เนื้อหาวันที่ : 2011-09-19 09:34:21 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 897 views

เจรจา FTA ไทย-อินเดียฉลุยเตรียมลดภาษีอีกหลายรายการ

คณะผู้แทนไทยเยือนอินเดีย ลุยเจรจาการค้าสองประเทศคาดไทยได้ประโยชน์ส่งออกสินค้าเพิ่มอีกกว่า 900 รายการ

สำนักข่าวไทย เปิดเผย คณะผู้แทนไทยเยือนอินเดีย ลุยเจรจาการค้าสองประเทศคาดไทยได้ประโยชน์ส่งออกสินค้าเพิ่มอีกกว่า 900 รายการ

นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้นำคณะผู้แทนไทยเดินทางเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการเจรจาการค้าไทย-อินเดีย (Thailand-India Trade Negotiating Committee) ครั้งที่ 21 และการประชุมคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง ณ กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย 

เพื่อเจรจาเปิดเสรีการค้าสินค้า การค้าบริการ การลงทุน และการจัดทำความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับอินเดีย ซึ่งคาดว่าไทยจะได้ประโยชน์เพิ่มเติมในส่วนของสินค้าที่มีการจัดทำกฎเฉพาะรายสินค้า (Product Specific Rules) อีกอย่างน้อยจำนวน 900 รายการ และจะช่วยให้สินค้าของไทยผ่านหลักเกณฑ์การพิจารณาถิ่นกำเนิด

ทำให้สามารถส่งออกไปอินเดียโดยได้รับสิทธิพิเศษทางภาษี รวมไปถึงการจัดทำความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่จะครอบคลุมสาขาที่ทั้ง 2 ฝ่ายจะได้ประโยชน์ร่วมกัน ทั้งเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การก่อสร้าง การท่องเที่ยว การพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs เป็นต้น 
    
ทั้งนี้ การเจรจาในกรอบการค้าเสรีไทย-อินเดีย เริ่มมาตั้งแต่ปี 2547 มีการเปิดเสรีสินค้ากลุ่ม Early Harvest Scheme (EHS) จำนวน 82 รายการเท่านั้น ที่ทั้ง 2 ฝ่ายได้ยกเลิกภาษีระหว่างกันไปตั้งแต่เดือน ก.ย. 2549 โดยการเจรจาได้เว้นช่วงไป 2 ปี เนื่องจากอินเดียต้องการผลักดันให้การเปิดเสรีสินค้าในกรอบ FTA อาเซียน-อินเดีย บรรลุผลสำเร็จก่อน ไทยและอินเดียได้กลับมาเริ่มเจรจาในกรอบทวิภาคีระหว่างกันตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2553

โดยตกลงร่วมกันว่าหลักเกณฑ์การเปิดเสรีการค้าสินค้า ต้องดีกว่าในกรอบ FTA อาเซียน-อินเดีย ทั้งในเรื่องของจำนวนรายการสินค้าที่จะนำมาเปิดตลาด และระยะเวลาการลด/ยกเลิกภาษี ที่เร็วขึ้นกว่า FTA อาเซียน-อินเดีย ซึ่งสอดคล้องกับความตั้งใจของไทยที่ต้องการเป็นหุ้นส่วนระดับยุทธศาสตร์กับอินเดีย

นอกจากนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายยังได้ตกลงจัดทำพิธีสารฉบับที่ 2 เพื่อแก้ไขกรอบความตกลงฯ ให้รองรับระเบียบพิธีปฏิบัติเรื่องการซื้อขายผ่านประเทศที่ 3  (Third Country Invoicing) โดยไทยอยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบ เพื่อประโยชน์ต่อผู้ประกอบการทั้ง 2 ฝ่ายในการซื้อขายสินค้า EHS 82 รายการ
   
อย่างไรก็ตาม อินเดียเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญอันดับ 1 ของไทยในเอเชียใต้ โดยเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับที่ 17 และเป็นตลาดส่งออกสำคัญอันดับที่ 11 ของไทยในตลาดโลก อินเดียมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภูมิภาค และยังเป็นประตูการค้าของไทยสู่ประเทศอื่น ๆ ทั้งเนปาล ภูฏาน ศรีลังกา และบังกลาเทศ ที่ยังคงพึ่งพาการค้ากับอินเดียอยู่มาก

ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2554 การค้า 2 ฝ่ายมีมูลค่า 4,161.67 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 29.07 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ไทยส่งออกไปอินเดียมูลค่า 2,621.64 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 23.10 และไทยนำเข้าจากอินเดียมูลค่า 1,540.04 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 40.7 เป็นต้น