เนื้อหาวันที่ : 2011-11-15 10:16:43 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 3734 views

FM 11 รถบรรทุกหัวลากรุ่นใหม่

วอลโว่ ทรัคส์ ส่ง FM 11 รถบรรทุกหัวลากรุ่นใหม่ลงตลาด ตอบโจทย์ ธุรกิจที่ต้องการรถหัวลากคุณภาพสูง ในราคาที่คุ้มค่า

          วอลโว่ ทรัคส์ ส่ง FM 11 รถบรรทุกหัวลากรุ่นใหม่ลงตลาด ตอบโจทย์ ธุรกิจที่ต้องการรถหัวลากคุณภาพสูง ในราคาที่คุ้มค่า

          คงรูปลักษณ์การออกแบบสวยงามทันสมัย ทนทาน และปลอดภัย เจาะกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่เน้นคุณภาพ คู่ความคุ้มค่าการลงทุน FM 11 หัวลากคุณภาพมาตรฐานสวีเดน คุ้มค่าการลงทุน

          มร. คริสตอฟ มาร์แตง ประธานกรรมการ บริษัท วอลโว่ ทรัค แอนด์ บัส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า รถบรรทุกหัวลากรุ่นใหม่ FM 11 นี้ ถูกออกแบบมาให้ตอบสนองความต้องการของนักธุรกิจ และกลุ่มเจ้าของกิจการรุ่นใหม่ที่มองหารถหัวลากคุณภาพสูง แต่ให้ความคุ้มค่าในด้านการลงทุน อีกทั้งเพื่อเป็น ทางเลือกในการตัดสินใจให้กับผู้ประกอบการธุรกิจขนส่ง ที่กำลังมองหารถบรรทุกหัวลากที่ช่วยลดต้นทุน การดำเนินงาน โดยยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะการใช้งานที่ดีเยี่ยม ทนทาน ประหยัดน้ำมัน และที่สำคัญคือความปลอดภัย ตามมาตรฐานสูงสุดของวอลโว่ ทรัคส์ จากประเทศสวีเดน

          “รถบรรทุกหัวลาก FM 11 รุ่นใหม่นี้ ดูจากภายนอกแล้วจะคล้ายกับรุ่น FM13 ซึ่งได้รับการ ออกแบบให้มีความสวยงามและลงตัว ให้ความรู้สึกถึงความทันสมัย อันถือเป็นมรดกทางสายพันธุ์ในตระกูล FM” มร.มาร์แตงกล่าว

          FM 11 มาพร้อมขุมพลังขนาด 11 ลิตร 6 สูบแถวเรียง พร้อมเทอร์โบ และอินเตอร์คูลเลอร์ ให้แรงบิดสูงสุด 1,770 นิวตันเมตรที่ 1,000-1,400 รอบ/นาที ให้กำลัง 370 แรงม้าที่ 1,600-1,900 รอบ/วินาที หัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงแรงดันสูง Unit Injector ควบคุมด้วยระบบอิเลคทรอนิคส์ ออกแบบให้เน้นที่ประสิทธิภาพและสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม และสามารถรักษา ระดับคงที่เป็นช่วงกว้างเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการประหยัด น้ำมัน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานขนส่งสินค้าที่วิ่งบนทางธรรมดาทั่วไป ภายใต้มาตรฐาน Euro 3

          “เครื่องยนต์ของ FM 11 เป็นเครื่องยนต์ที่เราออกแบบมาเพื่อเน้นความประหยัดสูงสุดสำหรับ งานขนส่งที่หลากหลาย แต่ยังคงไว้ซึ่งเรื่องของสมรรถนะการขับขี่ และการทำงานที่สอดประสานกับระบบส่งกำลัง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางทีมวิศวกรของวอลโว่ ทรัคส์ ไม่เคยมองข้าม ดังนั้น FM 11 จึงเป็นรถ บรรทุกหัวลากที่เราภาคภูมิใจมากอีกรุ่นหนึ่ง” มร. มาร์แตง กล่าวเสริม

