เนื้อหาวันที่ : 2011-06-27 11:20:21 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1218 views

ฝึกจิตเพื่อพิชิตทุกสถานการณ์

หากต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ความยากลำบากต่าง ๆ นานา ทั้งภายในตัวเรา หรือภายนอกก็ดี การฝึกฝนจิตใจเพื่อเตรียมความพร้อมรับกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นนั้น เป็นทางรอดที่ดีที่สุด

พระมหาประสิทธิ์

          ช่วงต้นกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเราต้อนรับเดือนแห่งความรักด้วยสถานการณ์ไม่สงบตามแนวชายแดนไทย –  กัมพูชา ซึ่งทำให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะจากกระสุนปืน หรืออุบัติเหตุจากการอพยพ    มิจฉาชนปล้นบ้านตอนที่ไม่มีใครอยู่ และจิตใจที่ไม่รู้ว่าชีวิตจะเป็นอย่างไรต่อไป พร้อมทั้งบุตรหลานที่ทำงานในกรุงเทพฯ  ถูกความห่วงใยบวกความห่างไกลของระยะทางบีบคั้นหัวใจ

          ขณะที่ผู้เขียนนั่งรถสำรวจเส้นทางและไปดูศูนย์อพยพ ก็มีคนโทรมาถามถึงความคืบหน้าของต้นฉบับ เพราะสถานการณ์ความไม่สงบกลัวว่าจะไม่ได้ส่ง ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าห่วงผู้เขียนหรือต้นฉบับกันแน่ เพราะไม่ถามเลยว่าผู้เขียนอยู่ดีมีชีวิตอย่างไรหรือเปล่า อาจเป็นเพราะว่าเขาได้รับหน้าที่ให้ถามถึงต้นฉบับ ไม่ใช่ถามข่าวผู้เขียนก็เป็นได้ (น้อยใจ)

          อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ครั้งนี้ มีหลายบทเรียนให้ได้ขบคิดกันมาก การจะกล่าวโทษใครคงไม่ใช่วิสัยของผู้เขียน  แต่อยากจะชวนกันคิดถึงสิ่งที่จะได้เรียนรู้ โดยใช้เหตุและผลให้มากที่สุด แม้หลายคนจะบอกว่ามันเกิดจากอารมณ์ของคนบางคนเท่านั้นก็ตาม แต่เราก็ไม่ควรใช้อารมณ์ในการตัดสินและแก้ไขปัญหา เพราะมันจะนำไปสู่การเติมเชื้อไฟของปัญหา  สิ่งที่ควรจะเป็นคือพิจารณาด้วยสติปัญญาให้เห็นภาพของปัญหาที่ชัดเจนทั้งเบื้องลึกตื้นหนาบางและความเชื่อมโยง  ผู้เขียนเชื่อมั่นว่าจนถึงวันนี้คงจะมีข้อมูลและบทวิเคราะห์ต่างๆ นานา หลั่งไหลมาจากสื่อต่างๆ หรือแม้แต่กระทั่งข่าวลือ   ซึ่งจะต้องใช้วิจารณญาณในการรับรู้และไตร่ตรองให้มาก เพื่อป้องกันความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องซึ่งจะนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาด

          ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ความวุ่นวายได้รับการคลี่คลายด้วยแรงกายแรงใจของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทั้งโดยตรงและอาสาจากส่วนอื่น มีสมาชิกสภาเทศบาลท่านหนึ่งติดตามนายกเทศมนตรีคอยช่วยเหลือชาวบ้านที่ลี้ภัยมา ขณะที่ช่วยคนอื่นใจก็ฝืนทนคิดถึงลูก เมื่อเหตุการณ์สงบกลับบ้านมาไม่เจอใครใจแทบสลาย ได้แต่ตั้งสติโทรหาญาติและเพื่อนบ้าน จึงได้รู้ว่ามีคนช่วยดูแลลูกให้แล้ว แต่ต้องรออยู่ที่บ้านคนเดียวจนตีสองกว่าๆ สามีจึงมารับไปพบลูก แม่บ้านที่ช่วยทำครัวก็เช่นกัน ต้องเผชิญกับความต้องการร้อยแปดและความล้าทั้งกายใจ แต่ก็ต้องอดทนและพยายามทำหน้าที่เพื่อเพื่อนร่วมชาติจะได้ไม่อดไม่หิว หมอและพยาบาลแทบจะไม่ได้พักแม้จะเปลี่ยนเวรกันแล้ว แต่ก็ต้องเตรียมพร้อมยามฉุกเฉิน บุคคลกลุ่มนี้ก็จัดเป็นอีกส่วนหนึ่งนอกจากทหารหาญที่เสียสละเพื่อดูแลบรรเทาความเดือนร้อนของประชาชน แม้ชาวบ้านเองก็ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพราะต่างก็ประสบกับสถานการณ์ชีวิตเดียวกัน เหตุการณ์ในครั้งนี้

          หลวงพ่อเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ พระราชกิตติรังษี ได้เมตตาพาคณะสงฆ์มามอบของช่วยเหลือและให้กำลังใจแก่ทุกๆ คน ท่านกล่าวโดยสรุปว่า  “ความไม่สะดวกสบายก็คงมีบ้างเป็นธรรมดา แต่ขอให้ทุกคนอดทนและเอื้อเฟื้อกันและกัน คับที่นั้นอยู่ได้แต่คับใจนั้นอยู่ยาก และความลำบากต่างๆ ที่เราเผชิญอยู่จะผ่านไปได้ก็ด้วยความรักและสามัคคีกันของเราทุกคน” ศูนย์อพยพวัดบ้านขนา โดยพระสมุห์จิระวัฒน์ วัดขนาวนารามโดยพระครูโฆสิตปุญญวัฒน์และวิทยาลัยการอาชีพกันทรลักษ์ก็มีพระสงฆ์นำประชาชนสวดมนต์ เจริญจิตภาวนา หลั่งรดหัวใจที่อ่อนล้าให้เปี่ยมหวังมีพลังด้วยน้ำแห่งพระธรรม ฉะนั้นแล้วความทุ่มเทของทุกฝ่าย คือสิ่งที่ช่วยยืนยันให้ความมั่นใจได้ว่า ในทุกความเดือดร้อนพี่น้องไทยนั้นจะไม่ทิ้งกัน

          ครั้นจะกล่าวถึงให้ครบคงเป็นเรื่องยาก แต่ทุกความช่วยเหลือได้ถูกจารึกอยู่ในส่วนลึกของหัวใจผู้ประสบภัยทุกคนแล้ว

          มาถึงตอนนี้ท่านผู้อ่านอาจคิดว่าบทความนี้จะเป็นรายงานข่าวไปเสียแล้ว บอกตามตรงว่าในความรู้สึกของคนในพื้นที่มันมีอะไรอัดอั้นในใจมากกว่านี้ด้วยซ้ำ

          ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนชีวิตที่สงบสุขเหมือนเดิมถึงจะกลับมา และไม่รู้ว่าเมื่อไรเราถึงจะมีสิทธิ์ในวิถีชีวิตของเราจริงๆ เสียที คงได้แต่ปล่อยวางและย่างก้าวอย่างระมัดระวังยิ่งขึ้น เพื่อไม่ให้เจ็บมากไปกว่านี้

          การค้นพบที่สำคัญอย่างหนึ่ง ซึ่งเห็นว่าจำเป็นเมื่อชีวิตพบกับสถานการณ์อันพลิกผันสามารถสรุปออกมาเป็นแง่คิดให้กับท่านผู้อ่านได้พิจารณา เพื่อรับมือกับทุกสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกก้าวเดินของชีวิต ดังนี้

