เนื้อหาวันที่ : 2011-04-29 09:39:13 จำนวนผู้เข้าชมแล้ว : 1107 views

ตลาดสองล้อคึกคักปิดไตรมาสแรกยอดขายทะลุครึ่งล้าน

ปิดไตรมาสแรกตลาดรถจักรยานยนต์ขายทะลุเกินครึ่งล้านคัน มีนาคมเดือนเดียวเติบโต 113% ฮอนด้า ปลื้ม สกู๊ปปี้ ไอ สุดฮอตครองยอดขายอันดับ 1

          ปิดไตรมาสแรกตลาดรถจักรยานยนต์ขายทะลุเกินครึ่งล้านคัน มีนาคมเดือนเดียวเติบโต 113% ฮอนด้า ปลื้ม สกู๊ปปี้ ไอ สุดฮอตครองยอดขายอันดับ 1

          ปิดไตรมาสแรกตลาดรถจักรยานยนต์เมืองไทยปี 2554 เติบโตถึง 112% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ด้วยปริมาณการจดทะเบียนสะสมที่ 520,991 คัน โดยเดือนมีนาคมที่ผ่านมาจบตัวเลขสูงสุดที่ 192,120 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 113% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว ท่ามกลางปัจจัยกดดันรอบด้าน ทั้งราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากวิกฤติภาวะผู้นำประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ รวมถึงปัญหาอุทกภัยภาคใต้ของไทย

โดย “ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ” ฮอตฮิตไม่เลิก คนไทยตอบรับแห่ซื้อใช้ถึง 31,785 คัน ทิ้งห่างคู่แข่งแบบขาดลอย เดินหน้าตอกย้ำความเป็นสุดยอดรถ เอ.ที.ยุคใหม่ขวัญใจมหาชนชาวไทยอีกครั้ง โดยมียอดขายสะสมตลอด 3 เดือนแรกของปีถึง 87,870 คัน คาดการณ์เดือนเมษายนนี้ ตลาดยังคงคึกคักต่อเนื่อง ตอบรับความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทย และความมั่นใจผู้ใช้ที่มีต่อเครื่องยนต์ระบบหัวฉีด PGM-FI ที่ทั้งเปี่ยมสมรรถนะ ขับขี่สนุกสนาน ควบคู่อัตราประหยัดน้ำมันเป็นเลิศ ตอบโจทย์ทุกด้านของการใช้งานอย่างแท้จริง

นายธีระพัฒน์ จิวะพงศ์
กรรมการบริหารฝ่ายขาย บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด

          นายธีระพัฒน์ จิวะพงศ์ กรรมการบริหารฝ่ายขาย บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ไทยปิดไตรมาสแรกปี 2554 มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องมากกว่าปีก่อนหน้าถึง 112% ที่จำนวน 520,991 คัน

โดยเดือนมีนาคมที่ผ่านมามีปริมาณยอดการจดทะเบียนที่ 192,120 คัน เติบโตเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาสูงสุด 113% ท่ามกลางปัจจัยลบที่กดดันรอบด้าน ทั้งสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงอย่างต่อเนื่องจากสาเหตุวิกฤติผู้นำประเทศ และความไม่สงบทางการเมืองในหลายประเทศทางตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ รวมถึงปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่ทางภาคใต้ของไทย โดยฮอนด้ามีปริมาณการจดทะเบียนสะสมในไตรมาสแรกของปีที่ 370,048 คัน เทียบเท่าอัตราครองตลาด 71%

          “จากยอดการจดทะเบียนเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สะท้อนถึงความเชื่อมั่นผู้บริโภคและสภาวะการเติบโตเศรษฐกิจภายในประเทศ หากพิจารณาในรายละเอียดพบว่า รถเครื่องยนต์หัวฉีดแบบระบบ PGM-FI ได้รับความนิยมและครองใจผู้ใช้สูงสุด 100% ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ด้วยปริมาณการจดทะเบียนที่ 134,230 คัน

โดยเฉพาะฮอนด้าตระกูล “เวฟ” และ “สกู๊ปปี้ ไอ” ทำยอดขายรวมกันถึง 108,179 คัน ซึ่งเป็นผลมาจากการยอมรับและความมั่นใจของผู้ใช้รถที่ประจักษ์ตรงกันว่า เครื่องยนต์ระบบหัวฉีดแบบ PGM-FI ของฮอนด้า โดดเด่นทั้งสมรรถนะแห่งการขับขี่ที่สนุกสนานควบคู่กับอัตราประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุด ตอบโจทย์ทุกด้านได้ตรงใจผู้ใช้อย่างแท้จริงในชีวิตประจำวัน”

          ภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ในเดือนเมษายนนี้ คาดว่ายังคงรักษาบริบทการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากค่ายผู้ผลิตได้ปรับกลยุทธ์การตลาด โดยจัดแคมเปญส่งเสริมการขายหลากหลายรูปแบบเพื่อกระตุ้นตลาดอย่างต่อเนื่องควบคู่กับการแนะนำรถรุ่นใหม่ อีกทั้งบรรยากาศการเมืองไทยที่เดินหน้าสู่โหมดการเลือกตั้งระดับประเทศ จะช่วยสนับสนุนให้ตลาดเกิดความคึกคักมากขึ้น ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ทางภาคใต้ของไทยที่ผ่านมาได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ไม่ส่งผลกระทบต่อยอดการจำหน่าย

โดย เอ.พี.ฮอนด้า ยังคงดำเนินกิจกรรมส่งเสริมทางตลาดร่วมกับร้านค้าผู้แทนจำหน่ายเช่นเดิม ตลอดจนปัญหาทางการเมืองในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น จะไม่ส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามยังมีสิ่งที่น่ากังวลใจเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ ที่อาจส่งผลให้เกิดวาตภัยและอุทกภัยภัยตามมา จนเป็นเหตุให้ผู้ใช้ชะลอการจับจ่ายสินค้าต่างๆ

          รายงานตัวเลขตลาดรวมรถจักรยานยนต์ทุกประเภทประจำเดือนมีนาคม 2554 มีปริมาณยอดการจดทะเบียนทั้งสิ้น 192,120 คัน แบ่งเป็นรถแบบ เอ.ที. 93,702 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 50% รถแบบครอบครัว 92,674 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 48% รถแบบสปอร์ต 1,874 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 1.% รถแบบออฟโรด 2,489 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 1% รถแบบครอบครัวกึ่งสปอร์ตมีจำนวน 964 คัน และรถประเภทอื่นๆ 417 คัน

          สำหรับยอดจดทะเบียนตามประเภทของผู้ผลิตในเดือนมีนาคม 2554 ที่ผ่านมา รถจักรยานยนต์ฮอนด้า 134,681 คัน เทียบเท่าอัตราครองตลาด 70 %, ยามาฮ่า 44,927 คัน เทียบเท่าอัตราครองตลาด 23%, ซูซูกิ 7,177 คัน เทียบเท่าอัตราครองตลาด 4%, คาวาซากิ 2,844 คัน เทียบเท่าอัตราครองตลาด 1% อื่นๆ ได้แก่ ไทเกอร์ 263, แพลตตินัม 42 คัน, เจอาร์ดี 40 คัน เทียบเท่าอัตราครองตลาดราว 1%