          "ระบบ Unit Injector ในเครื่องยนต์ของ FM 11 นั้น ให้แรงดันในการฉีดน้ำมันสูงสุดกว่า 2,000 บาร์ ทำให้การเผาไหม้เชื้อเพลิงเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ ส่งผลให้ประหยัดน้ำมันสูงสุดด้วยเช่นกัน"

          ระบบส่งกำลังของ FM 11 นั้นเป็นแบบเกียร์ธรรมดา 9 สปีด ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องของการใช้งานง่าย คันเกียร์ไร้การสั่นสะเทือนเพราะใช้ระบบการทำงานด้วยสายเคเบิ้ล ให้แรงบิดสูงสุดถึง 2000 นิวตันเมตร พร้อมด้วย "เกียร์คลาน" เพื่อช่วยให้การออกตัวในขณะที่มีน้ำหนักบรรทุกเต็มพิกัด เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

          เพลาท้ายที่ให้แรงเสียดทานต่ำ ให้แรงขับเคลื่อนสูงทำจากเหล็กหล่อพิเศษไม่ต้องบำรุงรักษาลูกปืน ล้อ มีระบบดิฟเฟอเรนเชียลล็อค (Differential Lock System) เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน มีอัตราทดเฟืองท้าย ให้เลือกหลากหลาย พร้อมระบบรองรับน้ำหนักด้านหน้าเป็นแหนบแบบพาราโบลิค 2 แผ่น และด้านหลังเป็นแหนบ แบบหลายแผ่นอัดซ้อนกัน

          สำหรับระบบเบรกล้อ เป็นดรัมเบรคแบบ Z-Cam Drum Brake ทำงานด้วยลม และยังมีระบบ ช่วยเบรค Volvo Engine Brake (VEB) และ Exhaust Pressure Governor (EPG) เบรคเครื่องยนต์ เอกสิทธิ์ ของวอลโว่ โดยระบบจะทำงานประสานกันระหว่างเบรคกำลังอัดที่เครื่องยนต์ และเบรคไอเสียในช่วงรอบที่เครื่อง ยนต์ทำงาน ส่งผลให้ FM 11 สามารถสร้างกำลังเบรคอันทรงประสิทธิภาพอย่างมาก

          โครงสร้างแชสซีส์แบบเฟรมทำจากเหล็กคุณภาพสูงทนความเค้นสูง และมีความยืดหยุ่นซึ่งสามารถ รับแรงบิดได้ดีเป็นพิเศษ สามารถให้ตัวได้ดี FM 11 จึงทรงตัวได้อย่างยอดเยี่ยม และให้ความนิ่มนวลในทุกสภาพ การขับขี่ ต่อต้านการเกิดสนิมได้ดีมีอายุการใช้งานที่ยาวนานคุ้มค่า

          FM 11 มี (Day Cab) สำหรับพักผ่อนเมื่อต้องเดินทางข้ามคืน มีที่นอนสำหรับหนึ่งท่าน โครงสร้างถูกออกแบบ และตรวจสอบความแข็งแรง ทนทานด้วยเทคโนโลยีล้ำหน้าจากคอมพิวเตอร์ ผ่านการ ทดสอบการชนและการกระแทกของหัวเก๋งจริง จนได้รับการรับรองความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือมากที่สุด ในโลกของสวีเดน

          ห้องโดยสาร ถูกออกแบบเพื่อการขับขี่ที่เป็นไปตามหลักสรีระศาสตร์ (Ergonomic) พวงมาลัยแบบ 4 ก้าน ปรับระดับได้อิสระจับกระชับมือ เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ อีกทั้งตำแหน่งในการติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ยังถูกออกแบบเป็นพิเศษ เพื่อความสะดวกและทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ดีเยี่ยม เบาะนั่งคนขับมีระบบลมปรับระดับได้ ตามน้ำหนักคนขับ ลดการเมื่อยล้าจากการขับขี่ที่ยาวนาน ซึ่งจะช่วยเพิ่มระดับความปลอดภัยในการขับขี่