เนื้อหาวันที่ : 2011-08-08 09:15:33 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 2556 views

โตโย-ไทย คว้างานยักษ์สร้างโรงงานปุ๋ยเวียดนาม

โตโย-ไทย ปลื้มงานเข้าบิ๊กโปรเจค 6 พันล้านบาท สร้างโรงงานผลิตปู๋ยที่เวียดนาม ดันแบ็คล็อกเพิ่มกว่า 16 พันล้านบาท

          โตโย-ไทย (TTCL) เซ็นสัญญาคว้างานบิ๊กโปรเจค สร้างโรงงานผลิตปุ๋ยขนาดใหญ่ที่เวียดนามมูลค่า 6,000 ล้านบาทดันแบ็คล็อค16,000 ล้านบาท มั่นใจปีนี้เข้าเป้า เติบโต 40%

          นายสุวิทย์ มโนมัยยานนท์ กรรมการบริหารและรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโสฝ่ายขาย ของTTCL หรือ บริษัทโตโย-ไทยคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านรับเหมาก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่แบบครบวงจร (EPC) หรือ (Engineering, Procurement and Construction) รายเดียวของไทย เปิดเผยว่าบริษัทฯ ชนะการประมูลงานก่อสร้างโรงงานผลิตปุ๋ยขนาดใหญ่แบบครบวงจรที่เมืองทังลอง จังหวัดเหล่าไก ประเทศเวียดนาม ให้กับกิจการร่วมค้า DAP2-VINACHEM JSC, ในเครือของเวียดนาม อินเตอร์เนชั่นแนล เคมีคอล กรุ๊ป (VINACHEM)

          “เราภูมิใจที่ได้รับความไว้วางใจ จากกลุ่มบริษัทในเครือของกลุ่ม วินาเคม ซึ่งเป็นบริษัทปิโตรเคมีขนาดใหญ่ที่สุดของเวียดนาม ให้ดำเนินงานในโครงการสร้างโรงงานผลิตปุ๋ย ไดอาโมเนียม ฟอสเฟส(Diammonium Phosphate) โดยเป็นการรับเหมาแบบครบวงจร(EPC) ครอบคลุมตั้งแต่ ออกแบบวิศวกรรม จัดซื้ออุปกรณ์วัสดุก่อสร้าง และงานก่อสร้างแบบครบวงจร มูลค่าโครงการประมาณ 6,000 ล้านบาท (US$ 200 million) ทำให้มูลค่างานในมือหรือ แบ็คล็อค ของ TTCL เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 16,000 ล้านบาท โดยโครงการจะเริ่มดำเนินงานในเดือนกันยายน 2554 นี้และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมกราคม 2557” นายสุวิทย์ กล่าว

          นายกอบชัย ธนสุกาญจน์ รองผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายการเงินและนักลงทุนสัมพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “โครงการนี้ เป็น 1 ในโครงการในต่างประเทศ ที่สำคัญในครึ่งปีหลังของบริษัทฯ หลังจากที่เมื่อเดือนที่แล้วบริษัทชนะงานโครงการสร้างโรงงานแยกสินแร่หายาก Rare Earth มูลค่าโครงการประมาณ 5,400 – 6,300 ล้านบาท (US$ 180 – 210 million) ที่ประเทศมาเลเชียให้กับกลุ่มบริษัท ไลนาส คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ทำให้เรามั่นใจว่ารายได้รวมปีนี้จะเติบโต 40% เมื่อเทียบจากปีก่อน โดยในครึ่งปีแรกคาดว่ารายได้รวมกว่า 3,000 ล้านบาท และคาดการณ์ในครึ่งปีหลังจะมีรายได้เพิ่มกว่า 4,000 ล้านบาท จึงส่งผลให้รายได้รวมทั้งปีไม่น้อยกว่า 7,000 ล้านบาท ซึ่งการขยายงานต่างประเทศควบคู่กับงานในประเทศขณะนี้ TTCL มีงานก่อสร้างทั้งในประเทศและต่างประเทศหลากหลายโครงการ”

