เนื้อหาวันที่ : 2011-09-14 11:14:23 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1173 views

เอปสัน เกาะกระแสเศรษฐกิจโต รุกเจาะตลาดทุกองค์กร

เอปสัน ประเทศไทย เปิดแผนรุกตลาดหลายอุตสาหกรรม รับกระแสเศรษฐกิจขยายตัว มั่นใจแบรนด์แข็งแกร่งเติบโตระยะยาว

เอปสัน ประเทศไทย เปิดแผนรุกตลาดหลายอุตสาหกรรม รับกระแสเศรษฐกิจขยายตัว มั่นใจแบรนด์แข็งแกร่งเติบโตระยะยาว

เอปสัน ประเทศไทย ตอบรับกระแสภาวะเศรษฐกิจของไทยขยายตัวต่อเนื่อง ส่งสินค้ากลุ่มธุรกิจรุกตลาดในหลายอุตสาหกรรม พร้อมวางกลยุทธ์ทางการขายและการตลาด สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าองค์กร ทั้งรัฐและเอกชน ต่อสินค้า บริการ และแบรนด์ของเอปสัน เพื่อการเติบโตในระยะยาว

มร.เออิจิ คาโตะ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เศรษฐกิจของไทยในช่วงไตรมาสสองที่ผ่านมามีการขยายตัวขึ้นจากไตรมาสแรกของปี เห็นได้จากความต้องการอุปโภคบริโภคสินค้าของประชาชน และการลงทุนของภาครัฐและเอกชนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงความมั่นใจของตลาดโดยรวมต่ออนาคตของเศรษฐกิจของไทย และคาดว่าในไตรมาส 3 ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมจะยังมีแนวโน้มขยายตัวเช่นนี้ต่อไป นี่เป็นโอกาสสำคัญของเอปสัน ในการขยายธุรกิจและฐานลูกค้าใหม่ๆ สำหรับสินค้าในกลุ่มธุรกิจ

“สินค้ากลุ่มธุรกิจของเอปสันประสบความสำเร็จอย่างน่าพอใจในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นดอทเมตริกซ์ พรินเตอร์ พรินเตอร์พาสบุ๊ค ทีเอ็มพรินเตอร์ ที่เอปสันเป็นเจ้าตลาดอยู่ในขณะนี้ รวมถึงเลเซอร์ พรินเตอร์ ที่บริษัทฯ มีแผนที่จะเปิดตัวให้กว้างยิ่งขึ้น หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการขายในลักษณะที่เป็นโปรเจ็ค สำหรับองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่มาแล้ว โดยตั้งเป้ายอดรายได้ของปี 2554 ไว้ที่ 2,500 ล้านบาท และเป้ายอดรายได้ของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มธุรกิจ 650 ล้านบาท โดยดอทเมตริกซ์ พรินเตอร์ โตขึ้นอีก 105% ส่วนทีเอ็มพรินเตอร์โต 140%”

“ในเวลาที่ตลาดมีความมั่นใจเช่นนี้ สิ่งที่เอปสันต้องทำคือการตอกย้ำความมั่นใจในการลงทุนของลูกค้า ว่าลูกค้าได้ตัดสินใจถูกแล้วที่เลือกผลิตภัณฑ์เอปสัน บริษัทฯ มีพรินเตอร์หลากหลายประเภท เพื่อรองรับงานต่างๆ ภายในองค์กร ด้วยเทคโนโลยีชั้นเยี่ยม ที่สามารถมอบความคุ้มค่า ความประหยัด รวมถึงงานบริการที่เหนือคู่แข่ง ซึ่งความมั่นใจในทุกๆ ด้านของลูกค้าคือปัจจัยสำคัญในการเติบโตทางธุรกิจในระยะยาวของเอปสัน” มร.คาโตะ สรุป

นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา กลุ่มสินค้าธุรกิจของเอปสัน เป็นกลุ่มที่มีการเติบโตมากที่สุด คือมากกว่า 25% ซึ่งบริษัทฯ มั่นใจว่าปัจจัยที่ทำให้ลูกค้าทั้งรัฐและเอกชนเลือกใช้สินค้าเอปสันมากขึ้นนั้น เป็นเพราะความมั่นใจในคุณค่าที่ลูกค้าจะได้รับในทันทีที่เลือกใช้  แบรนด์เอปสัน ลูกค้าองค์กรหรือสถาบันไม่ได้มองที่ราคาสินค้าเพียงอย่างเดียว

