เนื้อหาวันที่ : 2011-08-10 15:53:30 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1540 views

อดอยาก จะยากจน

การออมไม่ใช่เป็นเพียงการเก็บเงินเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการออมฝันเติมความหวัง เพื่อสร้างอนาคตที่ดีและมั่นคง

          การออมไม่ใช่เป็นเพียงการเก็บเงินเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการออมฝันเติมความหวัง เพื่อสร้างอนาคตที่ดีและมั่นคง

พระมหาประสิทธิ์

          เคยได้ฟังนิทานจากเพื่อนท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า มีชายหนุ่มคนหนึ่งได้ยินว่ามีคนที่สามารถจับมังกรได้ เขาจึงดั้นด้นไปขอเป็นศิษย์ อยู่เรียนการจับมังกรหลายปีจนสามารถกลับมาเล่าให้คนที่หมู่บ้านฟังได้อย่างละเอียดถี่ถ้วนว่า ขั้นตอนการจับมังกรนั้นต้องทำอย่างไรบ้าง ในขณะที่ทุกคนชื่นชมกับความสามารถของเขา ชายแก่คนหนึ่งกล่าวขึ้นว่า  “แล้วท่านจะไปจับมังกรที่ไหน ในเมื่อโลกนี้ไม่มีมังกรอีกแล้ว” ทำเอาชายหนุ่มคนนั้นอึ้งไปเลยทีเดียว

          เพื่อนอธิบายว่าเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้เห็นว่า ปัจจุบันคนเราเรียนกันเยอะเกินไป ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าจะเอาไปใช้อย่างไรหรือไม่ก็เกินจำเป็น บางวิชาไม่เห็นได้ใช้เลย ซึ่งทำให้สิ้นเปลืองเวลาและทรัพย์สินไปอย่างไร้ประโยชน์

          ผู้เขียนเห็นด้วยอย่างมาก และเราก็แลกเปลี่ยนความเห็นกันเพิ่มเติม ทำให้ได้ประเด็นเพิ่มขึ้นอีกอย่างหนึ่ง นั่นก็คือ รู้เรียนแต่ไม่เพียรปฏิบัติ อันที่จริงเป็นสิ่งที่เรามักจะเน้นย้ำและนำไปพูดอยู่บ่อยๆ ในหลายๆ ที่

          ด้วยเพราะเห็นว่า บรรยากาศของการศึกษาไทยไม่เอื้อต่อการปฏิบัติในสิ่งที่นักศึกษาได้เรียนมา การสอนถูกจัดระบบให้ได้เรียนกันแต่ในห้องเรียน เมื่อพ้นห้องเรียนก็วางตำราเข้าผับบาร์หน้ามหาวิทยาลัยในทันที มีคนบอกว่า “มันเป็นห้องเรียนริมรั้ววิชาเสียตัวก่อนรับปริญญา” ฟังแล้วรู้สึกว่าแรง แต่มันก็คงแทงใจดำคนที่ทำเท่านั้นแหละ เพราะอีกมุมหนึ่งซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ แต่ไม่ใคร่ได้รับความสนใจ เพราะไม่สะใจเวลาพูดถึง สื่อเลยไม่นำเสนอ คนที่พบเจอก็แค่ชื่นชมในใจ นั่นก็คือกลุ่มนักศึกษาที่ตั้งอกตั้งใจเรียน และทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุด หลายต่อหลายคนใช้เวลาว่างเพื่อทำงานจิตอาสามากมาย ก็เรียกได้ว่าเป็น “ห้องเรียนนอกกำแพงแหล่งฝึกประสบการณ์ก่อนงานรับปริญญา”

          เกริ่นมาตั้งนาน ฉบับนี้อยากจะเล่าให้ฟังว่าครั้งหนึ่งมีโอกาสนั่งสนทนากับนักเรียนพาณิชย์ทั้งการบัญชีและการตลาดในระดับ ปวช. ปวส. ซึ่งได้ประเด็นมากมาย แต่มีบางประเด็นที่น่าสนใจ คือนักเรียนแม้เรียนการบัญชีแต่ไม่มีทักษะในการทำบัญชีชีวิตตนเอง พูดเรื่องจดแล้วไม่จนคล่องปาก แต่ว่าตนเองนั้นไม่เคยจดหรือทำบัญชีรายรับจ่ายของตนเองและครอบครัวอย่างจริงจังเลย

          นักเรียนหลายคนบอกว่าพ่อแม่ออมไว้ให้เพื่อการศึกษา ทำให้มั่นใจได้ว่าตนเองนั้นจะเรียนได้ไกลอย่างที่ใจคิด  แต่อีกกลุ่มก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ทั้งไม่มั่นใจตนเองว่าจะเรียนไหวไหม และไม่มั่นใจว่าพ่อแม่จะส่งได้หรือเปล่า

