เนื้อหาวันที่ : 2011-06-01 14:30:16 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 940 views

PYLON ปลื้มงานรัฐ-เอกชนไหลเข้าดันผลงานโต

PYLON แย้มผลงานโค้ง 2/2554 ยังเจ๋ง หลังงานภาครัฐ-เอกชนไหลเข้าตลาดต่อเนื่อง มั่นใจปีนี้เป็นปีที่ดีที่สุดหลังได้ปัจจัยบวกจากโครงการรถไฟฟ้า

นายบดินทร์ แสงอารยะกุล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไพลอน จำกัด (มหาชน)

          PYLON แย้มผลงานโค้ง 2/2554 ยังเจ๋ง หลังงานภาครัฐ-เอกชนไหลเข้าตลาดต่อเนื่อง มั่นใจปีนี้เป็นปีที่ดีที่สุดหลังได้ปัจจัยบวกจากโครงการรถไฟฟ้า

          "บดินทร์ แสงอารยะกุล" เป็นปลื้ม ธุรกิจงานรับเหมาฐานราก - งานก่อสร้างแนวราบ PYLON โตวันโตคืน มั่นใจเป็นปีที่ดีที่สุดปีหนึ่ง หลังได้ปัจจัยบวกจากโครงการรถไฟฟ้าหนุน ล่าสุดคว้างานใหม่อีก 6 โครงการมูลค่ารวม 143.27 ล้านบาท เตรียมรับรู้รายได้ปีนี้สัดส่วนกว่า 70% หนุนผลงานไตรมาส 2/2554 โตต่อเนื่อง ส่งสัญญาณนักลงทุนหายห่วงได้ เชื่อทั้งปีปั๊มรายได้เข้าเป้าที่ 1 พันล้านบาท แถมอยู่ระหว่างรอผลประมูลงานใหม่อีกหลายโครงการ คาดรู้ผลเร็ววันนี้

          นายบดินทร์ แสงอารยะกุล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไพลอน จำกัด (มหาชน) หรือ PYLON ผู้ประกอบการธุรกิจรับเหมาก่อสร้างงานฐานรากชั้นนำในประเทศไทย เปิดเผยว่าธุรกิจงานฐานราก และงานรับเหมาแนวราบของบริษัทฯ มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งโครงการลงทุนของภาครัฐ และภาคเอกชน

โดยในปีนี้ภาพรวมของอุตสาหกรรมฐานรากถือเป็นปีที่ดีที่สุด เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกจากโครงการรถไฟฟ้าหลายโครงการ ซึ่งบริษัทฯ มีความพร้อม เข้าประมูลงานรับเหมาช่วง (Sub-Contractors) ในงานก่อสร้างฐานรากของโครงการรถไฟฟ้าดังกล่าว ในขณะที่งานรับเหมาแนวราบก็เริ่มมีงานเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ที่ผ่านมาบริษัทฯ มีงานในมือที่รอรับรู้เป็นรายได้ (Backlog) รวมกันแล้วมากกว่า 1,050 ล้านบาท

          "ปีนี้ถือได้ว่าเป็นปีที่ดีที่สุดของทั้งงานฐานราก และงานแนวราบ เนื่องจากธุรกิจก่อสร้างมีการขยายตัวมาก ทั้งจากงานภาครัฐที่เป็นงานโครงการรถไฟฟ้าขนาดใหญ่ และงานภาคเอกชนที่เริ่มมีโครงการใหม่ๆ ขยายเพิ่มมากขึ้น ทำให้ PYLON ได้รับผลดีจากการเติบโตของธุรกิจด้วย โดยมีงานไหลเข้ามืออย่างต่อเนื่อง

ซึ่งล่าสุดเรารับงานฐานรากเพิ่มอีกกว่า 143 ล้านบาท ส่งผลให้ Backlog ยืนเหนือ 1,050 ล้านบาท แม้ว่าเราจะทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากงานฐานรากเป็นงานรับเหมาระยะเวลาสั้นๆ เพียง 2-3 เดือน ดังนั้นแม้ Backlog เราจะทยอยส่งมอบเป็นระยะแต่จากงานที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็ทำให้ Backlog เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน จนยืนเหนือ 1,000 ลบ.ในปัจจุบัน" นายบดินทร์ กล่าว

          ทั้งนี้ PYLON แจ้งรับงานก่อสร้างโครงการฐานรากใหม่เพิ่มเติมอีก 6 โครงการ ซึ่งงานส่วนใหญ่เป็นงานเสาเข็มเจาะสำหรับงานอาคาร รวมเป็นจำนวนเงิน 143.27 ล้านบาท ประกอบด้วย 1. โครงการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์ ททบ.5 จากบริษัท เบ็ญจมาศ จำกัด 2. โครงการ อาคารสิรินธร (อาคารผู้ป่วยสูงอายุ) โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จากบริษัท อินฟินิต เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด 3. โครงการ The Trust Residence Ratchada- Rama 3 จากบริษัท พรีบิลท์ จำกัด (มหาชน) 4. โครงการ อาคารสำนักงาน เสถียรสเตนเลสสตีล จากบริษัท พี อี ซี โฮลดิ้ง จำกัด

5. โครงการ หอพักนานาชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากบริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) และ 6. โครงการ TC Green Condominium จากบริษัท เทียน เฉิน อินเตอร์ เนชั่นแนล พร๊อพเพอร์ตี้ (ไทยแลนด์) จำกัด โดยงานดังกล่าวจะทยอยรับรู้รายได้เข้ามาใน ปีนี้สัดส่วน 70% ขณะที่สัดส่วนอีก 30% จะรับรู้รายได้ในปีถัดไป นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างการยื่นประมูลงานใหม่อีกมูลค่าประมาณ 1,500 ล้านบาท และคาดว่าจะได้รับงานดังกล่าวสัดส่วนประมาณ 25% จากมูลค่างานที่ยื่นประมูลทั้งหมด

          กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ กล่าวต่ออีกว่า ในปีนี้นอกเหนือจากการขยายงานรับเหมาฐานรากหรืองานเสาเข็มเจาะแล้ว บริษัทฯ ยังเดินหน้าขยายงานรับเหมาก่อสร้างประเภทแนวราบเพิ่มขึ้นด้วย เนื่องจาก มีความพร้อมเป็นอย่างมากทั้งด้านเครื่องมือและอุปกรณ์ บุคลากรผู้เชี่ยวชาญ เทคโนโลยีในการก่อสร้างและฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าได้รับการตอบรับจากเจ้าของโครงการเป็นอย่างดี โดยได้รับงานประมูลเข้ามาแล้วประมาณ 4-5 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 450-500 ล้านบาท และยังมีอีกหลายโครงการที่อยู่ระหว่างการรอผลการประมูล

          "การมุ่งขยายธุรกิจอย่างเข้มข้นของบริษัทฯ ในช่วงที่ผ่านมาเชื่อว่าจะสะท้อนให้ผลประกอบการไตรมาส 2/2554 มีแนวโน้มออกมาโดดเด่นใกล้เคียงกับผลประกอบการใน 1/2554 ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 25.25 ล้านบาท และมีรายได้รวม 221.14 ล้าน บาท ถึงแม้ว่าในไตรมาสที่ 2/2554 จะมีวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวันทำการ และเชื่อว่า ในปี 2554 ทั้งปี บริษัทฯ จะผลักดันรายได้ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ 1,000 ล้านบาทได้สำเร็จ โดยจะเพิ่มขึ้นจากปี 2553 ที่ทำได้ 630.87 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นปีที่บริษัทฯ จะมีรายได้และกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์" นายบดินทร์ กล่าว