แต่มองที่ความคุ้มค่าในระยะยาวและในทุกด้าน ทั้งความประหยัดต้นทุนในการลงทุน ประหยัดค่าไฟ ความปลอดภัยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บริการหลังการซื้อ รวมไปถึงแบรนด์สินค้านั้นต้องมีความเคลื่อนไหวในตลาดอยู่เสมอ มีการเพิ่มสินค้าใหม่ๆ เข้าสู่ตลาด เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าที่กำลังตัดสินใจลงทุนเพิ่ม หรือกำลังจะเปลี่ยนหรืออัพเกรดเครื่องที่กำลังใช้อยู่

นายยรรยง ให้รายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าในกลุ่มธุรกิจของเอปสันว่า “ดอทเมตริกซ์ พรินเตอร์ ซึ่งปัจจุบัน เอปสันครองส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 85% มียอดขายเพิ่มขึ้นอันเป็นผลมาจากการลงทุนเพิ่มขึ้นของหน่วยงานราชการ ในปีนี้ เอปสันยังคงเน้นลูกค้าในกลุ่มราชการที่ต้องการขยายตัวและอัพเกรดระบบการทำงานในสำนักงาน ทั้งยังได้เปิดตัวสินค้าใหม่ LQ-50 ที่ใช้ได้ทั้งกระดาษต่อเนื่องและกระดาษม้วน สามารถพิมพ์ใบเสร็จ ขนาด 4-6 นิ้ว สำหรับตอบสนองความต้องการของกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กถึงกลาง และร้านค้าปลีกอีกด้วย”

“ส่วนพรินเตอร์พาสบุ๊ค เป็นสินค้าที่มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด เป็นที่นิยมในกลุ่มสถาบันการเงินและธนาคาร สำหรับสินค้ารุ่นใหม่ เป็นรุ่นที่มีฟังก์ชั่นครบครัน เพื่อรองรับตลาดนี้มากยิ่งขึ้น และบริษัทฯ มีแผนที่จะเจาะกลุ่มลูกค้าหน่วยงานราชการด้วยเช่นกัน อย่าง เครื่อง PLQ-22CSM ที่เป็นเครื่องมัลติฟังก์ชั่น สามารถพิมพ์ บันทึก สแกนบัตรประชาชนและเช็คได้ ตรวจสอบความถูกต้อง และโอนส่งข้อมูลยังไปยังธนาคารได้ในเครื่องเดียวกัน”

“ทีเอ็มพรินเตอร์ มีการเติบโตในไตรมาสแรกเพิ่มขึ้น 50% เทียบกับปีที่ผ่านมา โดยร้านค้าและห้างสรรพสินค้าเป็นกลุ่มลูกค้าหลัก แต่ในปีนี้ เอปสันจะเริ่มรุกตลาดโรงพยาบาล ซึ่งมีโอกาสทางการตลาดที่ใหญ่มาก เพราะมีงานพิมพ์ฉลากยา ฉลากติดอุปกรณ์การแพทย์ และป้ายชื่อผู้ป่วย ซึ่งในวันนี้ เอปสันได้เปิดตัว TM-C3400 เครื่องพิมพ์ฉลาก ระบบอิงค์เจ็ตสี สำหรับธุรกิจโรงพยาบาลและธุรกิจงานพิมพ์ขนาดเล็กโดยเฉพาะ ส่วนอีกตลาดหนึ่งที่เอปสันให้ความสนใจก็คือกลุ่มตลาดสายการบิน และได้ออก TM-L500A มาประเดิมตลาดเป็นรุ่นแรก”

“สำหรับเลเซอร์พรินเตอร์ ที่ผ่านมาเอปสันเน้นการขายในลักษณะโปรเจ็คให้กับหน่วยงานราชการหรือบริษัทเอกชนมากกว่า ไม่ได้วางขายตามไอทีมอลล์ หรือร้านตัวแทนจำหน่าย แต่สินค้ารุ่นที่กำลังเปิดตัวในวันนี้ บริษัทฯ มีแผนจะทำตลาดในช่องทางค้าปลีกมากขึ้น เพื่อตอบรับกับความต้องการขององค์กรที่ต้องการซื้อทีละไม่มาก โดยเน้นไปที่องค์กรขนาดเล็กถึงขนาดกลาง”

สำหรับกลยุทธ์ในการขายและการทำตลาดที่วางไว้ ประกอบไปด้วย
1) การขยายสินค้าให้ครอบคลุมความต้องการของผู้ใช้ในทุกกลุ่มตลาด ทั้งการนำเสนอสินค้าใหม่ๆ ให้กับกลุ่มลูกค้าเดิมเพื่อขยายฐานตลาด รวมถึงเจาะตลาดใหม่ๆ ที่เอปสันยังไม่เคยเข้าไป

