เนื้อหาวันที่ : 2011-05-18 14:14:55 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1075 views

กบข. ชี้เงินเฟ้อสูงทั่วโลก หวั่นเป็นความเสี่ยงของศก.ระยะยาว

กบข.ชี้ทั่วโลกกำลังเผชิญหน้ากับภาวะเงินเฟ้อสูง ตามแนวโน้มราคาสินค้า ห่วงเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจในระยะยาว แนะจับตาสถานการณ์ใกล้ชิด

          กบข.ชี้ทั่วโลกกำลังเผชิญหน้ากับภาวะเงินเฟ้อสูง ตามแนวโน้มราคาสินค้า ห่วงเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจในระยะยาว แนะจับตาสถานการณ์ใกล้ชิด

          กบข.ชี้ทั่วโลกกำลังเผชิญหน้ากับภาวะเงินเฟ้อสูง และคาดว่าจะอยู่ในระดับสูงไปอีกระยะหนึ่ง ตามแนวโน้มราคาสินค้าโภคภัณฑ์และราคาสินค้าทั่วไปที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ชี้เป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจในระยะยาว พร้อมติดตามสถานการณ์เงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด และวางกลยุทธ์จัดสรรการลงทุนไปในสินทรัพย์หลายประเภทอย่างรอบคอบ

          นางสาวโสภาวดี เลิศมนัสชัย เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ(กบข.) เปิดเผยว่าปัจจุบันประเทศต่างๆ ทั่วโลกกำลังเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อสูง (High Inflation) รวมถึงประเทศไทยที่กำลังเผชิญกับปัญหาดังกล่าวเช่นกัน ล่าสุด อัตราเงินเฟ้อเดือนเมษายนของไทยอยู่ที่ระดับ 4.0% สูงสุดในรอบ 18 เดือน

ขณะที่ปัญหาเงินเฟ้อยังคงมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงอีกระยะหนึ่ง และอาจกลายเป็นความเสี่ยงในระยะยาวต่อการเติบโตของเศรษฐกิจ ยกตัวอย่างในสหรัฐอเมริกา ที่ผลจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้นได้บั่นทอนความมั่นใจและกำลังซื้อของผู้บริโภค เป็นผลให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาสแรกปีนี้ขยายตัวเพียง 1.8% (QoQ Annulized) ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 2%

          “เงินเฟ้อมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ตามการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์และราคาสินค้าอื่นๆ และในระยะยาวคาดว่าเงินเฟ้อจะอยู่ในอัตราที่สูงกว่าในอดีตที่ผ่านมา เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานทั้งด้านอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นตามประชากรโลก ขณะที่อุปทานมีอยู่อย่างจำกัดและผลิตได้ไม่ทันความต้องการ ยิ่งในช่วงที่ผ่านมามีปัจจัยอื่นเข้ามาเป็นตัวแปรที่ส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อ ทั้งผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิในประเทศญี่ปุ่น และความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ” นางสาวโสภาวดีกล่าว

          อย่างไรก็ดี ภาวะเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ กบข.ติดตาม และนำมาพิจารณากำหนดกลยุทธ์การลงทุนในช่วงที่เหลือของปีนี้ โดย กบข.ได้มีการจัดสรรและกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์หลายประเภท (Asset Allocation) เพื่อรองรับความผันผวนที่จะเกิดขึ้นจากปัยจัยเสี่ยงต่างๆ ซึ่งภายใต้สถานการณ์เงินเฟ้อที่เร่งตัวสูงขึ้นและเป็นแรงกดดันให้ธนาคารกลางประเทศต่างๆ ต้องเพิ่มความเข้มงวดในการดำเนินนโยบายการเงิน

ทั้งนี้ กบข.มองว่าจากสภาวะดังกล่าวจะส่งผลให้การลงทุนในหุ้นมีแนวโน้มให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนในพันธบัตรและเงินฝาก และเมื่อพิจารณาเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศเกิดใหม่ (Emerging Market) ที่มีแนวโน้มขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่งแม้เงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้น ทำให้หุ้นของประเทศเกิดใหม่ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในเอเชียและกลุ่ม BRIC ได้แก่ บราซิล รัสเซีย อินเดีย และจีน มีความน่าสนใจที่จะเข้าลงทุน

          นางสาวโสภาวดี กล่าวต่อว่า ภาวะเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องถือเป็นความท้าทายของ กบข.ซึ่งเป็นกองทุนเงินออมระยะยาวที่ทำหน้าที่บริหารเงินออมของข้าราชการ และมุ่งหวังสร้างผลตอบแทนการลงทุนระยะยาวสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ กบข.จึงมีการจัดสรรการลงทุนไปในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ รวมทั้งหุ้นไทย

ซึ่งปัจจุบัน กบข.มีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นไทยกว่า 10% ของสินทรัพย์ทั้งหมด และมองว่าหุ้นไทยโดยภาพรวมยังมีความน่าสนใจ เนื่องจากความสามารถในการสร้างรายได้ของบริษัทจดทะเบียนมีแนวโน้มดีตามการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย โดย กบข.คาดว่าในปีนี้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ในระดับ 4-4.5% ในขณะที่คาดว่าอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยในปีนี้จะอยู่ในระดับ 3.3-3.8%