เนื้อหาวันที่ : 2011-09-24 23:34:26 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1327 views

กกพ.เผยสรรหาคณะกรรมการกองทุนพัฒนาไฟฟ้าคืบกว่า 60%

กกพ. แจ้งความคืบหน้าการสรรหาผู้แทนภาคประชาชนในคณะกรรมการกองทุนพัฒนาไฟฟ้าที่แล้วเสร็จกว่า60% พร้อมจัดสรรเงินเพื่อพัฒนาชุมชนรอบโรงไฟฟ้าภายในปีนี้

          กกพ. แจ้งความคืบหน้าการสรรหาผู้แทนภาคประชาชนในคณะกรรมการกองทุนพัฒนาไฟฟ้าที่แล้วเสร็จกว่า60% พร้อมจัดสรรเงินเพื่อพัฒนาชุมชนรอบโรงไฟฟ้าภายในปีนี้

          ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.ดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เปิดเผยว่า “ ขณะนี้ กองทุนพัฒนาไฟฟ้าได้มีความคืบหน้าในการสรรหาคณะกรรมการกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศทั่วประเทศ ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2554 ที่ผ่านมา โดยให้มีการประชาคมหมู่บ้านคัดเลือกผู้แทนหมู่บ้านละ 1 คน เพื่อมาประชุมคัดเลือกกันเองเป็นผู้แทนระดับตำบลเข้าร่วมเป็น คพรฟ. ภาคประชาชน

ซึ่งขณะนี้ได้มีความคืบหน้าในการสรรหาผู้แทนภาคประชาชนในกองทุนประเภท ก และ ข จำนวน 38 กองทุน โดยมีการจัดเวทีประชาคมหมู่บ้านหรือชุมชนแล้วเสร็จจำนวนกว่า 2,062 แห่ง จากทั้งหมด 3,366 แห่ง หรือคิดเป็นกว่าร้อยละ 61 และได้มีการจัดประชุมเพื่อคัดเลือกตัวแทนระดับตำบลแล้วเสร็จกว่า 178 ตำบล จากทั้งหมด 306 ตำบล หรือคิดเป็นกว่าร้อยละ 58

ทั้งนี้ มีกองทุนพัฒนาไฟฟ้าประเภท ก ที่ได้มีการสรรหาผู้แทนตำบลแล้วเสร็จจำนวน 5 กองทุนจากทั้งหมด 10 กองทุน ได้แก่ กองทุนฯ โรงไฟฟ้าแม่เมาะ จังหวัดลำปาง กองทุนฯ จังหวัดสระบุรี 1 กองทุนฯ จังหวัดราชบุรี กองทุนฯ โรงไฟฟ้าจะนะ จังหวัดสงขลา และกองทุนฯ จังหวัดนครศรีธรรมราช 1 ที่ กกพ. ได้มาเยี่ยมชมการประชุมระดับตำบลในวันนี้ด้วย ซึ่ง กกพ. คาดว่าจะสามารถแต่งตั้ง คพรฟ. และจัดสรรเงินให้กองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศเพื่อพัฒนาชุมชนได้ภายในปี 2554 นี้”

          นายดิเรก กล่าวว่า “กองทุนพัฒนาไฟฟ้า เริ่มมีเงินนำส่งเข้ากองทุนตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม 2554 เป็นต้นมา ซึ่งขณะนี้มีเงินทุนสำหรับใช้ในการพัฒนาหรือฟื้นฟูท้องถิ่นรอบโรงไฟฟ้าแล้วจำนวนประมาณ 1,352 ล้านบาท (ณ วันที่ 5 กันยายน 2554) ที่มาจากเงินที่ผู้รับใบอนุญาตผลิตไฟฟ้านำส่งเงินเข้ากองทุนสำหรับการผลิตพลังงานไฟฟ้าเดือนมกราคม 2554 เป็นต้น และเงินบริจาคจากกองทุนพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าเดิม

ทั้งนี้ ผู้รับใบอนุญาตผลิตไฟฟ้าจะนำภาระเงินกองทุนฯ มาเป็นส่วนหนึ่งของค่าไฟฟ้า ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่าเงินทุนที่ใช้ในการพัฒนาชุมชนรอบโรงไฟฟ้า ก็มาจากเงินค่าไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้าทุกคนนั่นเอง

          สำหรับการสรรหา คพรฟ. และ คพรต. นั้น สกพ. ได้ขอความร่วมมือกับนายอำเภอในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าในการดำเนินการสรรหาผู้แทนภาคประชาชน กองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศ จะแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ กองทุนประเภท ก ซึ่งได้รับเงินมากกว่า 50 ล้านบาทต่อปีขึ้นไป

จะมีคณะกรรมการในพื้นที่ 2 ชุด คือคณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า (คพรฟ.) จำนวน 15-35 คน ประกอบด้วยผู้แทนภาคประชาชนไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ และผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกิน 1 ใน 3 และคณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าตำบล (คพรต.) ไม่น้อยกว่า 7 คน ซึ่งมีผู้แทนภาคประชาชนไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 เช่นเดียวกัน

สำหรับกองทุนประเภท ข ซึ่งได้รับการจัดสรรเงินมากกว่า 1 ล้านบาทแต่ไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อปี จะมีการสรรหา คพรฟ. และสำหรับกองทุนประเภท ค ซึ่งเป็นกองทุนขนาดเล็กได้รับการจัดสรรเงินไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อปี จะมีตัวแทนเทศบาลหรือ อบต. ไม่เกิน 3 คน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนรอบโรงไฟฟ้ามีส่วนร่วมในการบริหารงานกองทุนฯ ให้สอดคล้องกับการพัฒนาชุมชนให้เกิดประโยชน์กับชุมชนอย่างแท้จริง

          นอกจากนี้ นายดิเรก ได้กล่าวว่า “ คพรฟ. จะมีบทบาทและหน้าที่ในการพิจารณาอนุมัติโครงการชุมชนที่มาจากการประชาคมหมู่บ้านในพื้นที่ของตน รวมทั้งจัดทำแผนยุทธศาสตร์ และแผนงานประจำปีเพื่อใช้ในการพัฒนาและฟื้นฟูท้องถิ่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดให้ความเห็นชอบและนำเสนอ กกพ. เพื่ออนุมัติในการนำเงินกองทุนไปใช้ให้บรรลุเป้าหมายตามความจำเป็นและความต้องการที่แท้จริงของชุมชนต่อไป

ซึ่งหลังจากที่ประชาชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าได้มีส่วนร่วมในการคัดเลือกตัวแทนไปบริหารเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าแล้ว ทุกคนรอบโรงไฟฟ้ายังสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนไปกับกองทุนพัฒนาไฟฟ้าโดยนำเสนอโครงการชุมชนผ่านเวทีประชาคมหมู่บ้านหรือตำบลที่ คพรฟ. จะจัดให้มีขึ้นรวมถึงการติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานของ คพรฟ. และการใช้จ่ายเงินกองทุนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์ต่อชุมชนของตนได้อีกด้วย” นายดิเรกกล่าวทิ้งท้าย