          ระหว่างสนทนาพบว่าสีหน้าแววตาของคนมีเงินเก็บกับไม่มีนั้นต่างกันมาก มีบางสิ่งบางอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความภาคภูมิใจจากตัวเด็กว่า ถึงแม้ตนจะไม่รวยอะไร แต่พ่อแม่ก็ได้วางแผนชีวิต เพื่อรองรับวันข้างหน้าไว้ดี ทำให้ดูมีความหวังและเป้าหมายชัดเจน เกิดความรู้สึกว่ามีพลังและมุ่งมั่นสูง

          การออมจึงไม่ใช่เพียงการเก็บเงินแค่เพียงอย่างเดียว แต่มันยังเป็นการออมฝันเติมความหวัง เพื่อสร้างสรรค์อนาคตที่ดีและความมั่นคงให้กับชีวิตทั้งของตนเองและครอบครัว

          ทำให้นึกถึงสารคดีสัตว์โลกที่เก็บอาหารไว้รอฤดูหนาว ถ้าพวกมันเก็บไว้อย่างเพียงพอก็จะมีอาหารกิน ก้าวผ่านความยากเข็ญของชีวิตได้อย่างไม่ยากเย็น แต่ถ้าไม่เก็บไว้หรือเก็บไว้ไม่พออาจจะแน่นอนเลยทีเดียวว่ามันคงต้องตาย

          การออม คือ การมีเงินส่วนหนึ่งเหลือเก็บไว้ ซึ่งอาจเริ่มต้นเล็กน้อยเหมือนใช้ตุ่มรองน้ำฝนทีละหยาดหยด ไม่นานน้ำก็เต็มตุ่มได้ ซึ่งจะต้องอาศัยความต่อเนื่องและเวลาพอสมควร การออมจึงต้องอดทนต่อความอยากอย่างมาก  เช่น อยากได้รถ บ้าน เสื้อผ้า เครื่องประดับ ไปเที่ยว และอีกมากมายก่ายกอง ยิ่งถ้าเดินห้างด้วยแล้วยิ่งต้องอดความอยากให้มากๆ

          ถ้าอดอยากได้แล้ว รับรองว่ายากที่จะจนได้ เพราะมีการวางแผนการใช้จ่ายที่ดี ฐานะย่อมเพิ่มพูน มีการเงินที่มั่นคง เมื่อการออมมีความอดทนจึงเรียกรวมว่า อดออม

มีเทคนิคจากผู้รู้มากมายที่อยากจะสรุปให้เห็นภาพสั้นๆ คือ
          1. ต้องตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะออม การมีใจมุ่งมั่นถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี สร้างใจให้มีนิสัยรักการออม รักการสะสมทรัพย์ มีความสุขกับการได้เก็บหอมรอมริบหรือหยอดกระปุกออมสิน

          2. จัดบัญชีให้เห็นรายรับจ่ายที่แท้จริงอย่างชัดเจน เพื่อมองภาพการใช้ชีวิตของตนเอง ซึ่งจะนำไปสู่การปรับพฤติกรรมฟุ่มเฟือยบางอย่างที่เห็นว่าไม่จำเป็นออกไป และจะได้จัดสรรปันส่วนให้สมดุล มีความพอดี ไม่บีบคั้นการดำเนินชีวิตปกติจนขาดความสุข เพราะจะทำให้การออมไม่ราบรื่นหากมีการนำเงินที่ออมออกมาใช้บ่อยๆ

          3. สร้างการออมที่หลากหลายและมั่นคง ผู้รู้หลายท่านมองว่าการออมเป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง ดังนั้น ถ้าจะออมด้วยวิธีการไหนก็ควรศึกษาให้เข้าใจ แม้แต่การฝากธนาคารธรรมดาๆ ที่คุ้นเคยกันดี บางทีก็มีการฝากประเภทที่ทำให้ได้ดอกเบี้ยมากกว่าที่เราฝากอยู่ประจำก็ได้ หรือการผ่อนบ้านที่ดิน การซื้อทองก็เป็นการออมได้เช่นกัน

          4. ลงมือออมกันทั้งบ้าน ทุกคนในครอบครัวต้องร่วมมือกันจึงจะสำเร็จ เพราะถ้าพ่อออมแต่แม่จ่ายสนั่น ลูกใช้สะเทือน หรือแม่ออมแต่พ่อเมา ลูกเที่ยว ก็ห่อเหี่ยวใจ ถ้าร่วมกันออมตามความถนัดของตนเอง เช่น พ่อแม่ก็หักจากค่าใช้จ่ายหรือเงินเดือน ลูกก็ออมจากค่าขนมเพื่อมาหยอดกระปุก จะเป็นอีกมุมความสุขเล็กๆ ของทุกคนในครอบครัว

          ยังมีวิธีการออมทรัพย์อีกหลายอย่าง ลองศึกษาดูบางทีอาจจะเห็นช่องทางวางแผนการออมที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของตนเอง และสำหรับคนที่กำลังคิดว่าจะเริ่มออมเมื่อไหร่ดี ขอทิ้งท้ายไว้ตรงนี้เลยว่า “เดี๋ยวนี้เลย ดีที่สุด”

ขอบคุณบทความดี ๆ จาก Add Free Magazine