เนื้อหาวันที่ : 2011-10-07 18:33:43 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1198 views

เศรษฐกิจไทยอ่วม พิษน้ำท่วม เศรษฐกิจโลก คาดปี 54 โตแค่ 4%

ม.หอการค้า ชี้น้ำท่วมทำเศรษฐกิจพังยับ เสียหายกว่า 1.3 แสนล้านบาท โรงงานผวาปิดหนีน้ำเกือบ 200 บริษัทจี้รัฐเร่งหาทางคลี่คลายสถานการณ์ สศค. คาดเศรษฐกิจปี 54 โตแค่ 4% เชื่อปีหน้าขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ 4.5%

ม.หอการค้า ชี้น้ำท่วมทำเศรษฐกิจพังยับ เสียหายกว่า 1.3 แสนล้านบาท  โรงงานผวาปิดหนีน้ำเกือบ 200 บริษัทจี้รัฐเร่งหาทางคลี่คลายสถานการณ์ สศค. คาดเศรษฐกิจปี 54 โตแค่ 4% เชื่อปีหน้าขยายตัวเพิ่มขึ้นที่ 4.5%

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง คาดเศรษฐกิจไทยปี 54 ขยายตัวต่ำกว่าคาดหลังเผชิญปัญหาปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน ความเสียหายจากอุทกภัยที่ส่งผลกระทบต่อทั้งภาคเกษตรและอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังต้องเสี่ยงกับความเปราะบางของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะวิกฤตหนี้ในสหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา รวมถึงการฟื้นตัวอย่างล่าช้าของเศรษฐกิจญี่ปุ่น ส่งผลให้ สศค. คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2554 จะขยายตัวได้เพียงร้อยละ 4.0  และจะกลับขยายตัวได้เพิ่มขึ้นในปี 2555 ที่ร้อยละ 4.5 จากสถานการณ์ความเปราะบางของเศรษฐกิจโลก และปัญหาน้ำที่คาดว่าจะคลี่คลายลง ผนวกกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ของภาครัฐที่จะเริ่มดำเนินการในปีงบประมาณ 2555 จะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญ

นายธนวรรธน์  พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยตัวเลขความเสียหายจากปัญหาอุทกภัยปี 54 คาดการณ์ว่าหากน้ำท่วมเกินกว่า 1 เดือนจะสร้างความเสียหายกว่า 30,000 ล้านบาท เมื่อรวมกับผลกระทบต่อภาคธุรกิจท่องเที่ยว ที่มีมูลค่าความเสียหาย 50,000 – 70,000 ล้านบาท โดยนับตั้งแต่เดือน ก.ค.-ต.ค. ที่มีปัญหาน้ำท่วมจากพายุโซนร้อนนกเตน สร้างความเสียหายแล้วกว่า 104,027 ล้านบาท กระทบจีดีพี 0.8-1.0% และเมื่อรวมกับน้ำท่วมภาคใต้เดือนมี.ค.-พ.ค. อีก 26,075 ล้านบาทจะกระทบต่อจีดีพี 0.2-0.3% เท่ากับมีความเสียหายแล้ว 130,102 ล้านบาท

ด้านผลกระทบจากอุทกภัยต่อภาคอุตสาหกรรม กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ยอมรับเริ่มได้รับผลกระทบบ้างแล้ว จากกรณีน้ำทะลักเข้าท่วมนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร จ.พระนครศรีอยุธยา ส่งผลกระทบต่อโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ราว 5-6 บริษัท หรือคิดเป็น 10% ของผู้ผลิตชิ้นส่วนทั้งระบบ ต้องปิดดำเนินการประมาณ 1 สัปดาห์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงงานชิ้นส่วนยานยนต์ที่ส่งป้อนให้ค่ายรถยนต์โตโยต้าและฮอนด้า  โดยเฉพาะฮอนด้ายอดการผลิตรถยนต์ต้องหายไปกว่า 5,000 คัน ส่วนค่ายรถยนต์อื่น ๆ อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าจะได้รับผลกระทบหรือไม่

ทั้งนี้ผู้ประกอบการต้องการเรียกร้องให้ภาครัฐช่วยเร่งดูแลระบบระบายน้ำเพื่อคลี่คลายสถานการณ์โดยเร็ว เพราะกังวลว่าหากสถานการณ์ลุกลามไปถึงโรงงานฝั่งนวนครและเขตประกอบการนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานประกอบรถยนต์จำนวนมาก อาจทำให้สถานการณ์อุตสาหกรรมยานยนต์เข้าขั้นวิกฤตเพราะต้องระงับการผลิตทันที

นายปลอดประสพ  สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยในรายการ “เรื่องเล่าเช้านี้” ทางช่อง 3 ว่าในการหารือกับ 5 หน่วยงานที่รับผิดชอบได้มีการตัดสินใจปล่อยให้ถนนสายเอเชียช่วงระหว่างกิโลเมตร 11-21 จมน้ำโดยไม่มีการระบายเข้าสู่เขตรังสิตและกรุงเทพฯ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้าท่วมถึงนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่รังสิต ซึ่งโรงงานส่วนใหญ่ผลิตชิ้นส่วน ป้อนให้กับโรงงานหลักในมาบตาพุด เกรงว่าจะสร้างความเสียหายหนักกว่าเดิม เพราะจะกระทบถึงโรงงานในมาบตาพุด ที่เป็นแหล่งผลิตใหญ่  โดยได้รายงานนายกรัฐมนตรีรับทราบและเห็นชอบแล้ว

สำหรับการช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบ นายแพทย์วรรรัตน์  ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม  เปิดเผยว่า สำหรับ 49 โรงงานในนิคมฯ สหรัตนนครที่ได้รับความเสียหาย จากการสอบถามพบว่าได้ทำประกันวินาศภัยไว้แล้ว ส่วนโรงงานอื่น ๆ ที่นอกเหนือนิคมอุตสาหกรมประมาณ 120 แห่งไม่มีการทำประกันภัยไว้ กระทรวงอุตสาหกรรมก็จะเข้าไปช่วยเหลือตามมติครม. คือ ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ 6% ผ่านธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

โดยรัฐบาลจะชดเชยส่วนต่างให้ 2% กู้ได้ไม่เกินรายละ 1 ล้านบาท ระยะเวลาผ่อนชำระ 6 ปี 2 ปีแรกดอกเบี้ย 0% เพื่อนำเงินไปซ่อมแซมโรงงานที่ได้รับความเสียหายหลังจากน้ำลด พร้อมกันนี้จะยกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมรายปี และค่าธรรมเนียมการต่อใบอนุญาตโรงงาน 5 ปี ส่วนโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องปิดชั่วคราวนั้น ยืนยันว่า จะเร่งหามาตรการเข้าไปช่วยเหลือ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการปลดคนงาน

ด้านเอกชนเสนอรัฐบาลตั้งศูนย์ช่วยเหลือเอสเอ็มอีเพื่อเป็นศูนย์กลางให้ความช่วยเหลือธุรกิจรายย่อย รวมถึงให้ภาครัฐมีมาตรการเสริมเพื่อผัดผ่อนการชำระหนี้ และหาแหล่งเงินทุนสำหรับฟื้นฟูธุรกิจให้