เนื้อหาวันที่ : 2011-08-22 16:05:41 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1016 views

ตลาดรถยนต์กลับมาคึกคักก.ค. ยอดขายเพิ่ม 11%

โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เผยสถิติยอดขายรถยนต์เดือน ก.ค. เพิ่มขึ้น 11% จำนวนกว่า 7 หมื่นคัน หลังกำลังการผลิตกลับสู่ภาวะปกติ

โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เผยสถิติยอดขายรถยนต์เดือน ก.ค. เพิ่มขึ้น 11% จำนวนกว่า 7 หมื่นคัน หลังกำลังการผลิตกลับสู่ภาวะปกติ

ตลาดรถยนต์เดือนกรกฎาคม ขาย 72,902 คัน เพิ่มขึ้น 11.0% 7 เดือนขาย 504,914 คัน เพิ่มขึ้น 19.5%

 นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รายงานสถิติการขายรถยนต์เดือนกรกฎาคม 2554 มีปริมาณการขายทั้งสิ้น 72,902 คัน เพิ่มขึ้น 11.0% ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 32,277 คัน เพิ่มขึ้น 12.2% รถเพื่อการพาณิชย์ 40,625 คัน เพิ่มขึ้น 10.1% รวมทั้ง รถกระบะขนาด 1 ตัน ในเซกเมนท์นี้ จำนวน 35,028 คัน เพิ่มขึ้น 12.6%

          ตลาดรถยนต์เดือนกรกฎาคม มีปริมาณการขาย 72,902 คัน เพิ่มขึ้น 11.0% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา เป็นผลจากกำลังการผลิตที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติของค่ายรถญี่ปุ่น ทำให้สามารถส่งมอบรถได้เร็วขึ้น แม้ว่าจะยังคงมียอดค้างจองอยู่อีกจำนวนหนึ่ง ประกอบกับเศรษฐกิจในประเทศที่อยู่ในเกณฑ์ดี สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนกรกฎาคมที่ปรับเพิ่มขึ้น และการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่เข้าสู่ตลาด โดยตลาดรถยนต์นั่งมีปริมาณการขาย 32,277 คัน เพิ่มขึ้น 12.2% รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ที่มีปริมาณการขาย 40,625 คัน เพิ่มขึ้น 10.1%

          ตลาดรถยนต์สะสม 7 เดือนแรก มีปริมาณการขาย 504,914 คัน เพิ่มขึ้น 19.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 24.0% ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น16.2% เป็นผลมาจากความนิยมอย่างต่อเนื่องของรถยนต์รุ่นใหม่ๆ การแข่งขันในตลาดสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ที่จูงใจ ประกอบกับกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อยู่ในเกณฑ์ดี สะท้อนจากภาษีมูลค่าเพิ่มที่ขยายตัวและอัตราการว่างงานที่อยู่ในระดับต่ำ

          ตลาดรถยนต์ในเดือน สิงหาคม ยังคงเติบโตต่อเนื่อง จากความนิยมต่อเนื่องในรถยนต์รุ่นใหม่ โดยเฉพาะรถเพื่อการพาณิชย์ ที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดมากกว่า 50% ประกอบกับการจัดกิจกรรมทางการตลาดรูปแบบใหม่ๆ จากค่ายรถยนต์ กระแสเงินไหลเข้าในประเทศยังอยู่ในระดับสูง แม้จะได้รับผลกระทบบ้างจากการเพิ่มเพดานหนี้ ของสหรัฐอเมริกา และปัญหาหนี้ของกลุ่มประเทศในแถบยุโรป อย่างไรก็ดีอัตราเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง อาจส่งผลให้มีการปรับอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนในการดำเนินธุรกิจและอาจส่งผลกระทบต่อตลาดรถยนต์ได้

ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์เดือนกรกฎาคม 2554
1.) ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 72,902 คัน เพิ่มขึ้น 11.0%
          อันดับที่ 1 โตโยต้า 27,995 คัน เพิ่มขึ้น 6.8% ส่วนแบ่งตลาด 38.4%
          อันดับที่ 2 อีซูซุ 12,011 คัน เพิ่มขึ้น 2.6% ส่วนแบ่งตลาด 16.5%
          อันดับที่ 3 ฮอนด้า 7,150 คัน ลดลง 30.3% ส่วนแบ่งตลาด 9.8%

2.) ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 32,277 คัน เพิ่มขึ้น 12.2%
          อันดับที่ 1 โตโยต้า 12,411 คัน เพิ่มขึ้น 16.0% ส่วนแบ่งตลาด 38.5%
          อันดับที่ 2 ฮอนด้า 6,816 คัน ลดลง 25.5% ส่วนแบ่งตลาด 21.1%
          อันดับที่ 3 นิสสัน 4,160 คัน เพิ่มขึ้น 19.0% ส่วนแบ่งตลาด 12.9%

