เนื้อหาวันที่ : 2011-11-06 13:37:34 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 667 views

จับตาน้ำท่วมกระทบตลาดอาคารสำนักงานกรุงเทพฯ

ตึกสำนักงานย่านวิภาวดีรังสิตและพหลโยธินได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแล้ว โจนส์ แลง ลาซาลล์ ชี้ยังต้องจับตาสถานการณ์ต่อ รับยังประเมินผลกระทบต่อตลาดอาคารสำนักงานกรุงเทพฯไม่ได้

          ตึกสำนักงานย่านวิภาวดีรังสิตและพหลโยธินได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแล้ว โจนส์ แลง ลาซาลล์ ชี้ยังต้องจับตาสถานการณ์ต่อ รับยังประเมินผลกระทบต่อตลาดอาคารสำนักงานกรุงเทพฯไม่ได้

          ในขณะนี้ มีตึกสำนักงานที่เป็นอาคารสูงรวมเกือบ 30 อาคารที่ได้รับผลกระทบแล้วจากภาวะน้ำท่วมในย่านวิภาวดีรังสิตและพหลโยธิน แต่โดยภาพรวม ผลกระทบที่เกิดขึ้นยังถือได้ว่าอยู่ในวงจำกัด และยังอาจจะเร็วเกินไปที่จะบอกได้ว่าตลาดอาคารสำนักงานโดยรวมของกรุงเทพฯ จะได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด เนื่องจากภาวะน้ำท่วมยังคงขยายตัวออกไปเรื่อยๆ ตามการรายงานจากบริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ โจนส์ แลง ลาซาลล์

          นางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “อาคารสำนักงานส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ ตั้งอยู่ในเขตธุรกิจชั้นในซึ่งน้ำยังไม่เข้าท่วมในขณะนี้ นอกจากนี้ สัญญาเช่าพื้นที่สำนักงานโดยทั่วไปมีอายุ 3 ปี ซึ่งผูกมัดให้ผู้เช่าไม่สามารถบอกเลิกการเช่าก่อนสัญญาหมดอายุได้แม้อาคารจะถูกน้ำท่วม”

          “ณ ขณะนี้ เราไม่อาจสรุปได้ในขณะนี้ว่า ตลาดอาคารสำนักงานโดยรวมของกรุงเทพฯ จะได้รับผลกระทบเพียงใด เนื่องจากภาวะน้ำท่วมยังคงรุกคืบเข้ากินพื้นที่ของกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

          แต่ในเบื้องต้น ผลกระทบที่เราสังเกตได้คือ การที่บริษัทต่างๆ ได้ชะลอการตัดสินใจใดๆ เกี่ยวกับการเช่าพื้นที่สำนักงานในขณะนี้ เพราะกำลังเฝ้ารอดูว่า ธุรกิจของตนจะได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมหรือไม่ มากน้อยเพียงใด แต่เชื่อว่า สถานการณ์เช่นนี้จะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวและคาดว่ากิจกรรมการเช่าสำนักงานจะฟื้นตัวทันที่วิกฤติการณ์น้ำท่วมผ่านพ้นไป”

บริษัทผู้เช่าเร่งหาออฟฟิศชั่วคราว
          สถานการณ์น้ำท่วมที่กินวงกว้างในเขตกรุงเทพฯ ตอนบน ได้ทำให้บริษัทผู้เช่าพื้นที่ในอาคารสำนักงานในบริเวณที่ถูกน้ำท่วมจนเกิดอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ ต้องการออฟฟิศให้เช่าเพื่อใช้เป็นที่ทำการชั่วคราวในเขตธุรกิจชั้นในของกรุงเทพฯ ที่มีความเสี่ยงต่อสถานการณ์น้ำท่วมน้อยกว่า

