เนื้อหาวันที่ : 2011-05-18 09:43:31 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 2304 views

เด็มโก้ จับมือวินด์ เอนเนอร์ยี่ผุดโครงการพลังงานลมห้วยบง

เด็มโก้ ทุ่มทุน 1.3 พันล้านผนึกวินด์ เอนเนอร์ยี่ ผุดโครงการพลังงานลมห้วยบง 2-3 กำลังการผลิต 180 เมกะวัตต์ มูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท

          เด็มโก้ ทุ่มทุน 1.3 พันล้านผนึกวินด์ เอนเนอร์ยี่ ผุดโครงการพลังงานลมห้วยบง 2-3 กำลังการผลิต 180 เมกะวัตต์ มูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท

          “เด็มโก้” เดินเครื่องลุยโครงการพลังงานทดแทนเต็มพิกัด ทุ่มงบ 1.3 พันล้านบาท ผนึก “วินด์ เอนเนอร์ยี่” ถือหุ้นทางอ้อมในโครงการพลังงานลมห้วยบง 2 และ 3 กำลังการผลิต 180 เมกะวัตต์ มูลค่าโครงการ 1.25 หมื่นล้านบาท ผ่านบริษัทร่วมทุนภายใต้ชื่อ “อีโอลัสพาวเวอร์” ซึ่งเข้าถือหุ้นในโครงการ 60%

ขณะที่บริษัทพลังงานขนาดใหญ่สัญชาติไทยและญี่ปุ่น ถือหุ้นแห่งละ 20% แจงปรับแผนลงทุนมุ่งหน้าสู่โรงงานพลังงานลม หลังประเมินโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ อ.ปากมูล ให้ผลตอบแทนต่ำ คาดผลตอบแทนจากโครงการอยู่ที่ 13-15% พร้อมรอรับเงินปันผลจากโครงการในระยะยาวอีกปีละเกือบ 200 บาท

เผยแผนระดมทุนรองรับโครงการใหม่ เตรียมใช้เงินกู้ 25-30% ส่วนที่เหลือเป็นเงินทุนจากการดำเนินงาน โครงการหุ้นซื้อคืน และเงินจากการแปลงสภาพวอแรนท์รุ่นที่ 3 , 4 และการเพิ่มทุน ลั่นเริ่มเดินหน้าโครงการเดือน ก.ค. 54 ก่อนทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้ 1700 ล้านบาท

          นายพงษ์ศักดิ์ ศิริคุปต์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ DEMCO ผู้นำธุรกิจด้านงานก่อสร้างสถานีไฟฟ้าครบวงจร รวมถึงผลิตและจำหน่ายเสาโครงเหล็กสำหรับงานด้านไฟฟ้า โทรคมนาคมให้กับภาครัฐและเอกชน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2554 ได้มีมติให้บริษัทฯ เข้าถือหุ้นทางอ้อมในโครงการพลังงานลมห้วยบง 2 และ 3 รวม 2 โครงการ ซึ่งมีกำลังการผลิตขนาด 180 เมกะวัตต์ มูลค่าโครงการ 1.25 หมื่นล้านบาท

โดยเป็นการลงทุนทางอ้อมผ่านบริษัท อีโอลัส พาวเวอร์ จำกัด (AEOLUS POWER) ซึ่ง DEMCO จะเข้าถือหุ้นในบริษัทดังกล่าวในสัดส่วน 27% มูลค่าเงินลงทุน 1.3 พันล้านบาท ส่วนบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด จะถือหุ้น 73% รวมเป็นเงินลงทุนในบริษัท อีโอลาส จำกัด 2,250 ล้านบาท

          ทั้งนี้ บริษัท อีโอลัส พาวเวอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง DEMCO และวินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จะถือหุ้นในโครงการพลังงานลมห้วยบง 2 และ 3 ในสัดส่วน 60% ขณะที่บริษัทพลังงานขนาดใหญ่สัญชาติไทยและญี่ปุ่นซึ่งยังไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดเผยชื่อ เข้าถือหุ้นแห่งละ 20% ซึ่งจากสัดส่วนดังกล่าว จะทำให้ DEMCO เป็นผู้ถือหุ้นทางอ้อมในโครงการพลังงานลมห้วยบง 2 และ 3 ในสัดส่วน 16.12%

          สำหรับเหตุผลที่ DEMCO ตัดสินใจเข้าลงทุนในโครงการดังกล่าวนั้น นอกจากบริษัทฯ จะได้รับงานในฐานะผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการแล้ว บริษัทฯ ยังต้องการหาธุรกิจพลังงานทดแทนอื่นมาแทนที่โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ปากมูล ที่บริษัทฯ ยื่นขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และได้รับการพิจารณาให้อยู่ในกลุ่มที่ได้รับอัตราค่าซื้อไฟ (Adder) หน่วยละ 6.50 บาท ซึ่งผลตอบแทนอยู่ในระดับต่ำ

ขณะเดียวกัน ก่อนหน้านี้ บริษัทฯได้ระดมทุนด้วยการเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิ์ในการซื้อหุ้นสามัญ (วอแรนท์) รุ่นที่ 3 และ 4 เพื่อรองรับกับโครงการดังกล่าว ซึ่งจากการทำงานร่วมกับทางวินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง อย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทเห็นว่า โครงการพลังงานลมสามารถให้ผลตอบแทนที่น่าพอใจและมีโอกาสเติบโตในอนาคต

          “เราคาดว่า ผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) ในโครงการดังกล่าวที่ DEMCO จะได้รับจะอยู่ที่ 13-15% รวมถึงการรับเงินปันผลระยะยาวจากโครงการอีกปีละประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งหลังจากการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อขอมติในเรื่องนี้ในวันที่ 27 มิถุนายน 2554 ก็คาดว่าโครงการจะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2554 โดยใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 14 เดือน โดย DEMCO จะทยอยรับรู้รายได้จากโครงการนี้ในปีนี้คิดเป็น 1,700 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 600 ล้านบาท จะทยอยรับรู้ในปี 2555”

          นายไพฑูรย์ กำชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายการเงินและบัญชี DEMCO กล่าวว่า การเตรียมแผนเพื่อระดมทุนสำหรับเข้าลงทุนในโครงการ ซึ่ง DEMCO จะใช้เงินลงทุนประมาณ 1.3 พันล้านบาทนั้น บริษัทฯ จะใช้เงินจากโครงการหุ้นซื้อคืนหรือ Treasury Stock ประมาณ 160 ล้านบาท รวมถึงการใช้สิทธิ์แปลงสภาพวอแรนท์รุ่นที่ 3 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2555 อีก 270 ล้านบาท

การใช้สิทธิ์แปลงสภาพวอแรนท์รุ่นที่ 4 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2556 อีก 360 ล้านบาท ขณะที่บริษัทฯ มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานประมาณ 200-300 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 300-400 ล้านบาทจะเป็นการกู้ยืมจากสถาบันการเงิน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 25-30%

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ การทำงานราบรื่น คณะกรรมการบริษัทฯจึงมีมติเพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 364 ล้านบาท โดย 317 ล้านบาทเป็นการเพิ่มทุนอัตรา 2 : 1 จากทุนจดทะเบียนเดิม 635 ล้านบาท และ ส่วนเพิ่มอีก 47 ล้านบาทเพื่อรองรับการปรับสิทธิ วอแรนท์รุ่นที่ 3 รุ่นที่ 4 และ ESOP ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียนทั้งสิ้น 999 ล้านบาท สอดคล้องกับการลงทุนและการขยายธุรกิจ นายไพฑูรย์กล่าว