2) สร้างความแข็งแกร่งให้กับช่องทางการจัดจำหน่าย มุ่งหาพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อเจาะตลาดในกลุ่มองค์กร และราชการ โดยปัจจุบัน เอปสันได้เพิ่มตัวแทนจำหน่ายในกลุ่มสินค้าธุรกิจให้ครอบคลุมทั่วประเทศมากถึงกว่า 100 ราย

3) เสริมความเข้มข้นให้กับทีมบุคคลากร ทั้งทางด้านทีมขายที่ดูแลกลุ่มลูกค้าในส่วนลูกค้าภาครัฐ (Government) ลูกค้าองค์กร (Corporate) และทีมขาย Specialist ที่ดูแลลูกค้าผลิตภัณฑ์ทีเอ็มพรินเตอร์ นอกจากนั้น ยังมีทีม Presale support เพื่อทำงานใกล้ชิดกับตัวแทนจำหน่าย ในการสนับสนุนการดำเนินงาน และสร้างสรรค์โซลูชันทางธุรกิจใหม่ๆ ให้กับลูกค้า

4) จัดตั้งทีมช่างพิเศษเพื่อให้บริการลูกค้ากลุ่มดังกล่าวโดยเฉพาะ เพื่อให้การบริการหลังการขายเป็นไปด้วยความราบรื่น รวดเร็ว ธุรกิจของลูกค้าจึงเติบโตได้อย่างไม่สะดุด

นายยรรยง กล่าวเปิดตัวเลเซอร์พรินเตอร์รุ่นใหม่ทั้ง 6 รุ่นว่า ในครั้งนี้ เอปสันต้องการนำเสนอแนวคิดผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยความประหยัดคุ้มค่าถึง 4 ด้าน โดยสินค้าทุกรุ่นจะเน้นดีไซน์ที่เล็ก กระทัดรัด ทั้งยังประหยัดพลังงาน และประหยัดค่าพิมพ์ด้วยต้นทุนการพิมพ์ต่อแผ่นที่ต่ำ ท้ายสุดคือความประหยัดคุ้มค่า ด้วยราคาเครื่องที่เหมาะสมในคุณภาพที่เหนือกว่าตามมาตรฐานเอปสัน

เลเซอร์พรินเตอร์รุ่นใหม่ทุกรุ่นมีจุดเด่นตรงที่ใช้ผงหมึก Epson AcuBrite™ ที่ทำให้ได้คุณภาพงานพิมพ์คมชัด แม่นยำ และคงทนเก็บได้นานกว่า โดยมีตั้งแต่รุ่นที่เป็นเลเซอร์พรินเตอร์ขาวดำขนาดกะทัดรัด อย่าง Epson AcuLaser M1400 สามารถใช้กับตลับผงหมึกพิมพ์ได้ 2 ขนาด ทั้งตลับความจุสูง พิมพ์ได้มากถึง 2,200 แผ่น เพื่อรองรับงานพิมพ์จำนวนมากอย่างต่อเนื่อง ช่วยลดต้นทุนการพิมพ์ และตลับความจุมาตรฐาน พิมพ์ได้ถึง 1,000 แผ่น สำหรับงานพิมพ์ที่มีจำนวนน้อย และ Epson AcuLaser C1700 ที่เป็นเลเซอร์พรินเตอร์สี ที่มีคุณภาพการพิมพ์สูงในต้นทุนการพิมพ์ที่ประหยัดคุ้มค่ากว่า

“สำหรับเครื่องมัลติฟังก์ชั่น ได้แก่ Epson AcuLaser MX14 และเครื่องที่สามารถเชื่อมต่อระบบเครือข่ายได้อย่าง Epson AcuLaser MX14NF ที่เป็นเลเซอร์พรินเตอร์ขาวดำมัลติฟังก์ชั่น และ Epson AcuLaser CX17NF เลเซอร์พรินเตอร์สีมัลติฟังก์ชั่น และสุดท้ายคือ Epson AcuLaser C2900N เลเซอร์พรินเตอร์สี สำหรับระบบเครือข่าย ความเร็วในการพิมพ์สูงสุดที่ 23 หน้าต่อนาที ทั้งสีและขาวดำ รองรับการพิมพ์ต่อเดือนได้สูงถึง 40,000 แผ่น”

“เอปสันมุ่งที่จะนำเสนอโซลูชั่นด้านการพิมพ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นงานในลักษณะใด ลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่าเอปสันมีเทคโนโลยีด้านการพิมพ์ที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรม รวมถึงการให้บริการหลังการขายที่ได้มาตรฐาน และอำนวยความสะดวกราบรื่นให้กับการดำเนินธุรกิจของลูกค้าทุกกลุ่ม” นายยรรยง ทิ้งท้าย