนั้น ตลาดคอนโดมิเนียมจะมีความคึกคักจากความกลัวเรื่องน้ำท่วมในอนาคต เฉกเช่นเดียวกัน กลุ่มผู้ซื้อที่อยู่อาศัย จะตระหนักกับเรื่องระดับความสูงของอาคารที่ตั้ง ระบบการป้องกันภัยพิบัติ โดยเฉพาะด้านอุทกภัย ดังนั้นดีเวลลอปเปอร์ต้องตอบโจทย์ของปัญหาและปัจจัยเหล่านี้เมื่อมีการเปิดโครงการใหม่ ๆ

          หลังจากเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เราคาดการณ์ว่าลูกค้าที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยจะมองหาโครงการคอนโดมิเนียมที่อยู่ในทำเลที่ไม่เสี่ยงต่อน้ำท่วม จะเพิ่มความสนใจใหม่ในตลาดคอนโดมิเนียมหลังจากที่ดูเหมือนว่าที่ผ่านมาตลาดทรงตัวเพราะกลัวเรื่อง ฟองสบู่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ ประเภทบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์อาจเป็นตลาดที่เปราะบางจากน้ำท่วมคราวนี้

และต่อแต่นี้ไปความต้องการซื้อคอนโดจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ฉะนั้นดีเวลลอปเปอร์ถูกคาดหวังว่าจะมีการมุ่งพัฒนาตลาดคอนโดมิเนียมในขณะที่ต้องพยายามหาแนวทางขายโครงการที่มีอยู่ในมือโดย สร้างความมั่นใจว่าโครงการเหล่านั้นจะสามารถรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต

ในทางกลับกัน เราคาดว่าตลาดที่อยู่อาศัยประเภท บ้านหลังที่สอง หรือ บ้านพักตากอากาศ ในพื้นที่ พัทยา ชลบุรี ชะอำ หัวหิน และจังหวัดใกล้กับกรุงเทพที่ไม่โดนน้ำท่วม อาจได้รับอานิสงค์ในด้านบวกจากเหตุการณ์ครั้งนี้ คนกรุงเทพที่มีรายได้และกำลังซื้อจะมีการมองหาบ้านหลังที่สองในที่ต่างๆ โดยเฉพาะ พัทยา และหัวหิน การออกนอกเมืองกรุงเทพชั่วคราวไปยังที่ต่างๆทำให้ตลาดโรงแรมที่พักได้รับประโยชน์ ดูได้จากการที่อัตราการเข้าพักเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ในทางตรงกันข้ามอัตราการเข้าพักในกรุงเทพกลับลดลงเนื่องจากการยกเลิกการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และการที่หลายๆประเทศได้มีคำเตือนในการเดินทางมาประเทศไทย (Travel Warning for Thailand) อย่างไรก็ตามความสามารถในการกลับสู่สภาวะปกติของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยจะใช้เวลาไม่นานหลังจากมหาอุทกภัยครั้งนี้ได้ยุติลง

          ในส่วนตลาดด้านสำนักงานให้เช่าและพื้นที่เชิงพาณิชย์ อาจประสบกับผลกระทบสั้นๆ เนื่องจากผู้ประกอบการหรือบริษํท ห้างร้านต่างๆ อาจมีแรชะลอการตัดสินใจลงทุนหรือขยายธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีกในหลายพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จากน้ำท่วม ในอนาคต ผู้ค้าปลีกอาจต้องหา

          วิธีการหรือแนวทางในด้านการจัดส่งและจำหน่ายสินค้า อาจต้องพิจารณาถึง การกระจายสินค้าในเชิงภูมิศาสตร์ การจัดสร้างศูนย์กระจายสินค้าใหม่ เพื่อที่จะสามารถจัดการและลดความเสี่ยงจากผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต แต่เราก็เชื่อว่าธุรกิจค้าปลีกนี้จะสามารถกลับมาได้อย่างรวดเร็วผลกระทบจากน้ำท่วมนี้ได้ส่งผลร้ายแรงที่สุดต่อวงการอุตสาหกรรมการผลิตในหลายๆส่วน

ปัจจุบันยังคงบอกไม่ได้ว่าจะใช้เวลาอีกนานเท่าไหร่ในกระบวนการฟื้นฟู สิ่งที่ส่งผลที่รุนแรงในตอน นี้คือกระบวนการผลิตและการกระจายสินค้าที่ไม่สามารถทำได้ ขั้นตอนการฟื้นฟูจะต้องได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังจากรัฐบาล

การเตรียมความพร้อมวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการจัดการ เช่นเดียวกับผู้ประกอบการต้องร่วมมือร่วมใจในการนำธุรกิจกลับมา วิกฤตครั้งนี้ รัฐบาลต้องสร้างความมั่นใจกลับมาให้กับนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างประเทศ รัฐบาลต้องมีมาตรการอย่างชัดเจนมารองรับเหตุกาณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่อาจจะเกิดขึ้นอีกได้ ถ้าไม่เช่นนั้นประเทศไทยอาจต้องสูญเสียความน่าเชื่อถือในด้านการลงทุนจากต่างประเทศ ทั้งหมดนี้รัฐบาลต้องมีคำตอบถึงมาตรการเยียวยาและฟื้นฟูประเทศ ซึ่งจุดนี้จะส่งผลถึงภาพรวมของตลาดที่อยู่อาศัยด้วย

ข้อมูลเชิงลึกและวิเคราะห์ข้อมูล โดยทีมวิจัย เซ็นจูรี 21 ไทยแลนด์