          1.  ฝึกจิต ถือว่าเป็นเรื่องจำเป็น เพราะจิตใจที่เข็มแข็งมั่นคงจะช่วยให้ยืนหยัดต่อสู้กับความไม่แน่นอนของชีวิตได้ดีที่สุด การสวดมนต์ นั่งสมาธิ หรือเดินจงกรม ถือเป็นการออกกำลังกายทางจิตใจที่ทำให้จิตใจเข้มแข็ง ผลอาจไม่ปรากฏชัดในตอนแรก แต่เมื่อฉุกเฉินขึ้นมา การฝึกจิตแบบนี้จะช่วยให้เราเดินต่อไปได้อย่างมั่นคง

          2.  ปรับความคิด บางคนอาจมีจิตใจที่กล้าแกร่ง แต่แรงไปในทางผิด เช่น โกรธ แค้น พยาบาท แต่บางคนก็หมดหวังสิ้นกำลังใจ เหล่านี้ล้วนเกิดจากความคิดเป็นฐาน จึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องปรับความคิดให้เป็นไปในเชิงบวกให้มากที่สุด ไม่ว่าสถานการณ์นั้นจะหนักหนาสาหัสเพียงใด ขอแค่เราคิดไปในทางที่ดีไว้ก่อน รับรองว่าทางออกจะค่อยๆ ปรากฏขึ้นมา

          3.  อย่ายึดติด เพราะสุดท้ายแล้วย่อมต้องมีบางสิ่งที่เราไม่อาจแก้ไขได้ บางครั้งจึงต้องยอมรับความจริง และปล่อยวางให้เป็นเพียงประสบการณ์ที่เคยผ่าน แล้วคิดอ่านไปข้างหน้าจะดีกว่า การยึดติดกับสิ่งเก่าเรื่องเก่า หรือบางคนก็ยึดติดกับทรัพย์สินมากเกินไปจนคิดหาทางออกไม่เจอ เลยจบชีวิตไปกับสินทรัพย์ที่อาจหาใหม่ได้หากผ่านพ้นช่วงนั้นมาได้ การแก้ปัญหาแบบนั้นจึงไม่ค่อยคุ้มค่าสักเท่าไร

          นึกถึงเรื่องพระมหาชนกที่พบกับเหตุการณ์เรือแตก แต่ท่านฝึกจิตมาดีจึงมีสติเข้มแข็ง ปรับความคิดได้ทันต่อสถานการณ์ เมื่อคิดอ่านแล้วจึงทะลุปรุโปร่งมองเห็นทางไป และท่านก็ไม่ยึดติดกับทรัพย์สมบัติอะไร แค่ให้ชีวิตรอดก่อนเป็นสำคัญ ด้วยความอดทนมุ่งมั่นและการแก้ไขปัญหาอย่างชาญฉลาด นอกจากจะรอดพ้นภัยแล้ว ชีวิตยังก้าวไกลจนกระทั่งเป็นพระราชา แม้เรื่องนี้จะเป็นปรัมปราชาดก แต่ในหลวงท่านทรงเล็งเห็นฐานคิดสำคัญจากเรื่องนี้ จึงได้นำมาเป็นอุทาหรณ์สอนเรา ยามเมื่อประเทศชาติกำลังพบวิกฤติ ทุกดวงจิตที่เข้มแข็งของทุกคนคือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เราผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

          พุทธภาษิตบทหนึ่งกล่าวไว้ว่า “จิตที่ฝึกดีแล้วนำสุขมาให้” เป็นหลักฐานยืนยันว่า สถานการณ์ทุกข์ของชีวิตจะถูกพิชิตด้วยจิตใจที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี

          สุดท้ายผู้เขียนอยากฝากว่า วิถีชีวิตชายแดนนั้นไม่ว่าใครรบกับใครก็ได้รับผลกระทบทั้งนั้น แต่มันน่าช้ำใจที่สุดก็คือ ไทยรบไทย จะให้พี่น้องที่ชายแดนต้องตายแทนอีกสักเท่าไร จึงจะเรียกสันติกลับคืนมาได้

ขอบคุณบทความดี ๆ จาก Add Free Magazine