           “TTCL มุ่งมั่นใช้กลยุทธ์หมวก 2 ใบเพื่อขยายธุรกิจคือ นอกจากจะรับงานรับเหมาก่อสร้างแบบครบวงจร (EPC) แล้วบริษัทฯยังพร้อมจะร่วมเข้าลงทุนถือหุ้นในโครงการที่น่าสนใจอีกด้วย (ดังเช่นโครงการโรงไฟฟ้านวนคร) เนื่องจากบริษัทฯมีสถานะการเงินที่แข็งแกร่ง มีปริมาณเงินสดในมือสูง และมีทีมผู้บริหารและวิศวกรที่พรั่งพร้อม

อีกทั้งมีพันธมิตรหลักระดับโลกที่ร่วมถือหุ้นในบริษัทถึง 3 บริษัทคือ โตโย เอ็นจิเนียริ่ง (TOYO Engineering) และ ชิโยดะ คอร์ปอเรชั่น (CHIYODACorporation) ซึ่งเป็นผู้รับเหมาครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 3 และ 2 ในประเทศญี่ปุ่นและ บมจ.อิตาเลียนไทย เดเวล็อปเมนต์ (ITD) ผู้รับเหมาก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดของไทย โดยในขณะนี้ TTCL อยู่ระหว่างการเข้าประมูลงานหลากหลายโครงการทั้งในและต่างประเทศ มูลค่ารวมกว่า 70,000 ล้านบาท” นายกอบชัย กล่าว

          บริษัท โตโย-ไทย คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วรวม 480 ล้านบาทก่อตั้งขึ้นในปี 2528 โดยการร่วมทุนระหว่างบริษัท โตโย เอนจิเนียริ่ง คอร์ปอเรชั่นผู้นำด้านรับเหมาวิศวกรรมโรงงานครบวงจรที่มีประสบการณ์กว่า 48 ปีจากประเทศญี่ปุ่น และ บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ผู้รับเหมาทั่วไปที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย และในปัจจุบันบริษัท ชิโยดะคอร์ปอเรชั่น ผู้นำด้านรับเหมาวิศวกรรมโรงงานครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ในประเทศญี่ปุ่นได้เข้าถือหุ้นในสัดส่วน 7% เช่นกัน

          TTCL เป็น เป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างแห่งเดียว ที่มีผลประกอบการที่เติบโตสูงและต่อเนื่องมาตลอดกว่า 26 ปี ปัจจุบัน TTCL มีจำนวนวิศวกรทุกสาขามากที่สุดในประเทศไทยประมาณคือ 800คนจากพนักงานทั้งหมดประมาณ 1,400 คนบริษัทฯมีประสบการณ์ในการรับเหมาสร้างโรงงานอุตสาหกรรมแบบครบวงจรทั้งในประเทศและต่างประเทศมาแล้วกว่า 160 โครงการ คิดเป็นมูลค่างานรวมกว่า 60,000 ล้านบาทมีฐานลูกค้าครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ เคมีภัณฑ์ ปิโตรเคมี ปิโตรเลียม ปุ๋ยเคมี โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน

ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นบริษัทมหาชนและบริษัทต่างชาติขนาดใหญ่ อาทิ กลุ่มปตท.กลุ่ม SCG หรือปูนซิเมนต์ไทย กลุ่มบมจ. วีนิไทย กลุ่มคาโอของญี่ปุ่น กลุ่มไบเออร์ของเยอรมันเป็นต้น โดยกลุ่มตลาดหลักในต่างประเทศได้แก่ เวียดนาม ซึ่งบริษัทมีบริษัทย่อยดำเนินงานอยู่ จีนกลุ่มประเทศอาเซียน กลุ่มตะวันออกกลาง กลุ่มอาฟริกา และสหรัฐอเมริกา”