          นางสาวยุพา เสถียรภาพอยุทธ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการธุรกิจอาคารสำนักงาน โจนส์ แลง ลาซาลล์ กล่าวว่า “ในระยะนี้ เราได้รับการติดต่อสอบถามจากบริษัทจำนวนมากที่ต้องการเช่าสำนักงานชั่วคราวในเขตธุรกิจชั้นในของกรุงเทพฯ โดยเป็นบริษัทที่มีออฟฟิศอยู่ในอาคารสำนักงานในบริเวณทั้งที่ถูกน้ำท่วมแล้วและที่มีความเสี่ยงสูงว่ากำลังจะถูกน้ำท่วม”

          บริษัทเหล่านี้ส่วนใหญ่ต้องการสำนักงานชั่วคราวขนาดพื้นที่ระหว่าง 50 ถึง 300 ตารางเมตร มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมทั้งหมดหรือบางส่วน ที่พร้อมให้เข้าใช้พื้นที่ได้ในทันที สำหรับช่วง 1-2 เดือน ทั้งนี้ มีอาคารสำนักงานหลายอาคารในกรุงเทพฯ ที่พร้อมตอบสนองความต้องการระยะสั้นนี้ได้ เนื่องจากหลายอาคารยังมีพื้นที่สำนักงานว่างส่วนหนึ่งหลังจากที่ผู้เช่ารายเดิมเพิ่งย้ายออกและยังไม่ได้มีการรื้อถอนระบบอำนวยความสะดวกทั้งหมดออก โดยบางออฟฟิศยังคงมีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน เช่น โต๊ะทำงาน เก้าอี สายโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ต

          “ค่าเช่ามีหลายอัตราแตกต่างกันไปแล้วแต่อาคาร แต่โดยรวมแล้ว ค่าเช่าสำนักงานชั่วคราวจะมีอัตราสูงกว่าค่าเช่าสำหรับสัญญาการเช่าระยะยาวราว 20% ทั้งนี้ มีเจ้าของอาคารบางรายที่เสนอค่าเช่าที่ไม่สูงเพื่อเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วม”

          “นอกจากนี้ เรายังพบด้วยว่า มีบริษัทขนาดใหญ่บางรายที่ต้องการเช่าสำนักงานชั่วคราวนอกกรุงเทพฯ ตามแผนสำรองสำหรับการดำเนินธุรกิจในสถานการณ์ฉุกเฉินของบริษัท โดยส่วนใหญ่มองหาที่ตั้งสำนักงานชั่วคราวในแถบพัทยา ศรีราชา และแหลมฉบัง” นางสาวยุพากล่าว

แนวโน้ม
          จากการที่นิคมอุตสาหกรรมสำคัญๆ ในประเทศไทยได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วม คาดว่าจะมีผลต่อตลาดอาคารสำนักงานของกรุงเทพฯ ด้วยในระยะต่อไป โดยนางสุพินท์อธิบายว่า มีบริษัทผู้ประกอบการหลายรายที่ใช้โรงงานของตนในนิคมอุตสาหกรรมเป็นสำนักงานไปด้วยในตัว จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้มีแนวโน้มว่าบริษัทหรือผู้ประกอบการเหล่านี้บางส่วน อาจจะแยกสำนักงานออกมาตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ เพื่อเป็นการบริหารความเสี่ยงเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจ

          “ส่วนในภาพกว้าง เมื่อเร็วๆ ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ลดประมาณการณ์ตัวเลขการขยายตัวจีดีพีของไทยลงจาก 4.1% เหลือ 2.6% ในขณะที่อุปสงค์หรือความต้องการในตลาดอสังหาริมทรัพย์เกือบทุกประเภทจะขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจโดยรวมเป็นสำคัญ ดังนั้น คาดว่า อุปสงค์ในตลาดอสังหาริมทรัพย์จะได้รับผลกระทบตามไปด้วย ทั้งนี้ เพื่อจำกัดผลกระทบที่เกิดขึ้น รัฐบาลจำเป็นจะต้องมีแผนการฟื้นฟูที่เหมาะสมซึ่งจะช่วยเรียกความเชื่อมั่นให้กลับมา” นางสุพินท์สรุป