3.) ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน* (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 35,028 คัน เพิ่มขึ้น 12.6%
          อันดับที่ 1 โตโยต้า 14,020 คัน เพิ่มขึ้น 1.3% ส่วนแบ่งตลาด 40.0%
          อันดับที่ 2 อีซูซุ 10,948 คัน เพิ่มขึ้น 1.5% ส่วนแบ่งตลาด 31.3%
          อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 5,326 คัน เพิ่มขึ้น 110.3% ส่วนแบ่งตลาด 15.2%
          *ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน: 3,635 คัน
          มิตซูบิชิ 1,698 คัน - โตโยต้า 1,170 คัน- อีซูซุ 687 คัน - ฟอร์ด 80 คัน

4.) ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 31,393 คัน เพิ่มขึ้น 12.6%
          อันดับที่ 1 โตโยต้า 12,850 คัน เพิ่มขึ้น 5.8% ส่วนแบ่งตลาด 40.9%
          อันดับที่ 2 อีซูซุ 10,261 คัน เพิ่มขึ้น 0.6% ส่วนแบ่งตลาด 32.7%
          อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 3,628 คัน เพิ่มขึ้น 116.0% ส่วนแบ่งตลาด 11.6%

5.) ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 40,625 คัน เพิ่มขึ้น 10.1%
          อันดับที่ 1 โตโยต้า 15,584 คัน เพิ่มขึ้น 0.5% ส่วนแบ่งตลาด 38.4%
          อันดับที่ 2 อีซูซุ 12,011 คัน เพิ่มขึ้น 2.6% ส่วนแบ่งตลาด 29.6%
          อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 5,326 คัน เพิ่มขึ้น 110.3% ส่วนแบ่งตลาด 13.1%

สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2554
1) ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 504,914 คัน เพิ่มขึ้น 19.5%
          อันดับที่ 1 โตโยต้า 184,296 คัน เพิ่มขึ้น 7.8% ส่วนแบ่งตลาด 36.5%
          อันดับที่ 2 อีซูซุ 92,040 คัน เพิ่มขึ้น 11.9% ส่วนแบ่งตลาด 18.2%
          อันดับที่ 3 ฮอนด้า 53,520 คัน ลดลง 13.7% ส่วนแบ่งตลาด 10.6%

2) ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 225,787 คัน เพิ่มขึ้น 24.0%
          อันดับที่ 1 โตโยต้า 89,158 คัน เพิ่มขึ้น 21.7% ส่วนแบ่งตลาด 39.5%
          อันดับที่ 2 ฮอนด้า 49,788 คัน ลดลง 12.1% ส่วนแบ่งตลาด 22.1%
          อันดับที่ 3 นิสสัน 28,011 คัน เพิ่มขึ้น 88.8% ส่วนแบ่งตลาด 12.4%

3) ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน* (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV) ปริมาณการขาย 239,865 คัน เพิ่มขึ้น 17.3%
          อันดับที่ 1 โตโยต้า 85,859 คัน ลดลง 1.1% ส่วนแบ่งตลาด 35.8%
          อันดับที่ 2 อีซูซุ 83,967 คัน เพิ่มขึ้น 9.6% ส่วนแบ่งตลาด 35.0%
          อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 35,535 คัน เพิ่มขึ้น 131.5% ส่วนแบ่งตลาด 14.8%
          *ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน: 23,326 คัน
          มิตซูบิชิ 10,923 คัน - โตโยต้า 7,652 คัน - อีซูซุ 4,176 คัน - ฟอร์ด 575 คัน

4) ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 216,539 คัน เพิ่มขึ้น 18.2%
          อันดับที่ 1 อีซูซุ 79,791 คัน เพิ่มขึ้น 9.6% ส่วนแบ่งตลาด 36.8%
          อันดับที่ 2 โตโยต้า 78,207 คัน เพิ่มขึ้น 3.2% ส่วนแบ่งตลาด 36.1%
          อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 24,612 คัน เพิ่มขึ้น 161.2% ส่วนแบ่งตลาด 11.4%

5) ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 279,127 คัน เพิ่มขึ้น 16.2%
          อันดับที่ 1 โตโยต้า 95,138 คัน ลดลง 2.6% ส่วนแบ่งตลาด 34.1%
          อันดับที่ 2 อีซูซุ 92,040 คัน เพิ่มขึ้น 11.9% ส่วนแบ่งตลาด 33.0%
          อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ 35,536 คัน เพิ่มขึ้น 131.5% ส่วนแบ่งตลาด 12.7%